T-Virus

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับภาพยนตร์และเกม สำหรับชีววิทยา ดูที่ ไวรัส
หลอดทดลองที่มี T-Virus อยู่ข้างใน

T-virus เป็นเชื้อไวรัสในภาพยนตร์และเกมชุดในซีรี่ย์ Resident Evil เรซิเดนต์อีวิล [ไบโอฮาซาร์ด (เฉพาะในประเทศญี่ปุ่น)] มีชื่อเต็มว่า Tyrant Virus เป็นเชื้อไวรัสที่เกิดจากงานวิจัยโดยฝีมือศาสตราจารย์ด็อกเตอร์เจม มาคัส[James Marcus ]หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Umbrella Corporation บริษัทผลิตเวชภัณฑ์ยาและผู้ผลิตอาวุธชีวภาพรายใหญ่ของโลกขายให้กับรัฐบาลและผู้ก่อการร้าย นอกจากนี้เชื้อT-ไวรัสยังนำไปสู่การพัฒนาเชื้อไวรัสตัวอื่น ๆ มากมายภายในเกมชุดซีรี่ย์เรซิเดนต์อีวิล ภายหลังเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุภายในห้องแลปของ Umbrella Corporation ที่ใต้ดินเมือง Raccoon city จึงทำให้ T-Virus แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองผ่านทางท่อระบายน้ำโดยมีหนูและแมลงสาปเป็นตัวพาหะ

ทีมงานวิจัย[แก้]

T-ไวรัส (น.) เกิดจากการตัดต่อยีนAnilidเข้ากับจีโนมของProgenitorไวรัส[ (น.) ไวรัสที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้าพิษSonnentreppeร่วมกันของสเปนเซอร์ แอชฟอร์ด มาคัสและคณะผู้ก่อตั้งUmbrella ] หลังจากนั้นจึงมีการนำไปเชื่อมต่อกับRNAของโรคอีโบลาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแพร่เชื้อ ไวรัส T นี้มีความสามารถในการเชื่อมต่อหรือผสานยีนระหว่างรูปแบบชีวิตต่าง ๆ ทำให้มีการนำไปดัดแปลงหรือพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพ

ในช่วงแรกของการพัฒนาได้มีการแบ่งทีมวิจัยออกเป็น3ทีม ดังนี้

1.ทีมวิจัยของออซเวลส์ E สเปนเซอร์ ณ คฤหาสน์สเปนเซอร์ในเมือง Raccoon city

การวิจัยไม่มีความคืบหน้ามากเท่าใดนัก สเปนเซอร์สามารถสกัดเอาพิษจากดอกSonnentreppeและสร้างเชื้อไวรัสProgenitor A type และไวรัสProgenitor B typeเพียงสองชนิดและไม่ได้ประสบค์ผลสำเร็จตามความต้องการของสเปนเซอร์ในการสร้างโลกใหม่ให้มีแต่เฉพาะผู้ที่เหมาะสมเท่านั้นในโปรเจคเวสเกอร์ สเปนเซอร์จึงลอบสังหารแอชฟอร์ดเพื่อนสนิทของเขาเพื่อชิงผลงานการวิจัย

2. ทีมวิจัยของ เอ็ดเวิร์ด แอชฟอร์ด ณ เกาะร็อคฟอร์ดในมหาสมุทรแอนตาร์คติก

การวิจัยของแอซฟอร์ดเริ่มต้นจากการค้นพบสายพันธุ์มดโบราณและเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง แอซฟอร์ดจึงมีไอเดียในการผสานรวมเชื้อไวรัสชนิดนี้และProgenitorไวรัสเข้าด้วยกันผ่านการปลูกถ่ายจีโนมลงไปบนกิ่งDNA แต่ยังไม่ทันที่การทดลองจะประสบผลสำเร็จ เขาก็ถูกลอบสังหารโดยเพื่อนสนิทและถูกปกปิดว่าเป็นการทดลองที่ผิดพลาดของตัวแอชฟอร์ดเอง การทดลองนี้ได้รับการสานต่อโดยหลานสาวของเขาอเล็กเซีย แอชฟอร์ดในปีค.ศ.1980 และเธอก็ได้ฉีดให้กับตนเองในปีค.ศ.1983และผนึกตนเองเอาไว้ในหลอดแก้วพยุงชีพเพื่อให้สมองไม่ถูกทำลายโดยเชื้อไวรัสและปรับสภาพเข้ากับร่างกายในท้ายที่สุด เป็นต้นเหตุการหายตัวไปที่แท้จริงของเธอที่ยาวนานถึงกว่า14ปี

3. ทีมวิจัยของเจม มาคัส

การวิจัยไวรัสProgenitorของมาคัสถือว่าประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ทำให้เกิดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แตกต่างจากเชื้อไวรัสProgenitorโดยสิ้นเชิง เกิดจากการตัดต่อยีนAnilidเข้ากับจีโนมของProgenitorไวรัสซึ่งมีผลทำให้เชื้อไวรัสสามารถในการเชื่อมต่อหรือผสานยีนระหว่างรูปแบบชีวิตต่าง ๆ ทำให้มีการนำไปดัดแปลงหรือพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพ ต่อมาภายหลังมาคัสก็ถูกบุตรบุญธรรมอย่างด็อกเตอร์วิลเลี่ยม เบอร์กิ้นแย่งชิงผลงานการวิจัยทั้งหมด ทำให้เชื้อไวรัสต้นแบบชนิดนี้ถูกเปลี่ยนผู้พัฒนาไปในตอนท้าย วิลเลี่ยมนั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีพรสวรรค์ในการตัดต่อพันธุกรรม ทำให้เกิดมีการสร้างhunter[อาวุธชีวภาพที่เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรมของมนุษย์และกิ้งก่า]และการสร้างไวรัสชนิดใหม่โดยการนำตัวเชื้อT-virusเดิม (prototype) ไปเชื่อมต่อกับRNAของโรคอีโบลาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแพร่เชื้อ

การจัดเก็บ[แก้]

การจัดเก็บในหลอดเกลียวเพื่อทำให้การจัดเรียงตัวของไวรัสไม่ถูกตัวกันมากกว่าหนึ่งส่วนของสารเคมีภาพใน เพื่อให้ไม่เกิดปฏิกิริยาก่อนการใช้งานโดยจักเก็บแยกเป็นส่วนที่ใช้เพื่อยับยังกับ ส่วนการกระตุ้น

ความสามารถของ T-Virus[แก้]

พาหะแพร่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตเพื่อสร้างการกลายพันธุ์แบบต้องคำนึงถึงเงื่อนไขในการดำรงชีพ

     - แบคทีเรีย, ไวรัส (T), ปรสิต, ลฯล เมื่อใดใดข้างต้นอันมีพิษSonnentreppeเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต พิษจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีสถานะหยุดนิ่งและนั่นรวมไปถึงระบบภูมิต้านทานของสิ่งมีชีวิตด้วยเช่นกัน อนึ่งภูมิต้านทานนั้นจะมีอยู่2ประเภทคือInnateภูมิต้านทานโดยกำเนิด และAdaptiveภูมิต้านทานประยุกต์ ในการขับไล่สิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้ามารุกรานนั้นจะใช้เซลส์เม็ดเลือดขาว2ชนิดได้แก่Neutrophilมีหน้าที่ในการคอยทำลายแบคทีเรียใด ๆ ก็ตามและกินแบคทีเรียและEosinophilมีหน้าที่ในการทำลายเซลส์ที่ติดเชื้อหรือได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อหรือสารปนเปื้อนจากจุลชีพอื่น พิษSonnentreppeจะเข้ามามีบทบาทในจุดนี้และทำให้ภูมิคุ้มกันNeutrophil (ที่ทำหน้าที่กำจัด) กับEosinophil (ที่ทำหน้าที่ล้างเซลล์) หยุดทำงานหรือทำงานช้าลง เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียหรือปรสิตที่มีอยู่ในทุกที่จึงสามารถขยายตัวได้หลายเท่าของเซลส์ปรกติ เกิดเป็นการแพร่กระจายแบบไม่ทันตั้งตัวไปทั่วทุกเซลล์ จุลชีพเหล่านั้นจึงเคลื่อนที่ไปมาและผสานเข้ากับเซลส์อื่น ๆ ได้อย่างอิสระจนเข้าแทรกแทรงระบบการทำงานในร่างกายสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ทั้งหมด เมื่อเซลส์อยู่ภายใต้การควบคุมของเชื้อไวรัส, แบคทีเรีย, หรือปรสิตลฯลอันมีพิษSonnentreppe จึงทำให้มันสามารถกลายพันธ์ เปลี่ยนแปลงDNA เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตได้ตามรูบแบบของจุลชีพนั้น ๆ

     ร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งปวงแต่เดิมเป็นโครงสร้างระบบเซลส์ที่ต้องอาศัยพลังงานจากแหล่งที่มาหรือกระบวนการMetabolism เมื่อถูกยึดครองระดับเซลส์โดยแบคทีเรียที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างDNA จึงสามารถเร่งกระบวนการนี้ของMitochondriaจนถึงขีดสุดและสร้างพลังงานมหาศาลจากสารอาหารธรรมดาได้ ทั้งนี้ขั้นตอนนี้เองที่เป็นต้นเหตุของอาการหิวรุนแรงในสิ่งมีชีวิตที่ติดเชื้อและทำให้เกิดความก้าวร้าวดุร้าย

ดูเพิ่ม[แก้]