ไมเคิล โบลตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไมเคิล โบลตัน
Michael Bolton 1990.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด ไมเคิล โบโลติน
Michael Bolotin
วันเกิด 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
แนวเพลง ป็อป, ป็อปร็อก
อาชีพ นักร้อง,นักแต่งเพลง
ปี ค.ศ. 1968 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้อง Blackjack
เว็บไซต์ MichaelBolton.com

ไมเคิล โบลตัน (Michael Bolton) เกิดเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง มีเพลงดังอย่าง Said I Loved You... But I Lied และ To Love Somebody เป็นต้น

ประวัติ[แก้]

ไมเคิล โบลตัน เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง และนักเคลื่อนไหวทางสังคม อัลบั้มและซิงเกิลเพลงของเขาขายได้ยอดมากกว่า 52 ล้านแผ่นทั่วโลก และยังได้รับรางวัลแกรมมี่ถึงสองครั้ง ในสาขานักร้องชายยอดเยี่ยม และ ได้รับ American Music Awards และรางวัลเกียรติยศอื่นๆ มากมาย

และในอัลบั้มใหม่ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 22 ของเขา ไมเคิล โบลตัน ได้ย้อนกลับไปหากลิ่นอายของดนตรีป็อปในยุคทศวรรษที่ 40 50 และ 60 ด้วยเพลงระดับตำนานอย่าง "All The Way" (ออล เดอะ เวย์), "A Kiss To Build A Dream On" (อะ คิส ทู บิวด์ อะ ดรีม ออน) , "The Very Thought of You" (เดอะ เวรี่ ธอต อ๊อฟ ยู) , "When I Fall in Love" (เวน ไอ ฟอล อิน เลิฟ) และ"Smile" (สไมล์) ด้วยบทเพลงเหล่านี้ ไมเคิล โบลตัน ได้นำเพลงป๊อปคลาสสิกให้ฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขาได้นำผลงานสุดยอดของนักแต่งเพลงอย่าง George และ Ira Gershwin, Sammy Cahn, และ Marilyn & Alan Bergman & Michele Legrand กลับมาให้ผู้ฟังในยุคเราได้ยินกันอีกครั้ง

นอกจากจะทำงานในฐานะของนักร้องแล้ว ไมเคิล โบลตัน ยังเป็นนักแต่งเพลงที่มีผลงานล้นหลามอีกด้วย เขาได้แต่งเพลงให้กับศิลปินระดับตำนานอย่าง Barbra Streisand (บาร์บรา สไตรซัน) KISS (คิส), Kenny Rogers (เคนนี โรเจอร์), Kenny G. (เคนนี จี), Cher (แชร์), Peabo Bryson, Patti Labelle และอื่นๆ อีกมากมาย

เขายังได้ร่วมแต่งเพลงกับนักแต่งเพลงชั้นครูอย่าง Bob Dylan (บ็อบ ดีแลน), BabyFace (เบบี้เฟส) และ Diane Warren (ไดแอน วาร์เรน), และ ร่วมแสดงกับ Luciano Pavarotti (ลูเซียโน่ ปาวาร็อตติ), Placido Domingo (ปลาซิโด โดมิงโก), Renee Fleming (เรอเน่ เฟลมมิ่ง), Patti Labelle (แพ็ตติ ลาเบลล์), Ray Charles (เรย์ ชาร์ลส์), Percy Sledge (เพอร์ซี่ สเล็ดจ์), Wynonna Judd (วินอนนา จัดด์),และ BB King (บีบี คิง)

ในปี 2536 เขาได้ก่อตั้งมูลนิธิ ไมเคิล โบลตัน และตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็น ไมเคิล โบลตัน Charities, Inc (MBC) เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาและที่พึ่งพิงกับเด็กและสตรีที่ประสบปัญหาความยากจน และถูกทารุณกรรมทางร่างกาย อารมณ์ และทางเพศ และด้วยความร่วมมือกับผู้ว่าการรัฐคอนเน็คติกัต จอห์น โรว์แลนด์ ทาง ไมเคิล โบลตัน Charities จึงได้จัดตั้งโครงการ "Safe Space" เพื่อจัดหาสถานที่ที่ปราศจากอันตรายใดๆ ให้กับเยาวชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ความเป็นผู้นำ การฝึกงาน และความตระหนักถึงปัญหาสังคม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมา ไมเคิล โบลตัน Charities ได้บริจาคเงินกว่า 3.7 ล้านเหรียญช่วยเหลือองค์การกุศลทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

ไมเคิล โบลตัน ยังดำรงแหน่งเป็น ประธานกิติมาศักดิ์ขององค์กรพิทักษ์เด็กจากการทารุณกรรมอย่าง Prevent Child Abuse America และยังเป็น ประธานระดับประเทศของ This Close for Cancer Research และ เป็นคณะกรรมการ ของ National Mentoring Partnership and the Joe DiMaggio Children's Hospital อีกด้วย

และเมื่อไม่นานมานี้ ไมเคิล โบลตัน ยังร่วมทำงานกับ Lifetime Television, Verizon Wireless และ National Coalition Against Domestic Violence (NCADV) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำงานช่วยเหลือเด็กและสตรีที่เป็นเหยื่อความรุนแรง และในฐานะตัวแทนองค์กร NCADV ทาง ไมเคิล โบลตัน และ Lifetime Television, Verizon Wireless และองค์กรอื่นๆ ได้ร่วมกันรณรงค์ในเดือนมีนาคม ปี 2546 ให้มีการออกกฎหมายให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการให้ที่อาศัยแก่เหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว

ไมเคิล โบลตัน ยังได้รับรางวัล Lewis Hine Award ของ National Child Labor Committee และ รางวัล Martin Luther King Award ของ Congress of Racial Equality และรางวัล Ellis Island Medal of Honor ของ National Ethnic Coalition of Organizations ในฐานะที่ ไมเคิล โบลตัน ทำงานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเมื่อเร็วๆ นี้ Hollywood Chamber of Commerce ยังเชิญให้ ไมเคิล โบลตัน ประทับรอบฝ่ามือบนทางเดินในฮอลลีวูด

ผลงานเดี่ยว[แก้]

  • Michael Bolotin (1975)
  • Everyday of My Life (1976)
  • Michael Bolton (1983)
  • Everybody's Crazy (1985)
  • The Hunger (1987)
  • Soul Provider (1989)
  • Time, Love & Tenderness (1991)
  • Timeless: the Classics (1992)
  • The One Thing (1993)
  • The Artistry of Michael Bolotin (1993)
  • Greatest Hits (1985-1995) (1995)
  • This Is The Time: The Christmas Album (1996)
  • All That Matters (1997)
  • My Secret Passion (1998)
  • Timeless: The Classics, Vol. 2 (1999)
  • Only A Woman Like You (2002)
  • Vintage (2003)
  • 'Til The End Of Forever (2005)
  • Bolton Swings Sinatra (2006)
  • The Essential Michael Bolton (2006) Legacy Recordings

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]