ฟีเดล กัสโตร
| ฟีเดล กัสโตร | |
|---|---|
| คาสโตรในวอชิงตัน ค.ศ. 1959 | |
| เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์คิวบา | |
| ดำรงตำแหน่ง 3 ตุลาคม ค.ศ. 1965 – 19 เมษายน ค.ศ. 2011 |
|
| รักษาการแทน | ราอุล กัสโตร |
| สมัยถัดไป | ราอุล กัสโตร |
| ประธานสภาแห่งรัฐคิวบา | |
| ดำรงตำแหน่ง 2 ธันวาคม ค.ศ. 1976 – 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 |
|
| รักษาการแทน | ราอุล กัสโตร |
| สมัยก่อนหน้า | ออสวัลโด ดอร์ติคอส ตอร์ราโด (เป็นประธานาธิบดี) |
| สมัยถัดไป | ราอุล กัสโตร |
| ประธานสภารัฐมนตรีคิวบา | |
| ดำรงตำแหน่ง 2 ธันวาคม ค.ศ. 1976 – 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 |
|
| รักษาการแทน | ราอุล กัสโตร |
| สมัยก่อนหน้า | ตัวเอง (เป็นนายกรัฐมนตรี) |
| สมัยถัดไป | ราอุล กัสโตร |
| นายกรัฐมนตรีคิวบา | |
| ดำรงตำแหน่ง 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1959 – 2 ธันวาคม 1976 |
|
| ประธานาธิบดี | มานวยล์ อูร์รูเตีย เยโอ อสวัลโด ดอร์ติคอส ตอร์ราโด |
| สมัยก่อนหน้า | โคเซ มีโร การ์โดนา |
| สมัยถัดไป | ยุบยกเลิกตำแหน่ง |
| เลขาธิการใหญ่ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดคนที่ 7 และ 23 | |
| ดำรงตำแหน่ง 16 กันยายน ค.ศ. 2006 – 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 |
|
| สมัยก่อนหน้า | อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี |
| สมัยถัดไป | ราอุล กัสโตร |
| ดำรงตำแหน่ง 10 กันยายน ค.ศ. 1979 – 6 มีนาคม ค.ศ. 1983 |
|
| สมัยก่อนหน้า | จูเนียส ริชาร์ด ชยะวรรธะเน |
| สมัยถัดไป | นีลัม ซันจิวา เรดดี |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 13 สิงหาคม ค.ศ. 1926 (86 ปี) บีรัน คิวบา |
| พรรคการเมือง | พรรคคอมมิวนิสต์คิวบา |
| คู่สมรส | มีร์ตา ดีอัซ-บาลัต (1948–1955) ดาเลีย โซโต เดล วัลเล(1980–present) |
| ความสัมพันธ์ | (พี่น้อง) ราอุล กัสโตร |
| ศิษย์เก่า | มหาวิทยาลัยฮาวานา |
| วิชาชีพ | ทนายความ |
| ศาสนา | เทวัสนิยม[1] |
| ลายมือชื่อ | |
| *รักษาการอำนาจประธานาธิบดีถูกโอนให้ราอุล กัสโตรตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 | |
ฟีเดล อาเลคันโดร กัสโตร รุซ (สเปน: Fidel Alejandro Castro Ruz; เกิด 13 สิงหาคม ค.ศ. 1926) หรือ ฟิเดล คาสโตร เป็นนักปฏิวัติและนักการเมืองคิวบา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคิวบาตั้งแต่ ค.ศ. 1959 ถึง 1976 และประธานาธิบดีตั้งแต่ ค.ศ. 1976 ถึง 2008 เขายังดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์คิวบานับแต่ก่อตั้งพรรคใน ค.ศ. 1961 กระทั่ง ค.ศ. 2011 เขามีแนวคิดทางการเมืองแบบมากซ์-เลนิน ภายใต้การปกครองประเทศของเขา สาธารณรัฐคิวบาได้เปลี่ยนเป็นรัฐสังคมนิยมพรรคการเมืองเดียว โดยยึดอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเป็นของรัฐและมีการปฏิรูปสังคมไปปฏิบัติในทุกภาคส่วนของสังคม
ฟีเดลเกิดเป็นบุตรนอกกฎหมายของชาวนาร่ำรวยคนหนึ่ง กัสโตรกลายมาข้องเกี่ยวกับการเมืองต่อต้านจักรวรรดินิยมฝ่ายซ้าย ขณะศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาวานา และภายหลังนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับกบฏติดอาวุธต่อสู้รัฐบาลฝ่ายขวาในสาธารณรัฐโดมินิกันและโคลัมเบีย เขาดำเนินต่อไปกระทั่งล้มประธานาธิบดีคิวบา ฟุลเคนเซียว บาติสตา ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐอเมริกา และถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เผด็จการ โดยก่อนหน้านั้น เขานำการโจมตีติดอาวุธค่ายทหารมอนคาดาที่ล้มเหลวใน ค.ศ. 1953 ถูกจำคุกหนึ่งปี จากนั้น เขาเดินทางไปยังเม็กซิโก ด้วยความช่วยเหลือของราอุล กัสโตร น้องชาย และเช เกบารา เพื่อน เขารวบรวมกลุ่มนักปฏิวัติชาวคิวบาเป็นขบวนการ 26 กรกฎาคม หลังกลับมายังคิวบาพร้อมกับขบวนการดังกล่าว เขามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติคิวบา โดยนำสงครามกองโจรต่อกองทัพของบาติสตาอย่างได้ผล และบาติสตาเองต้องลี้ภัยออกนอกประเทศใน ค.ศ. 1959
ไม่นานให้นานฟีเดลได้มาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพและนายกรัฐมนตรีตามลำดับ การพัวพันในการล้มบาติสตา เช่นเดียวกับการต้องสงสัยความสัมพันธ์กับผู้นำโซเวียต นิกิตา ครุสชอฟ ทำให้สหรัฐอเมริกาตื่นตระหนก ซีไอเอได้จัดการรุกรานอ่าวหมูใน ค.ศ. 1961 เพื่อล้มรัฐบาลของเขา แต่ล้มเหลว ก่อนเดินหน้าบงการความพยายามลอบสังหารเขาซ้ำอีกและปิดกั้นทางเศรษฐกิจต่อคิวบา เพื่อสนองภัยคุกคามนี้ กัสโตรสร้างพันธมิตรกับสหภาพโซเวียตและอนุญาตให้โซเวียตเก็บอาวุธนิวเคลียร์บนเกาะได้ นำไปสู่เหตุการณ์วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาใน ค.ศ. 1962 โดยรับเอาลัทธิมากซ์-เลนินเป็นอุดมการณ์ชี้นำของเขา ใน ค.ศ. 1961 กัสโตรประกาศลักษณะสังคมนิยมของการปฏิวัติคิวบา และใน ค.ศ. 1965 มาเป็นเลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ที่เพิ่งตั้งขึ้น ขณะที่พรรคการเมืองอื่นถูกยุบ จากนั้น เขานำการเปลี่ยนแปลงคิวบาสู่สาธารณรัฐสังคมนิยม ยึดอุตสาหกรรมไปเป็นของรัฐและนำสาธารณสุขถ้วนหน้าและการศึกษาแบบให้เปล่า เช่นเดียวกับปราบปรามการต่อต้านภายใน กัสโตรเป็นผู้สนับสนุนหลักการร่วมมือระหว่างประเทศที่กระตือรือร้น เขาได้ริเริ่มคณะแพทย์คิวบาผู้ซึ่งทำงานทั่วโลกกำลังพัฒนา และช่วยเหลือกลุ่มสังคมนิยมปฏิวัติต่างประเทศหลายกลุ่มด้วยหวังว่าจะโค่นทุนนิยมโลก
ใน ค.ศ. 1976 เขากลายมาเป็นประธานสภาแห่งรัฐ เช่นเดียวกับสภารัฐมนตรี ในเวทีระหว่างประเทศ เขาถือตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนับจาก ค.ศ. 1979 ถึง 1983 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตพันธมิตรหลัก ใน ค.ศ. 1991 กัสโตรได้นำคิวบาเข้าสู่ "ระยะพิเศษ" ทางเศรษฐกิจ จากนั้นก่อนนำพาคิวบาเข้าสู่พันธมิตรโบลิเวียเพื่ออเมริกาใน ค.ศ. 2006 และสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองกับชาติอื่นในละตินอเมริกา ซึ่งเรียกว่า "สายสัมพันธ์ชมพู" ท่ามกลางสุขภาพที่ย่ำแย่ลง ในปีเดียวกัน กัสโตรโอนความรับผิดชอบไปยังรองประธานาธิบดี ราอุล กัสโตร ผู้ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมื่อฟีเดลลงจากตำแหน่งใน ค.ศ. 2008
กัสโตรเป็นบุคคลโลกที่ก่อให้เกิดการโต้แย้งและความเห็นแตกต่างกันอย่างสูง ขณะที่ผู้สนับสนุนเขายกย่องว่าเป็นตัวแทนของการต่อต้านจักรวรรดินิยม มีมนุษยธรรมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและคนยากจนทั่วโลก แต่นักวิจารณ์เขาได้กล่าวหาว่าเป็นผู้เผด็จการซึ่งการปกครองประเทศแบบเอกาธิปไตยได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นหลายครั้ง อย่างไรก็ดี เขาได้มีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อการเมืองผู้นำหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ เนลสัน มันเดลา อูโก ชาเบซ และเอโบ โมราเลส และเขายังได้รับความเลื่อมใสจากพวกนิยมซ้าย นักสังคมนิยมและนักต่อต้านจักรวรรดินิยมจำนวนมากทั่วโลก
อ้างอิง[แก้]
- ↑ Bardach, Ann Louise. "LOVE, FIDEL Letters From Prison: Castro Revealed." The Washington Post. February 23, 2007. Retrieved on October 15, 2011.