นกขุนทอง
| นกขุนทอง | |
|---|---|
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Aves |
| อันดับ: | Passeriformes |
| วงศ์: | Sturnidae |
| สกุล: | Gracula |
| ชนิด: | G. religiosa |
| ชื่อทวินาม | |
| Gracula religiosa (Linnaeus, 1758) |
|
| ชนิดย่อย | |
|
|
|
| ชื่อพ้อง | |
|
|
นกขุนทอง หรือ นกเอี้ยงคำ (คำเมือง[2]) (อังกฤษ: Common hill myna, Hill myna; ชื่อวิทยาศาสตร์: Gracula religiosa) เป็นนกในวงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง (Sturnidae) มีถิ่นอาศัยอยู่ทั่วไปในเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ มีความสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้เหมือนนกแก้ว จึงนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงกันสูง
เนื้อหา |
ชนิดย่อย [แก้]
นกขุนทองมีชนิดย่อยทั้งหมด 8 ชนิด ได้แก่
- G. r. andamanensis (Beavan, 1867) พบในเทือกเขาอันดามัน หมู่เกาะอันดามัน บริเวณตรงกลางของหมู่เกาะนิโคบาร์
- G. r. batuensis พบในเกาะบาตูและเกาะมันตาวี
- G. r. halibrecta (Oberholser, 1926) พบในส่วนอื่นของหมู่เกาะนิโคบาร์
- G. r. intermedia ภาคเหนือและภาคตะวันตกของอินโดนีเซียและตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียและจีนตอนใต้ (นกขุนทองเหนือ)
- G. r. palawanensis พบในเกาะปาลาวันของฟิลิปปินส์
- G. r. peninsularis พบในภาคกลางของอินเดีย
- G. r. religiosa พบในภูมิภาคซุนดา (ยกเว้นเกาะซูลาเวซี) และมาเลเซียตะวันตก (นกขุนทองใต้)
- G. r. venerata พบในภาคตะวันตกของภูมิภาคซุนดา
ลักษณะทั่วไป [แก้]
นกขุนทองมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 29 เซนติเมตร[3] ลำตัวป้อมสีดำ หางสั้น ปีกแหลมยาว เท้าแข็งแรง มีเหนียง คือ แผ่นหนังสีเหลืองอมส้มคลุมทั่วท้ายทอยและเหนียงสีเหลืองแดงสดใต้ตา ขนสีดำเหลือบเขียว มีเงาสีม่วงบริเวนหัวและคอ มีสีขาวแซมใต้ปีก ปากสีแดงส้ม ขาสีเหลืองสด ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน
การกระจายพันธุ์และถิ่นอาศัย [แก้]
ถิ่นแพร่พันธุ์หลักของนกขุนทองพบได้ในบริเวณโคนเทือกเขาหิมาลัย ใกล้เขตแดนอินเดีย, เนปาล และภูฏาน แต่พบได้ในศรีลังกา, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, สุมาตรา, อินโดนีเซีย และบอร์เนียว และถูกนำเข้าไปสหรัฐอเมริกาด้วย
นกขุนทองชอบอาศัยอยู่ในป่าที่มีความชื้น ที่ระดับความสูง 0-2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในประเทศไทยจะพบทุกภาคยกเว้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ในประเทศไทยพบ 2 ชนิดย่อย คือ G. r. intermedia ที่พบในพื้นที่ภาคเหนือ และ G. r. religiosa ที่ตัวใหญ่กว่าชนิดแรก พบในพื้นที่ภาคใต้ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "นกขุนทองควาย"[2]
พฤติกรรม [แก้]
ชอบร้องเวลาเช้าตรู่และพลบค่ำ ร้องเป็นเสียหวีดสูงตามด้วยเสียงอื่น ๆ เคลื่อนไหวบนกิ่งโดยเน้นการกระโดดข้างแทนการเดินต่างจากนกเอี้ยงทั่วไป นกขุนทองเป็นนกที่รักความสะอาดเพราะ มักชอบอาบน้ำ ไซร้ขนหรือตกแต่งขนอยู่ตลอดเวลา ชอบทำรังอยู่บริเวณโพรงไม้เก่า ๆ สูงระหว่าง 3-5 เมตร อาศัยอยู่เป็นกลุ่มประมาณ 6 ตัวขึ้นไป วางไข่ครั้งละ 2-3 ฟอง[3] นกขุนทองกินทุกอย่างทั้งพืชและสัตว์ เช่นผลไม้, ลูกไม้, น้ำดอกไม้ และแมลงต่าง ๆ
นกขุนทองนั้นมีชื่อเสียงเรื่องเสียงร้องหลากหลายชนิด ทั้งหวีด กรีดร้อง กลั้ว ร้องเป็นทำนอง รวมถึงเลียนแบบเสียงมนุษย์ ซึ่งทำได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย นกหนึ่งตัวจะมีเสียงร้องตั้งแต่ 3 ถึง 13 แบบ มีการเลียนแบบเสียงร้องกันโดยเฉพาะในเพศเดียวกัน แต่รัศมีในการเรียนรู้นี้ส่วนใหญ่น้อยกว่า 15 กิโลเมตรลงไป มีความเข้าใจผิดทั่วไปว่านกขุนทองนั้นชอบเลียนแบบเสียงร้องนกพันธุ์อื่น ๆ แต่ที่จริงแล้วพฤติกรรมนี้ไม่มีโดยธรรมชาติ แต่เฉพาะในสัตว์เลี้ยงเท่านั้น
สถานะภาพ [แก้]
ในประเทศไทย นกขุนทองจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
อ้างอิง [แก้]
- ↑ จาก IUCN (อังกฤษ)
- ↑ 2.0 2.1 ขุนทอง น. ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
- ↑ 3.0 3.1 Ali & Ripley (1983), Grimmett et al. (1998)
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Gracula religiosa จากวิกิสปีชีส์
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Gracula religiosa |