เอโบ โมราเลส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอโบ โมราเลส
Evo Morales
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโบลิเวีย คนที่ 80
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
22 มกราคม ค.ศ. 2006
รองประธานาธิบดี อัลบาโร การ์ซีอา ลีเนรา
สมัยก่อนหน้า เอดัวร์โด โรดรีเกซ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 ตุลาคม ค.ศ. 1959 (54 ปี)
โอรีโนกา, แคว้นโอรูโร, ประเทศโบลิเวีย
สัญชาติ โบลิเวีย
พรรคการเมือง MAS
อาชีพ ผู้นำสหภาพแรงงาน
ศาสนา โรมันคาทอลิก[1] / ประเพณีอินคา[2]

ควน เอโบ โมราเลส ไอย์มา (สเปน: Juan Evo Morales Ayma) เป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศโบลิเวีย เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของโบลิเวียที่ผู้นำประเทศเป็นชนพื้นเมืองหรืออินเดียนแดง โมราเลสเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 จากการเลือกตั้งของโบลิเวีย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2005 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 53.7 ในระหว่าง 2 ปีครึ่งหลังดำรงตำแหน่ง เขาได้รับความนิยมสูงมากถึง 2 ใน 3 และได้รับเลือกต่ออีกสมัยในปี ค.ศ. 2009 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 63 โมราเลสเป็นนักการเมืองซ้ายจัดเน้นนโยบายสังคมนิยม ได้แก่ การปฏิรูปที่ดิน แปรรูปองค์กรอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้เป็นของรัฐ ต่อต้านทุนนิยมเสรีและสหรัฐอเมริกา

ประวัติ[แก้]

เอโบ โมราเลส เป็นชาวเมสตีโซ เกิด วันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1959 มีเชื้อสายอินเดียนแดงชาวไอย์มารา เกิดในชนชั้นกรรมกร ทำงานเป็นแรงงานหลากหลาย ตั้งแต่การเป็นคนเลี้ยงฝูงยามา (llama), รับจ้างเป่าทรัมเป็ต, วิ่งมาราธอนล่าเงินรางวัล, รับจ้างก่อกำแพงด้วยอิฐ, เป็นโค้ชทีมฟุตบอล และเป็นเกษตรกรปลูกโคคา เขาสำเร็จการศึกษาแค่ระดับมัธยมศึกษาภายในประเทศ

การทำงาน[แก้]

ราวปี ค.ศ. 1985 โมราเลสได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการสหภาพเกษตรกรโคคาโบลิเวีย โดยปัจจุบันยังอยู่ตำแหน่งนี้ เขากลายเป็นผู้นำขบวนการเกษตรกรต่อต้านสหรัฐอเมริกาและรัฐบาล เมื่อไร่โคคาของเขาถูกทหารทำลายล้างภายใต้การหนุนหลังจากสหรัฐอเมริกาที่ต้องการปราบปรามการผลิตโคเคน ทั้ง ๆ ในโบลิเวียยุคนั้น ที่โคคาเป็นพืชเศรษฐกิจที่ใช้เคี้ยวและใช้ชงชาดื่มกันทั่วไป ตั้งแต่นั้นมาเขาผันตัวเองมาเล่นการเมืองเต็มตัว[3]

การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี[แก้]

โมราเลสกับลูลา ประธานาธิบดีของบราซิล เมื่อปี ค.ศ. 2006

เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เขาเดินหน้ายึดกิจการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของต่างชาติในโบลิเวียกลับคืนมาเป็นของชาติ สร้างความตกตะลึงให้แก่บรรดานายทุน-บรรษัทข้ามชาติน้ำมัน ที่กำลังจะสูญเสียผลประโยชน์ขนานใหญ่จากกิจการน้ำมันในโบลิเวีย รวมไปถึงประเทศเสรีนิยมทั่วโลกที่มุ่งเดินหน้าแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หรือโอนกิจการของชาติให้ไปอยู่ในตลาดทุนที่เสรีมากขึ้น

เอโบ โมราเลส กล่าวถึงเหตุผลเบื้องหลังความยากจนของประชาชนในประเทศของตนว่า "เป็นผลมาจากการเอารัดเอาเปรียบ การฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่โบลิเวียมีอยู่ใต้ผืนมาตุภูมิของตนเองไปแบบหน้าตาเฉย ของบรรดาบริษัทต่างชาติตะวันตกที่เข้ามาในประเทศ" โมราเลสเรียกพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็น "การปล้นสะดม" จากประชาชนโบลิเวีย เขาจึงแก้ปัญหาที่ว่านี้ ด้วยการส่งกำลังทหารเข้าไปยึดที่ทำการของบริษัท โรงกลั่นและโรงแปรรูป และหลุมขุดเจาะน้ำมันรวมทั้งสิ้น 56 จุดทั่วประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2006 มาเป็นทรัพย์สินของรัฐ และประชาชนโบลิเวีย

ในขณะเดียวกันก็ได้ให้เวลาบรรดาบริษัทต่างชาติทั้งหลาย 180 วัน เพื่อเปิดการเจรจาและทำสัญญาใหม่โดยที่บริษัททั้งหมดต้องถือหลักที่ว่าด้วย "การเคารพในเกียรติภูมิของชาวโบลิเวีย" โดยการให้ผลตอบแทนจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่อประชาชนเจ้าของประเทศอย่างเหมาะสม[4]

โมลาเรสเน้นสร้างความเป็นปึกแผ่นในกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ ที่เตรียมต่อกรกับทุนนิยมเสรี ระหว่างการครองตำแหน่งประธานาธิบดี โมราเลสเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับผู้นำซ้ายจัดของละตินอเมริกาอย่างอูโก ชาเบซ ของเวเนซุเอลา และฟีเดลกับราอุล กัสโตร แห่งคิวบา ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2008 ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับโบลิเวียตึงเครียดขึ้นสมัยรัฐบาลของโมราเลส ทั้งสองฝ่ายต่างถอนทูตของกันและกันกลับประเทศ[5] เมื่อโมราเลสสั่งห้ามการปฏิบัติงานของ ป.ป.ส. สหรัฐอเมริกาในโบลิเวีย

ในสมัยที่สองของตำแหน่งประธานาธิบดี เขามีนโยบายเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ และในปี ค.ศ. 2010 โมราเลสได้แปรรูปบริษัทพลังงานต่างชาติให้เป็นของรัฐ ทำการปฏิรูประบบบำนาญโดยการเข้ายึดกองทุนส่วนบุคคลเพื่อนำมาจ่ายให้คนยากจน โมราเลสได้พยายามยกเลิกกองทุนน้ำมัน เป็นผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นมากกว่า 70% จนเป็นเหตุให้มีการนัดหยุดงานในภาคการค้า และการชุมนุมประท้วง นับเป็นการเผชิญปัญหาทางการเมืองเป็นครั้งแรก[6]

มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อเขาเกี่ยวกับยาเสพติดมากมาย โมราเลสให้เหตุผลว่า การปลูกโคคาเป็นวัฒนธรรมในสายเลือดของชาวพื้นเมืองแอนดีส ไม่ใช่เพื่อนำไปผลิตโคเคน

อ้างอิง[แก้]

แม่แบบ:ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโบลิเวีย