ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ภาษาอ็อบเจกทีฟซี (Objective-C หรือ ObjC) เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุและมีสมบัติการสะท้อน ในภาษาอ็อบเจกทีฟซี ระบบส่งข้อความแบบภาษาสมอลทอล์คได้ถูกเพิ่มขึ้นจากภาษาซี

ปัจจุบันภาษาอ็อบเจกทีฟซีใช้มากใน Mac OS X และ GNUstep ซึ่งทั้งสองสิ่งแวดล้อมพัฒนาโดยมีพื้นฐานมาจากมาตรฐาน OpenStep และมากไปกว่านั้นภาษาภาษาอ็อบเจกทีฟซีเป็นภาษาหลักสำหรับ NexTSTEP OPENSTEP และเฟรมเวิร์คสำหรับสร้างโปรแกรมประยุค Cocoa โปรแกรมภาษาเชิงวัตถุในภาษาอ็อบเจกทีฟซีทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ไลบรารีเหล่านี้สามารถคอมไพล์ได้โดย gcc ซึ่งมีคอมไพล์เลอร์ภาษาอ็อบเจกทีฟซีรวมอยู่ด้วย

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

ในช่วงต้นของปี 1980s วิศกรรมซอฟต์แวร์นิยมออกแบบโปรแกรมแบบโครงสร้าง เรานิยามการออกแบบโปรแกรมแบบโครงสร้างขึ้นเพื่อแยกย่อยโปรแกรมขนาดใหญ่ลงเป็นส่วนเล็กๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการเมื่อโปรแกรมมีขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ดี โปรแกรมแบบโครงสร้างก็มีประโยชน์น้อยลงเมื่อขนาดของปัญหาใหญ่ขึ้น เพราะต้องเขียน procedure จำนวนมากเพื่อรองรับปัญหาที่ใหญ่ขึ้น และทำให้รหัสคำสั่งมีความซับซ้อนและยุ่งเหยิง

ทางเลือกหนึ่งสำหรับแก้ปัญหาดังกล่าวคือการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ที่จริงแล้วภาษาสมอลทอล์คก็ได้แก้ไขข้อบกพร่องในกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์เหล่านี้ แต่ในอดีตสมอลทอล์คก็มีปํญหาในแง่ของความเร็วและการใช้หน่วยความจำมากเนื่องจากคอมพิวเตอร์ในสมัยก่อนมีข้อจำกัดมากกว่าในปัจจุบัน

ในต้นยุค 80 Brad Cox และ Tom Love ได้ให้พัฒนาภาษาอ็อบเจ็กทีฟ-ซีขึ้นที่บริษัท Stepstone ของพวกเขา โดยพวกเขาได้เรียนรู้ภาษาสมอลทอล์คจาก Programming Technology Center ของบริษัท ITT Corporation ในปีค.ศ. 1981 Cox ให้ความสนใจกับปัญหาเรื่อง reusability ในกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เขาคิดว่าภาษาสมอลทอล์กไม่เหมาะจะใช้พัฒนา development environment สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบที่ ITT Cox เริ่มแก้ไขคอมไพเลอร์ภาษาซี โดยเพิ่มความสามารถด้านการจัดการเชิงวัตถุของภาษาสมอลทอล์กเข้าไป โดยเขาเรียกมันว่า "OOPC" หมายถึง Object-Oriented Programming in C ในขณะนั้น Love ซึ่งทำงานให้กับ Schlumberger Research ในปี 1982 ก็ได้มีโอกาสใช้งาน Smalltalk-80 ซอฟต์แวร์ซึ่งส่งอิทธิพลต่อการพัฒนาภาษา Objective-C ในเวลาต่อมา

และเพื่อแสดงประสิทธิภาพ Cox ได้แสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงเครื่องมือที่มีอยู่แล้วเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำ software component ให้ปรับเปลี่ยนได้ง่ายๆ โดยการทำ object ให้ยืดหยุ่นและสนับสนุนด้วยชุดไลบรารีซึ่งประกอบด้วยรหัสและรีซอร์ส ที่รวมกันอยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ข้าม platform ได้

Cox และ Love ได้ก่อตั้ง Productivity Products International (PPI) เพื่อขายคอมไพเลอร์ Objective-C และคลาสไลบรารีในเวลาต่อมา

ในปีค.ศ. 1986 Cox ได้ตีพิมพ์หนังสือที่อธิบายถึงภาษา Objective-C ชื่อ Object-Oriented Programming, An Evolutionary Approach ซึ่งแม้ว่า Cox จะได้พยายามชี้ให้ว่าปัญหาหลักคือการนำรหัสมาใช้ซ้ำ (Reusability) มากกว่าจะเป็นการแก้ปัญหาด้วยภาษา แต่กระนั้น Objective-C ก็ยังถูกนำไปเรียบเทียบแบบฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์กับภาษาอื่นๆอยู่ดี

[แก้] แพร่หลายเพราะ NeXT

ในปีค.ศ. 1988 บริษัท NeXT ซึ่งตั้งขึ้นโดย Steve Jobs ได้ลิขสิทธิ์จาก StepStone (เจ้าของเครื่องหมายการค้า Objective-C ในขณะนั้น) โดยได้พัฒนาคอมไพเลอร์ Objective-C และชุดไลบรารี ของตัวเองโดยนำมาใช้พัฒนาระบบติดต่อผู้ใช้และระบบพัฒนาซอฟต์แวร์ชื่อ NEXTSTEP ถึงแม้ว่าเครื่อง NeXT จะขายไม่ดี แต่เครื่องมือพัฒนาของมันกลับได้รับความนิยมพอสมควร และในที่สุด NeXT ก็เลิกขายฮาร์ดแวร์ และหันมาขายซอฟต์แวร์แทน ภายใต้ชื่อ NeXTstep และ OpenStep

โครงการกนู ได้พัฒนาระบบพัฒนาซอฟต์แวร์หนึ่งตามมาตรฐาน OpenStep ในรูปแบบซอฟต์แวร์เสรี โดย Dennis Glatting ได้พัฒนา gnu-objc runtime ตัวหนึ่งขึ้นในปี 1992 โดย Richard Stallman ได้เขียนอีกตัวขึ้นแทนในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วน GNU Objective-C runtime ตัวที่ถูกใช้งานตั้งแต่ 1993 พัฒนาโดย Kresten Krab Thorup เมื่อเขาเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัยในเดนมาร์ค

หลังจากที่ซื้อกิจการของ NeXT ในปี 1996 Apple ได้ใช้ OpenStep ในระบบปฏิบัติการของตนเองหรือ Mac OS X โดยได้รวมเอา Objective-C และระบบพัฒนาซอฟต์แวร์จาก NeXT ชื่อ Project Builder ซึ่งถูกแทนที่โดย Xcode ในเวลาต่อมา รวมถึงระบบออกแบบระบบการติดต่อผู้ใช้แบบ object ชื่อ Interface Builder และ Apple เรียกไลบรารีซึ่งพัฒนาต่อจาก OpenStep ว่า Cocoa

[แก้] Syntax

Objective-C เป็นชั้นบางๆบน C และเป็น สตริกต์ superset ของ C ดังนั้นคอมไพเลอร์ Objective-C จึงสามารถคอมไพล์โปรแกรมภาษา C ใดๆก็ได้ Objective-C ได้รับรูปแบบการเขียนมาจากภาษาซีและภาษาสมอลทอล์ค โดยรูปแบบส่วนใหญ่ (preprocessing, expressions, การประกาศฟังค์ชัน และการเรียกฟังค์ชัน) มาจากภาษาซี ขณะที่ส่วนที่เป็นการจัดการเชิงวัตถุมาจากสมอลทอล์ค

[แก้] Messages

ภาษา Objective-C ได้เพิ่มเติมรูปแบบการเขียนโปรแกรม เพื่อรองรับการออกแบบโปรแกรมเชิงวัตถุ โดยจะใช้การส่ง message ไปยัง object ต่างๆเช่นเดียวกับสมอลทอล์ค ซึ่งแตกต่างจากภาษาในตระกูล Simula (เช่น C++) ข้อแตกต่างมีมีความสำคัญ เพราะ Objective-C จะไม่ เรียก method แต่จะ ส่ง message

ในภาษา Object-C ถ้ามี object หนึ่งชื่อ obj โดย class มี method ชื่อ doSomething หมายความว่า obj respond หรือตอบสนองต่อ message doSomething และถ้าเราต้องการจะส่ง message doSomething ไปยัง obj เราจะเขียนคำสั่งดังนี้

[obj doSomething];

ขณะที่ถ้าเป็น C++ เราจะเขียนว่า

obj.doSomething();

ในภาษา Objective-C จะยอมให้มีการส่ง message ไปยัง object ใดๆ แม้ว่าจะไม่มีการเตรียม method เอาไว้รองรับ (คือไม่ respond) ต่างจากภาษาอื่นๆเช่น C++ หรือ Java ที่การเรียกใช้ method ต้องมีการระบุไว้ล่วงหน้า ซึ่งการส่ง message แบบนี้เรียกว่า late-binding

[แก้] อินเตอร์เฟซ และ อิมพลีเมนเทชัน

ในภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี ส่วนอินเตอร์เฟซ (@interface) และอิมพลีเมนเทชัน (@implementation) จะถูกแยกออกจากกัน ในทางปฏิบัติ เรามักเก็บส่วนอินเตอร์เฟซไว้ในแฟ้ม .h และส่วนอิมพลีเมนเทชันใน .m

[แก้] อินเตอร์เฟซ

เรามักนิยามส่วนอินเตอร์เฟซของคลาสในแฟ้ม .h โดยทั่วไปเรามักตั้งชื่อแฟ้มนี้ให้ตรงหรือสอดคล้องกับชื่อของคลาส เช่นถ้าคลาสเราชื่อ Thing เราก็มักจะประกาศอินเตอร์เฟซของคลาส Thing ในแฟ้ม Thing.h

รูปแบบของการประกาศอินเตอร์เฟซมีลักษณะดังนี้:

@interface classname : superclass name
{
    instance variables
}
+ classMethod1;
+(return_type) classMethod2;
+(return_type) classMethod3:(param1_type)parameter_varName;
 
-(return_type) instanceMethod1:(param1_type)param1_varName :(param2_type)param2_varName;
-(return_type) instanceMethod2WithParameter:(param1_type)param1_varName andOtherParameter:(param2_type)param2_varName;
@end

method แบบ instance จะถูกนำหน้าด้วยเครื่องหมายลบ "-" ส่วน method แบบ class จะถูกนำหน้าโดยเครื่องหมายบวก "+" ตรงนี้จะแตกต่างจาก UML diagrams ซึ่งใช้ในแสดงว่า method เป็นแบบ private หรือ public

ค่าที่ถูก return จาก method มีลักษณะเช่นเดียวกับในภาษาซี เช่น void, int, ฯลฯ โดยจะมีการประกาศ type ชื่อ id ไว้แทน instance อ็อบเจกอะไรก็ได้

เราประกาศพารามิเตอร์ของ method ด้วยเครื่องหมายทวิภาคหรือโคลอน ":" ตามด้วย type ของพารามิเตอร์ในวงเล็บ แล้วตามด้วยชื่อของพารามิเตอร์ เรามักใส่ชื่อที่มีความสอดคล้องกับพารามิเตอร์หน้าเครื่องหมายทวิภาค เพื่อบอกว่าพารามิเตอร์แต่ละตัวมีบทบาทอย่างไร

-(void) setRange:(int)start :(int)end;
-(void) importDocumentWithName:(NSString *)name withSpecifiedPreferences:(Preferences *)prefs beforePage:(int)insertPage;
ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี เป็นบทความเกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์ หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหา หรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ
เครื่องมือส่วนตัว