ผักแว่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผักแว่น
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Pteridophyta
ชั้น: Pteridopsida
อันดับ: Salviniales
วงศ์: Marsileaceae
สกุล: Marsilea
ชนิด: M. crenata
ชื่อทวินาม
Marsilea crenata
C.Presl

ผักแว่น (ชื่อวิทยาศาสตร์: Marsilea crenata) เป็นเฟินน้ำชนิดหนึ่ง มีอายุหลายปี พบได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดอยู่ในวงศ์ Marsileaceae สกุล Marsilea มีลักษณะเป็นเหง้าเถาเลื้อยไปตามผิวดินหรือผิวน้ำหรือโคลนเลน พบเห็นได้ทั่วไปตามริมน้ำหรือพื้นดินที่มีน้ำขังแฉะ สามารถนำมากินเป็นผักสด มีคุณค่าทางอาหาร และยังมีสรรพคุณทางยา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

ผักแว่นมีลักษณะจำแนกออกเป็นส่วนต่าง ๆ ดังนี้[1]

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักแว่น
  • ลำต้น – กลม มีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ลำต้นอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
  • ใบ – เป็นใบประกอบ มีใบย่อยทั้งสี่ใบ รูปกรวยปลายมนเป็นรูปลิ่มคล้ายพัด มีเส้นใบแบบ dichotomous คล้ายบัวแฉก ขนาดใบกว้าง 0.6–1.5 เซนติเมตร ยาว 0.8–1.9 เซนติเมตร โคนใบสอบ ขอบใบและแผ่นใบเรียบหรือหยักเล็กน้อย ไม่มีขน แผ่นใบจะงอกกออกจากตรงกลางตำแหน่งเดียวกัน 3–5 ใบ ทำให้ใบทั้งหมดรวมกันเป็นลักษณะกลม
  • ก้านใบ – ยาว 4.5–15 เซนติเมตร ใบย่อยไม่มีก้านใบ มี Sporocarp ลักษณะรีคล้ายเมล็ดถั่วเขียว ออกที่โคนก้านใบขณะอ่อนมีสีขาว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ
  • ดอกช่อ – ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2–3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกได้

ประโยชน์[แก้]

  • ใช้เป็นยาภายนอก รักษาแผลเปื่อย แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดยใช้ใบสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำละเอียด คั้นเอาน้ำทาบริเวณแผล สารที่ออกฤทธิ์คือ กรด Madecassic, Asiatic acid และ Asiaticoside acid ซึ่งช่วยสมานแผล เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนองและลดการอักเสบ[2]
  • น้ำต้มใบสด : รสจืดเย็นฝาดหวานเล็กน้อย สมานแผลในปากและลำคอ ดื่มระงับอาการร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย
  • ในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน ผักแว่นมักนำมากินเป็นผักสดกับน้ำพริก หรือเป็นเครื่องเคียงกับอาหารชนิดต่าง ๆ โดยสามารถนำมากินสดได้ทั้ง ใบอ่อน ก้านใบ และยอดอ่อน หรือนำมาปรุงเป็นอาหารรูปแบบอื่น ๆ เช่น แกงผักแว่น ผัดเผ็ดหมูผักแว่น
  • ในประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะในเมืองสุราบายา มักนำผักแว่นเสิร์ฟพร้อมกับมันเทศและเพเซล (Pecel) ซึ่งเป็นซอสเผ็ดทำจากถั่วลิสงของอินโดนีเซีย[3]
  • ชาวเขาเผ่าเมี่ยน (เย้า) ใช้ผักแว่นทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม เพื่อแก้เจ็บคอ แก้เสียงแหบ
ผักแว่น
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก. (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 150 kcal   630 kJ
คาร์โบไฮเดรต    
ไขมัน 1.2 ก.
โปรตีน 1 ก.
แคลเซียม  37 mg 4%
เหล็ก  3.5 mg 28%
ฟอสฟอรัส  66 mg 9%
[4]
ร้อยละของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน
สำหรับผู้ใหญ่ที่แนะนำในสหรัฐอเมริกา

ชื่อท้องถิ่น[แก้]

ผักแว่นมีชื่อเรียกในแต่ละท้องถิ่นดังนี้[1]

  • ภาคเหนือ/อีสาน/กลาง – ผักแว่น
  • ภาคใต้ – ผักลิ้นปี่
  • ชาวกะเหรี่ยง (ภาคเหนือ) – หนูเต๊าะ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 วงศ์ MARSILEACEAE, Fern siam
  2. ยาแก้โรคผิวหนัง ผักแว่น
  3. Semanggi Suroboyo, ยูทูบ
  4. กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2535). คุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ผักแว่น