แคว้นลอแรน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน
บทความนี้เกี่ยวกับเขตการบริหารปัจจุบันของประเทศฝรั่งเศส สำหรับอดีตอาณาจักรดยุคและจังหวัดลอแรน ดูที่ จังหวัดลอแรน
แคว้นลอแรน
Lorraine
Logo-Lorraine.jpg
ธงประจำแคว้นลอแรน
(ธงประจำแคว้น) (ตราประจำแคว้น)
ตำแหน่ง
แผนที่ของลอแรนในประเทศฝรั่งเศส
เขตการบริหาร
เมืองหลวง แม็ส
ผู้ว่าการแคว้น ฌ็อง-ปีแยร์ มาเซอเร
(พรรคสังคมนิยม (PS)) (ตั้งแต่ พ.ศ. 2547)
จังหวัด เมอร์เตมอแซล
เมิซ
มอแซล
โวฌ
เขต 19
อำเภอ 157
เทศบาล 2,337
ข้อมูล
พื้นที่1 23,547 ตร.กม.
ประชากร (อันดับที่ 11)
 - 1 มกราคม พ.ศ. 2550 (ประมาณ) 2,343,000
 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2542 (สำรวจ) 2,310,376
 - ความหนาแน่นของประชากร (พ.ศ. 2550) 100/ตร.กม.
1 การบันทึกพื้นที่ของประเทศฝรั่งเศส ไม่นับรวมทะเลสาบ บ่อน้ำและธารน้ำแข็งที่ใหญ่กว่า 1 ตร.กม. (0.386 ตร.ไมล์ หรือ 247 เอเคอร์) รวมทั้งปากอ่าวและแม่น้ำ
Flag of France.svg

ลอแรน (ฝรั่งเศส: Lorraine, ออกเสียง) เป็นหนึ่งใน 26 แคว้นในประเทศฝรั่งเศส

เดิมลอแรนเคยเป็นของเยอรมนี แต่หลังจากสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ฝรั่งเศสแย่งแคว้นอาลซัสและลอแรนไปจากเยอรมนีทำให้ชาวอาลซัสและชาวลอแรนไม่พอใจฝรั่งเศส จึงเกิดสงครามฝรั่งเศส-อาลซัสและสงครามฝรั่งเศส-ลอแรน โดยฝรั่งเศสต้องสู้กับชาวอาลซัสและชาวลอแรน แต่ในที่สุดฝรั่งเศสก็สามารถปราบชาวอาลซัสและลอแรนลงได้

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 แคว้นลอแรนค่อย ๆ ถูกปรับปรุงในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และกลายเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส บ่อยครั้งที่แคว้นอาลซัสได้ถูกกล่าวรวมกับแคว้นลอแรน เนื่องจากการครอบครองดินแดนของแคว้นทั้งสอง (อาลซัส-ลอแรน) เป็นที่เลื่องชื่อในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19-20

จนถึงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเยอรมนีรวมกับปรัสเซียและไซลีเซียเข้าโจมตีฝรั่งเศสและสามารถยึดอาลซัสและลอแรนคืนมาได้ระยะหนึ่ง พอเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฝรั่งเศสซึ่งชนะสงครามจึงเอาอาลซัสและลอแรนคืนมา หลังจากนั้นในสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีเยอรมันได้เข้ายึดปารีสและขู่ให้ฝรั่งเศสยกอาลซัสและลอแรนคืนให้เยอรมนี อาลซัสและลอแรนจึงกลับเป็นของเยอรมนีอีกครั้ง เมื่อเยอรมนีนาซีแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีก็คืนอาลซัส-ลอแรนแก่ฝรั่งเศส

ในช่วงสงครามเย็นชาวเยอรมันในอาลซัสและลอแรนก็ประท้วงกันอีกครั้ง รัฐบาลฝรั่งเศสต้องคอยปราบปรามเลยยอมให้ชาวอาลซัสและชาวลอแรนใช้ภาษาเยอรมันได้ในที่สุด แต่ชาวเยอรมันบางกลุ่มไม่พอใจยังก่อการร้ายในอาลซัสอยู่เรื่อยมาจนเป็นปัญหาถึงทุกวันนี้