ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Touched by His Noodly Appendage ภาพล้อเลียน The Creation of Adam อันมีชื่อเสียงของมีเกลันเจโล
กิจกรรมของลัทธิพาสตาฟาเรียนในกรุงวอชิงตัน
ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้าประดิษฐ์ด้วยมือ
ป้ายชื่อทหารสหรัฐอเมริกา ระบุศาสนา "Atheist/FSM"

ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า (อังกฤษ: Flying Spaghetti Monster หรือมักเรียกโดยย่อว่า FSM) เป็นพระเจ้าตามความเชื่อของ ศาสนจักรปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า หรือ ลัทธิพาสตาฟาเรียน ซึ่งเป็นศาสนาเชิงล้อเลียนที่ก่อตั้งโดยบ็อบบี เฮนเดอร์สัน เพื่อต่อต้านมติของคณะกรรมการการศึกษาของรัฐแคนซัส ที่บังคับให้โรงเรียนในสังกัดสอนทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาดควบคู่ไปกับทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินในวิชาชีววิทยา เฮนเดอร์สันเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการฯ มีใจความว่า เขาเชื่อว่าโลกและจักรวาลถูกสร้างโดยพระเจ้าที่มีรูปร่างคล้ายสปาเกตตีและลูกชิ้นสองก้อน ซึ่งเขาเรียกว่า "ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า" และเรียกร้องให้โรงเรียนในรัฐแคนซัสสอนทฤษฎีการสร้างโลกของเขาเช่นกันเพื่อความเท่าเทียมกัน เช่นเดียวกับการที่ทางคณะกรรมการฯ ได้กล่าวไว้ว่าการเรียนการสอนระหว่างทฤษฎีวิวัฒนาการและทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาดควรจะมีความเท่าเทียมกัน ซึ่งโดยนัยแล้ว เขาแสดงให้เห็นว่าทฤษฏีผู้สร้างอันชาญฉลาดเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ผิดกับปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้าเลย[1][2]

หลังจากเฮนเดอร์สันเผยแพร่จดหมายดังกล่าวบนเว็บไซต์ของเขา FSM ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางอินเทอร์เน็ตและเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านการสอนทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาดในโรงเรียนของรัฐ[3] "ความเชื่อ" ของพาสตาฟาเรียนล้วนล้อเลียนมากจากแนวความเชื่อในศาสนาเกี่ยวกับผู้สร้างโลก ความเชื่อเหล่านี้เผยแผ่ในเว็บไซต์ของเฮนเดอร์สัน Church of the Flying Spaghetti Monster ซึ่งเขาถือเป็นผู้ประกาศพระวรสาร และใน The Gospel of the Flying Spaghetti Monster เขียนโดยเฮนเดอร์สันและตีพิมพ์ใน ค.ศ. 2006 โดย Villiard Press ความเชื่อแกนหลักคือปีศาจอัจมองไม่เห็นและไม่อาจตรวจจับได้เป็นผู้สร้างจักรวาล โจรสลัดเป็นชาวพาสตาฟาเรียน (เป็นการรวมคำ พาสต้าและRastafarian เข้าด้วยกัน) พวกแรก[4] เฮนเดอร์สันเชื่อว่าการลดลงของโจรสลัดทำให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อน[5] ชุมชน FSM รวมตัวกันที่เว็บไซต์ของเฮนเดอร์สันเพื่อแบ่งปันความคิดและสร้างสรรค์ผลงานเกี่ยวกับ Flying Spaghetti Monster

เนื่องด้วยความโด่งดังและเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า เป็นตัวอย่างยุคใหม่ของ Russell's teapot ข้อโต้เถียงทางปรัชญาที่กล่าวว่าการพิสูจน์เป็นหน้าที่ของผู้สร้างข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีทางแสดงให้เห็นได้ว่าเท็จ หาใช่หน้าที่ของของผู้ที่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว FSM จะได้รับการชื่มชมและได้รับการยอมรับจากชุมชนทางวิทยาศาสตร์ FSM มักถูกวิพากษ์โดยผู้สนับสนุนปรัชญาผู้สร้างอันชาญฉลาด ผู้อ้างตนว่าเป็นพาสตาฟาเรียนได้มีส่วนในข้อพิพาททางศาสนาหลายครั้ง รวมถึงครั้งหนึ่งในรัฐฟลอริดาซึ่งมีการแสดงละครล้อเลียนเพื่อไม่ให้โรงเรียนในท้องถิ่นกำหนดกฎใหม่ในการสอนทฤษฎีวิวัฒนาการ[6]

ความเชื่อ[แก้]

บ็อบบี เฮนเดอร์สันได้กล่าวว่าความเชื่อต่อไปนี้ควรจะถูกสอนในการเรียนวิชาทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาดให้เท่าเทียมกับคริสต์ศาสนา โดยความเชื่อต่อไปนี้นั้นเป็นสาขาย่อยของทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาด

  • ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้านั้นล่องหนและไม่สามารถตรวจจับหรือค้นเจอได้ และยังเป็นผู้ที่สร้างจักรวาลขึ้นมาทั้งหมด รวมไปถึงภูเขา ต้นไม้ และมนุษย์
  • ปีศาจสปาเกตตีลอยได้นั้นใช้สัมผัสแห่งเส้นสปาเกตตีในการสร้างสิ่งต่าง ๆ
  • หลักฐานของทฤษฎีวิวัฒนาการในชีววิทยานั้นถูกสร้างโดยปีศาจสปาเกตตีลอยได้ โดยปีศาจสปาเกตตีลอยได้นั้นจะทดสอบความศรัทธาของผู้ปฏิบัติตาม (หรือชาวพาสตาฟาเรียน) โดยการทำให้สิ่งต่าง ๆ ดูเก่ากว่าความจริง
  • ชาวพาสตาฟาเรียนที่ได้รับสัมผัสแห่งเส้นสปาเกตตีจะถือว่าได้รับพรอันสูงส่งที่สุดจากปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า
  • ชาวพาสตาฟาเรียนนั้นเชื่อว่าสวรรค์นั้นประกอบไปด้วยสิ่งสองสิ่งคือภูเขาไฟเต็มไปด้วยเบียร์กับโรงงานนักเต้นระบำเปลื้องผ้า
  • "ราเมน" เป็นคำที่เมื่อจบการอธิษฐาน คล้ายกับคำว่า "อาเมน" ที่ใช้ในศาสนาคริสต์และศาสนายูดาห์ หรือ "อามีน" ที่ใช้ในศาสนาอิสลาม

ภาวะโลกร้อนกับโจรสลัด[แก้]

ตามหลักความเชื่อของชาวพาสตาฟาเรียนนั้น นักบวชของศาสนานั้นคือโจรสลัด โดยคำกล่าวอ้างว่าโจรสลัดนั้นเป็นกลุ่มโจรหรือพวกนอกรีตนั้นเป็นคำกล่าวอ้างที่เป็นเท็จโดยชาวคริสเตียนในยุคกลาง ชาวพาสตาฟาเรียนถือโจรสลัดเป็นผู้ที่หลงรักในชีวิตอันสงบสุขและการค้นหา อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ให้ขนมหวานแก่เด็กอีกด้วย

โดยคำสอนเกี่ยวกับโจรสลัดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจดหมายเปิดของบ็อบบี เฮนเดอร์สัน เขายังได้เน้นอีกว่าภาวะโลกร้อนนั้นเริ่มทวีความรุนแรงในช่วงยุคสมัย ค.ศ. 1800 เกิดขึ้นเนื่องจากการที่จำนวนโจรสลัดในโลกนั้นลดน้อยลง

พระวรสารแห่งปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า[แก้]

บ็อบบี เฮนเดอร์สันนั้นได้รับเงินจำนวน 80,000 ดอลลาร์เพื่อที่จะเขียน "พระวรสารแห่งปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า" ในธันวาคมปี ค.ศ. 2005 เขากล่าวว่าเขาจะนำรายได้ที่ได้จากการขายพระคัมภีร์นั้นไปสร้างเรือโจรสลัด โดยเขาจะนำมันไปใช้ในการเผยแพร่คำสอนของปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้าต่อไป พระคัมภีร์นั้นวางขายในวันที่ 28 มีนาคมปี ค.ศ. 2006

พระวรสารแห่งปีศาจสปาเกตตีลอยได้นั้นสามารถนำไปเทียบได้กับพระวรสารในคัมภีร์ไบเบิลของคริสต์ศาสนา โดยพระคัมภีร์นั้นประกอบได้หลักทำคำสอนแปดข้อหลัก

วันสำคัญ[แก้]

ชาวพาสตาเรียนได้กำหนดให้ทุกวันศุกร์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ทุกบทอธิษฐานในศาสนจักรนี้จะลงท้ายด้วยคำว่า "ราเมน" ซึ่งมีนัยยะล้อเลียนคำว่า อาเมน ในศาสนายูดาห์และศาสนาคริสต์ และยังสื่อถึง "ราเม็ง" เพื่อสื่อซึ่งถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นักเรียนนักศักษานิยมรับประทาน[7]

ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ฮานุคคาห์ และควันซา ชาวพาสตาเรียนจะฉลองวันหยุดที่เรียกว่า "Holiday" ซึ่งในแต่ละครั้งจะไม่กำหนดวันที่แน่นอน เพราะชาวพาสตาเรียนไม่นิยมสิ่งที่เป็นคำสอนต้องเชื่อหรือลัทธิพิธีการใด ๆ ไม่มีข้อกำหนดที่ต้องทำเป็นพิเศษ แต่จะฉลอง Holiday ตามที่จะพอใจทำ[8] มีการฉลอง "พาสต์โอเวอร์" เพื่อล้อเลียนพิธีปัสคา[9][10][11] (Passover) ในศาสนาคริสต์ และฉลอง "ราเม็งดัน" เพื่อล้อเลียนเดือนเราะมะฎอนของศาสนาอิสลาม[12][13][14]

ชาวพาสตาเรียนยังถือว่าการที่คนหันมาอวยพรกันว่า "สุขสันต์ฮอลิเดย์" มากขึ้นแทนการอวยพรเดิม (เช่น สุขสันต์วันคริสต์มาส) ถือเป็นการสนับสนุนลัทธิพาสตาเรียน[8] ในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2005 บัตรอวยพรวันคริสต์มาสจากทำเนียบขาวสมัยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้อวยพรให้ประชาชนสุขสันต์ "holiday season"[15] เฮนเดอร์สันจึงเขียนบันทึกส่งไปขอบคุณ มีรูปปลากำลังวาดปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้าเอาไว้ติดรถลีมูซีนหรือเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน[16] เฮนเดอร์สันยังขอบคุณถึงร้านวอล-มาร์ตที่ใช้วลีนี้เช่นเดียวกัน[17]

การใช้ในข้อโต้แย้งทางศาสนา[แก้]

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 Niko Alm ผู้ไม่นับถือศาสนาชาวออสเตรียได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายให้ถ่ายรูปติดใบอนุญาตขับขี่โดยสวมกระชอนพาสต้าไว้บนศีรษะ หลังจากที่เขาได้ใช้เวลาสามปีในการแสดงให้เห็นว่าเขามีจิตประสาทดีพอที่จะขับรถได้ เขาได้จุดประกายความคิดนี้เมื่อเห็นว่าข้อบังคับของออสเตรียยอมให้มีการปกคลุมศีรษะในภาพถ่ายอย่างเป็นทางการหากสวมใส่ด้วยเหตุผลทางศาสนา[4][18][19]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. "Verbatim: Noodle This, Kansas". วอชิงตันโพสต์. 28 สิงหาคม, พ.ศ. 2548. 
  2. Thierman, Jessica (18 กันยายน, พ.ศ. 2548). "Touched by His Noodly Appendage". Gelf Magazine. 
  3. Boxer, Sarah (2005-08-29). "But Is There Intelligent Spaghetti Out There?". The New York Times Arts article. สืบค้นเมื่อ 2007-02-05. 
  4. 4.0 4.1 "Austrian Pastafarian dons colander as religious headgear for drivers license". english.alarabiya.net. 2011 [last update]. สืบค้นเมื่อ 22 July 2011. 
  5. "Discussion of the Open Letter". Henderson, Bobby. สืบค้นเมื่อ 2007-04-07. 
  6. Billy Townsend (2007-12-22). "Polk Needled, Noodled In Evolution Flap". The Tampa Tribune. สืบค้นเมื่อ 2007-12-23. 
  7. "In the beginning there was the Flying Spaghetti Monster". The Daily Telegraph (London). September 11, 2005. สืบค้นเมื่อ 2009-12-19. 
  8. 8.0 8.1 Henderson, Bobby (2006-12-01). "Happy Holiday Season Everyone". Church of the Flying Spaghetti Monster. สืบค้นเมื่อ 25 November 2009. 
  9. "Questions on FSM Holidays". Venganza.org. 2008. สืบค้นเมื่อ 2011-03-29. 
  10. "A question about Pastover". Venganza.org. 2010. สืบค้นเมื่อ 2011-03-29. 
  11. RD Magazine
  12. "Ramendan". Venganza.org. 2008. สืบค้นเมื่อ 2011-03-29. 
  13. El Pais
  14. Death and Taxes magazine
  15. Cooperman, Alan (2005-12-07). "'Holiday' Cards Ring Hollow for Some on Bushes' List". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 25 November 2009. 
  16. Henderson, Bobby (2006-12). "FSM Card for Bush". Church of the Flying Spaghetti Monster. สืบค้นเมื่อ 25 November 2009. 
  17. The Gospel of the Flying Spaghetti Monster, p.125.
  18. "Austrian driver allowed 'pastafarian' headgear photo". BBC News. 2011-07-14. สืบค้นเมื่อ 26 July 2011. 
  19. แม่แบบ:Cite blog

อ้างอิง[แก้]

  1. Henderson, Bobby (2006). The Gospel of the Flying Spaghetti Monster. Villard Books. ISBN 0-8129-7656-8. 

สื่ออื่นๆ[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]