ปลาฉลามหัวค้อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปลาฉลามหัวค้อน
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ไมโอซีนยุคกลาง-ปัจจุบัน
บริเวณส่วนหัว อันเป็นลักษณะเด่น
ฝูงปลาฉลามหัวค้อนหยัก (S. lewini) ที่หมู่เกาะกาลาปาโกส
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Chondrichthyes
ชั้นย่อย: Elasmobranchii
อันดับใหญ่: Selachimorpha
อันดับ: Carcharhiniformes
วงศ์: Sphyrnidae
Gill, 1872
สกุล: Sphyrna
Rafinesque, 1810
สปีชีส์:
9 ชนิด (ดูในเนื้อหา)
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของปลาฉลามหัวค้อน
ชื่อพ้อง
  • Cestracion
  • Squalus
  • Zygaena

ปลาฉลามหัวค้อน (อังกฤษ: Hammerhead shark) เป็นปลาฉลามในวงศ์ Sphyrnidae มีเพียงสกุลเท่านั้น คือ Sphyrna

ลักษณะ[แก้]

มีรูปร่างที่แปลกตาแตกต่างไปจากปลาฉลามในวงศ์หรือสกุลอื่น ๆ คือ มีส่วนหัวที่แบนราบและแผ่ออกข้างคล้ายปีกหรือแลดูคล้ายค้อนทั้งสองข้าง โดยมีดวงตาอยู่สุดปลายทั้งสอง ปัจจุบัน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีไว้เพื่ออะไร แต่นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ช่วยให้การหาว่ายน้ำที่ช่วยส่งแรงยกตัวขึ้นหน้าด้าน ทำให้พุ่งตัวขึ้นในแนวดิ่งได้ดีขึ้น อีกทั้งยังใช้เป็นประสาทสัมผัสรับรู้และช่วยลดแรงต้านน้ำให้เหลือน้อยลงในการไล่งับอาหาร และในเวลาเอี้ยวหัวในเวลาว่ายน้ำ ซึ่งจากตำแหน่งของตาที่อยู่สุดปลายปีกสองข้างนั้น ทำให้ปลาฉลามหัวค้อนมีประสาทสายตาดีกว่าปลาฉลามจำพวกอื่น ๆ โดยสามารถมองเห็นภาพในมุมกว้างได้มากกว่าและสามารถทำให้มองเห็นเป็นภาพ 3 มิติ มีรูจมูกที่แยกจากกันเพื่อประสิทธิภาพในการดมกลิ่น[1] และยังสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ เพื่อจับหาที่อยู่ของอาหารได้ด้วย ไม่ว่าจะอยู่กลางทะเลหรือซ่อนอยู่บริเวณหน้าดินก็ตาม แต่ทว่าก็มีข้อเสียคือ ไม่สามารถที่จะเห็นภาพหรือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ได้[2]

มีสีลำตัวเป็นสีเทาอมน้ำตาลหรือสีเทาอมดำ หรือจนเกือบดำในบางชนิด ใต้ท้องเป็นสีขาว มีปากเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวอยู่ด้านล่างส่วนหัว

พฤติกรรม[แก้]

ปลาฉลามหัวค้อน มีนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10-20 ตัว พบกระจายพันธุ์อยู่ในทะเลแถบอบอุ่นทั่วทุกมุมโลก เป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว มีขนาดลำตัวตั้งแต่ไม่เกิน 1.5 เมตร จนถึง 6 เมตร ชอบกินอาหารจำพวก ปลากระดูกแข็งขนาดเล็กกว่า รวมถึงปลากระเบนซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเหมือนกันด้วย นอกจากนี้ยังชอบกิน หมึก, กุ้ง, ปู และหอย รวมทั้งอาจล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลขนาดใหญ่ เช่น โลมาหรือแมวน้ำ ได้ด้วยในบางชนิด โดยมักว่ายหากินตั้งแต่แนวปะการังไปจนถึงใต้ท้องทะเลลึกกว่า 275 เมตร ชอบว่ายน้ำโดยไม่หยุดไปมาตลอด ซึ่งสามารถว่ายน้ำได้ระยะไกล ๆ ในวันหนึ่ง ๆ โดยมีความเร็วในการว่ายประมาณ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 25 ปี

ปลาฉลามหัวค้อนจะออกลูกเป็นตัว ตกคราวละ 4-37 ตัว โดยการผสมพันธุ์จะเกิดก่อนที่ตัวเมียจะตกไข่นานถึง 2 เดือน ปลาตัวเมียจะเก็บน้ำเชื้อของตัวผู้ไว้ในต่อมสร้างเปลือกไข่ ซึ่งไข่จะเจริญมาจากรังไข่ข้างขวาซึ่งจะทำหน้าที่เพียงข้างเดียว ตัวอ่อนในมดลูกจะได้รับอาหารและออกซิเจนจากถุงไข่แดงและพู่เหงือก ซึ่งจะหายไปเมื่อโตขึ้น[3]

ปลาฉลามหัวค้อนที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก แถบหมู่เกาะกาลาปากอส มีพฤติกรรมว่ายออกหากินเป็นฝูง และไม่เพียงแค่ว่ายน้ำไปพร้อมกันเท่านั้น แต่พวกยังมีระบบสังคมหรือแม้แต่การสื่อสารปรากฏออกมาผ่านพฤติกรรมทั้งการสั่นหัวอย่างรุนแรง การเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน การบิดตัวอย่างแปลกประหลาด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาเรื่องนี้เชื่อว่าท่าทางเหล่านี้คือการสื่อสารที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม โดยจะรวมตัวกันอยู่ที่แถว ๆ ภูเขาไฟใต้ทะเลระหว่างวัน แต่เมื่อถึงตอนกลางคืนก็จะแยกย้ายกันออกไปหาอาหารของตัวเอง ปลาฉลามหัวค้อนมักจะทำกิจวัตรทุกอย่างที่เป็นเส้นตรง และจะกลับมาตอนรุ่งเช้า ก่อนจะเริ่มต้นทำทุกอย่างเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง

ปลาฉลามหัวค้อน ถือเป็นนักล่าที่ปราดเปรียวว่องไว ถือว่ามีความว่องไวกว่าปลาฉลามนักล่าขนาดใหญ่กว่า อย่าง ปลาฉลามขาว หรือปลาฉลามเสือ การปักและหมุนเป็นพฤติกรรมที่ปลาฉลามหัวค้อนจะใช้ส่วนหัวกดปลากระเบนให้ดำดิ่งลงไปติดพื้นทะเล จากนั้นก็จะหมุนตัวเพื่อเลือกชิ้นส่วนของปลากระเบนในการกัดกิน การใช้หัวปักเหยื่อคือหนึ่งในความสามารถของการปรับตัวกับขนาดหัวที่ใหญ่ ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดแต่ก็มีประสิทธิภาพมากที่สุดประการหนึ่งเช่นกัน[1]

การจำแนกทางอนุกรมวิธาน[แก้]

พบทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่

  • สกุล Eusphyra (นับว่าอยู่ในสกุล Sphyrna ด้วย)

ในประเทศไทยและความสัมพันธ์กับมนุษย์[แก้]

พบในน่านน้ำไทยเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ E. blochii และ S. tudes ซึ่งสามารถนำมาบริโภคหรือนำมาปรุงเป็นหูฉลามได้เหมือนฉลามจำพวกอื่น [4]

โดยมีชนิดที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้แก่ S. lewini, S. mokarran และ S. zygaena ซึ่งมีขนาดใหญ่และดุร้ายเมื่อถูกจับหรือรบกวน

ปลาฉลามหัวค้อน ยังมีชื่อเรียกอื่นในภาษาไทยอีก เช่น "อ้ายแบ้"[5] หรือ "ราหู" เป็นต้น

ในประเทศไทย ปัจจุบันมีปลาฉลามหัวค้อนชนิด S. lewini เลี้ยงอยู่ในสยามโอเชียนเวิลด์ ภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ความยาว 1 เมตร จำนวน 3 ตัว[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ทางด่วนของฉลามหัวค้อน". เดลินิวส์. 22 June 2014. สืบค้นเมื่อ 23 June 2014. 
  2. 2.0 2.1 นิตยสาร อควาเรี่ยมบิส ฉบับที่ 5 ปีที่ 1 ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 101 ฉลามหัวค้อน...นักล่าเหยื่อตัวฉกาจ โดย นันทวัฒน์ โชติสุวรรณ
  3. ปลาฉลามหัวค้อน โดย จารุจินต์ นภีตะภัฏ
  4. ฉลามหัวค้อนสั้น, อ้ายแบ้สั้น
  5. ความหมายของคำว่า ฉลาม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]