พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระราชสังวรญาณ
(พุธ ฐานิโย)
หลวงพ่อพุธ
หลวงปู่พุธ.gif
เกิด 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464
มรณภาพ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
อายุ 78
บรรพชา พ.ศ. 2479
อุปสมบท 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485
พรรษา 57
วัด วัดป่าสาละวัน
ท้องที่ นครราชสีมา
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
เจ้าอาวาสวัดป่าสาละวัน

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย (8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 246415 พฤษภาคม พ.ศ. 2542) ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาส วัดป่าสาละวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นพระเกจิอาจารย์อีกท่านหนึ่งแห่งดินแดนอีสาน และเป็นลูกศิษย์องค์สุดท้ายของ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ท่านกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก และในช่วงวัยเด็ก ท่านมักจะมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้อื่น และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมในขณะอยู่ในเพศบรรพชิต [1]

ประวัติ[แก้]

หลวงพ่อพุธ ถานิโย ท่านมีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 หมู่บ้านชนบท ตำบลหนองหญ้าเซ้ง อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ ในช่วงอายุได้ 4 ขวบ บิดามารดาได้ถึงแก่กรรม ท่านจึงย้ายมาอยู่กับญาติพี่น้องที่ หมู่บ้านโคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

อุปสมบท
ในช่วงวัยเยาว์ ท่านได้ออกศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ท่านได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ลาออกมาแล้วบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2479เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้าน โคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีท่าน พระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์เป็นพระบรรพชาจารย์

เรียนรู้ธรรม
หลังจากบรรพชาแล้ว ท่านก็อาศัยอยู่กับท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์นั่นเอง ท่านได้รับเมตตา จากพระอาจารย์ให้ได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมด้วย และในพรรษาแรกนี้เอง สามเณรพุธสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี [2] และเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปีพ.ศ. 2483 ท่านพระอาจารย์เสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากตัวเป็นศิษย์ ท่านเจ้าคุณพระปัญญาพิศาลเถระ ณ วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาเรื่อยมาจนอายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดแห่งนี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานพระศาสนาตลอดมา [3] และในช่วงสงคราม เอเซียบูรพา ท่านได้อพยพ กลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี และท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2489 ระหว่างนั้น ท่านได้อาพาธอย่างหนัก ต่อมาท่านได้พบกับ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร และท่านก็ได้ช่วยรักษาโดยการให้เพ่งถึง เพ่งอาการ ๓๒ โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยัง คอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา [4] จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2513[5] ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาละวัน ในระยะเวลาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างไม่หยุดยั้ง และทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย [6] และได้สร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน [7] มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ - นอกจากนี้ท่านยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ - อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาล มหาราช จังหวัดนครราชสีมา - รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆอีกด้วย

ละสังขาร
หลวงพ่อพุธ ท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริอายุได้ 78 ปี [8]

ตำแหน่งทางคณะสงฆ์[แก้]

• ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้ช่วยเจ้าคณะอำเภอวารินชำราบ เมื่อ พ.ศ. 2495

• ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาสวัดป่าแสนสำราญ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อพ.ศ. 2496

• ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าคณะอำเภอวารินชำราบ เมื่อ พ.ศ. 2500

• ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ พ.ศ. 2511

• ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน เมื่อ พ.ศ. 2513

สมณศักดิ์[แก้]

• พระครูสัญญาบัตร ชั้นตรี ที่ พระครูพุทธิสารสุนทร เมื่อ พ.ศ. 2500

• พระราชาคณะ ชั้นสามัญ ที่ "พระชินวงศาจารย์ " เมื่อ พ.ศ. 2512

• พระราชาคณะ ชั้นสามัญ ที่ "พระภาวนาพิศาลเถร " เมื่อ 5 ธันวาคม 2527

• พระราชาคณะ ชั้นราช ที่ "พระราชสังวรญาณ " เมื่อ พ.ศ. 2535

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย) ถัดไป
พระสุธรรมคณาจารย์ (แดง ธมฺมรกฺขิโต) 2leftarrow.png เจ้าอาวาสวัดป่าสาละวัน
(พ.ศ. 2513 - พ.ศ. 2542)
2rightarrow.png พระมงคลวัฒนคุณ (เพิ่ม)