มหาวิหารลีมอฌ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Logo monument classe.svg อาสนวิหารนักบุญสเทเฟนแห่งลีมอฌ
Cathédrale Saint-Étienne de Limoges

Cathedral of St.Stephen of Limoges

ทางเข้าด้านข้างในปีค.ศ. 2010 หลังการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่
ทางเข้าด้านข้างในปีค.ศ. 2010 หลังการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ อาสนวิหาร
นิกาย โรมันคาทอลิก
ที่ตั้ง ลีมอฌ จังหวัดโอต-เวียน
ประเทศ Flag of France.svg ประเทศฝรั่งเศส
การก่อสร้าง
ปัจจุบัน ค.ศ. 1273
สร้างเสร็จ ค.ศ. 1888
แบบสถาปัตยกรรม กอธิกฟล็อมบัวย็อง
กอธิกเรย็อนน็อง
แบบผัง กางเขน
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 45°49′44″N 1°16′00″E / 45.82889°N 1.26667°E / 45.82889; 1.26667
หมายเหตุ Logo monument classe.svg อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์(ค.ศ. 1862)

มหาวิหารลีมอฌ เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญสเทเฟนแห่งลีมอฌ (ฝรั่งเศส: Cathédrale Saint-Étienne de Limoges) เป็นทั้งอาสนวิหารในนิกายโรมันคาทอลิก เป็นที่ตั้งของมุขนายก ประจำมุขมณฑลลีมอฌ (Diocese of Limoges) ตั้งอยู่ติดกับ สวนพระสังฆราช (Jardin de l'Évêché) ในเขตเมืองเก่า ลา ซิเต (La Cité) ของลีมอฌ จังหวัดโอต-เวียน ในแคว้นลีมูแซ็ง ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้นักบุญสเทเฟน (ปฐมมรณสักขี) เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานสำคัญที่สุดในลีมอฌ คู่กับสถานีรถไฟแห่งลีมอฌ (Gare de Limoges-Bénédictins) และยังถือเป็นคริสต์ศาสนสถานแห่งเดียวในแคว้นลีมูแซ็งที่สร้างในแบบกอธิกที่สมบูรณ์แบบ

มหาวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปีค.ศ. 1862[1]

ประวัติการก่อสร้าง[แก้]

งานก่อสร้างได้เริ่มขึ้นในปีค.ศ. 1273 แล้วเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1888 ภายหลังจากเสร็จสิ้นการเชื่อมส่วนของหอระฆังสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ให้ติดกับบริเวณกลางโบสถ์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งการก่อสร้างมหาวิหารในช่วงแรกเริ่มจากบริเวณร้องเพลงสวดในแบบกอธิกเรย็อนน็องซึ่งเป็นงานราวสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ ณ ขณะนั้นยังคงติดอยู่กับส่วนบริเวณกลางโบสถ์เดิมในแบบโรมาเนสก์ การก่อสร้างได้หยุดชะงักลงในปีค.ศ. 1327 เป็นครั้งแรกเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ ต่อมาในปีค.ศ. 1378 ชาเปลนักบุญมาเซียล (chapelle Saint-Martial) และส่วนหนึ่งของแขนกางเขนฝั่งทิศเหนือก็เสร็จสมบูรณ์ ต่อมาเป็นคราวของหอระฆังแบบโรมาเนสก์ขนาดใหญ่ และในไม่กี่ปีต่อมาบริเวณแขนกางเขนทิศใต้ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์

ช่วงหลังจากสงครามร้อยปี บริเวณกลางโบสถ์สองช่วงแรกก็สร้างเสร็จระหว่างปีค.ศ. 1458 ถึง 1499 ต่อมาในช่วงปีค.ศ. 1516 ถึง 1541 มุขนายก ฌ็อง เดอ ล็องฌัก (Jean de Langeac) ก็ได้สร้างส่วนแขนกางเขนและซุ้มประตูนักบุญยอห์น ซึ่งถือเป็นงานชิ้นเอกในแบบกอธิกฟล็อมบัวย็อง แต่ต่อมาการก่อสร้างก็ได้หยุดชะงักลงเป็นครั้งที่สองเมื่อมุขนายกในขณะนั้นได้ถึงแก่กรรมลง บริเวณกลางโบสถ์ที่เหลืออีกสามช่วงสุดท้ายเพิ่งจะมาเสร็จสิ้นโดยต่อเข้ากับหอระฆังโดยสมบูรณ์ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เท่านั้นเอง

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม[แก้]

มหาวิหารแห่งนี้มีงานศิลป์สมัยเรอเนสซองส์ชั้นสูงถึงสองรายการ ได้แก่ ฉากกางเขนซึ่งสร้างจากดำริของมุขนายก ฌ็อง เดอ ล็องฌัก (Jean de Langeac) และหลุมฝังศพของท่าน ซึ่งเป็นงานแกะสลักเป็นเรื่องราวจากหนังสือวิวรณ์ โดยได้แรงบัลดาลใจมาจากงานของศิลปินชาวเยอรมัน นามว่า ดูเรอร์ (Dürer)

บริเวณผนังของคริพท์แบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ซึ่งไม่ได้เปิดให้เข้าชมสาธารณะ มีงานเฟรสโกพระคริสต์ทรงพระสิริ

นอกจากนี้บริเวณส่วนอื่นยังพบรูปวาดสมัยยุคกลาง ซึ่งพบได้ตามชาเปลต่างๆ รวมทั้งงานเฟรสโกสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ด้วย

ระเบียงภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. [1] Base Merimée PA00100333 กระทรวงวัฒนธรรมแห่งฝรั่งเศส

บรรณานุกรม[แก้]

  • Dictionnaire des églises de France, Belgique, Luxembourg, Suisse (Tome II-B), Robert Laffont, Paris (France) ; แม่แบบ:Pp.73–78.
  • Claude Andrault-Schmitt, Limousin gothique, Picard Éditeur, Paris, แม่แบบ:ISBN, 1997; แม่แบบ:Pp.215–239.
  • Michael T. Davis, « Le chœur de la cathédrale de Limoges », dans Bulletin Monumental, 1986 v. 22 .
  • Jean Maury, Limousin roman, Éditions Zodiaque, La Pierre-qui-Vire (France), 1959.

ดูเพิ่ม[แก้]