ไฟร์เอมเบลม: Ankoku Ryū to Hikari no Ken

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไฟร์เอมเบลม: Ankoku Ryū to Hikari no Ken
Fe1box.jpg
ภาพกล่องเกม ไฟร์เอมเบลม: Ankoku Ryū to Hikari no Ken
ประเภท เกมสวมบทบาท
ผู้พัฒนา Intelligent Systems
ผู้จัดจำหน่าย นินเทนโด
ผู้สร้าง Shouzou Kaga (ผู้ออกแบบ)[1]
Keisuke Terasaki(ผู้กำกับ)[2]
Gunpei Yokoi (ผู้อำนวยการสร้าง)[3]
เครื่องที่ลง แฟมิคอม
จัดจำหน่าย ญี่ปุ่น:20 เมษายน พ.ศ. 2533

ไฟร์เอมเบลม: Ankoku Ryū to Hikari no Tsurugi (ญี่ปุ่น: ファイアーエムブレム 暗黒竜と光の剣,Faiā Emuburemu Ankoku Ryū to Hikari no Tsurugi, แปล ไฟร์เอมเบลม: มังกรแห่งความมืด และดาบแห่งแสงสว่าง) เป็นเกมภาคแรกในเกมชุดไฟร์เอมเบลม เกมแนววางแผนสวมบทบาทผลัดกันเดิน ที่พัฒนาขึ้นโดย Intelligent Systems และ จัดจำหน่ายโดยนินเทนโด วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่องแฟมิคอม (หรือที่รู้จักกันทั่วโลกในชื่อ Nintendo Entertainment System) ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 เรื่องราวในภาคนี้เกิดขึ้นในทวีป Archanea ตัวละครหลักคือ Marth ตัวละครที่ภายหลังเป็นที่รู้จักอย่างมากจากการปรากฏตัวในเกม Super Smash Bros. Melee และ Super Smash Bros. Brawl. โดย Falchion ดาบที่เป็นอาวุธ ที่เป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของ Fire Emblem ในเกมชุด Super Smash Bros. ตัวละคร Shiida ก็ปรากฏตัวใน Super Smash Bros. Brawl ในรูปของสติ๊กเกอร์


ระบบการเล่น[แก้]

ไฟร์เอมเบลมเป็นเกมชุดแรกๆในแนวเกมวางแผนผลัดกันเดิน บนเครื่องคอนโซล อย่างไรก็ตาม ตัวเกมมีความแตกต่างจากเกมแนววางแผนเกมอื่น โดยการนำหลายๆระบบจากเกมแนวสวมบทบาท เช่น Dragon Quest และยังเป็นเกมแรกๆ ถ้าไม่ใช่เกมแรกในเกมแนววางแผนสวมบทบาทอีกด้วย ต่อมาเกมในชุดมีการเปลี่ยนแปลงในระบบการเล่น ด้านล่างนี้คือรายการการเปลี่ยนแปลงระบบการเล่น ที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับเกมภาคนี้กับเกมภาคอื่น:

  • ไม่มีสีสำหรับที่บ่งบอกขอบเขตระยะที่สามารถเคลื่อนที่ได้ และ ผู้เล่นต้องใช้ลูกศร เพื่อขยับหาระยะที่ตัวละครตัวนั้นเคลื่อนที่ไปได้
  • ตัวละครถือไอเทมได้เพียงสี่ชิ้นเท่านั้น ซึ่งรวมอาวุธแล้ว นอกจากนี้ยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนไอเทม หรือ อาวุธระหว่างตัวละคร ผู้เล่นสามารถให้อาวุธ หรือ ไอเทมกับตัวละครอื่นได้ ถ้าตัวละครนั้นถือไอเทม หรือ อาวุธไม่ถึงสี่ชิ้น แต่ตัวละครนั้นก็จะไม่สามารถขยับได้ในตานั้น
  • โกดังอาวุธ และ ไอเทมนั้นมีลักษณะเป็นเต็นท์ (รูปแบบคล้ายคลึงกับในภาค Fire Emblem) และมีค่าบริการครั้งละสิบเหรียญในการเก็บอาวุธ/ไอเทม แต่ไม่เสียค่าบริการในการถอนไอเทมออกมา นอกจากนี้ผู้เล่นไม่สามารถซื้อไอเทม และ อาวุธ แล้วส่งไปยังที่โกดังโดยตรง ซึ่งหมายความว่า ตัวละครที่มีของเต็มจะไม่สามารถซื้อได้ อย่างไรก็ตาม ไอเทมที่ได้รับจากตัวละครศัตรูสามารถส่งไปยังโกดังได้ทันที
  • เกมภาคนี้เป็นภาคเดียวในเกมชุดไฟร์เอมเบลมที่สามารถซื้อ rapier ได้ในร้านทั่วไป
  • ตัวละครที่ทำหน้าที่รักษา (เช่น Cleric) จะไม่ได้ค่าประสบการณ์จากการใช้คทารักษา ทางเดียวที่ตัวละครจะได้ค่าประสบการณ์ คือ การรับการโจมตีจากตัวละครศัตรู (ถึงแม้ว่าจะหลบได้ก็ตาม)
  • ตัวละครอาชีพ Pegasus Knight เปลี่ยนอาชีพเป็น Wyvern Rider เมื่อเลื่อนระดับอาชีพ ตั้งแต่หลังจากภาค Fire Emblem: Seisen no Keifu เป็นต้นมา Pegasus Knight และ Wyvern Rider เป็นอาชีพคนละอาชีพกัน อย่างไรก็ตามในภาค Sacred Stones อาชีพ Wyvern Rider เป็นตัวเลือกหนึ่งในการเปลี่ยนอาชีพของ Pegasus Knight
  • ยังไม่มีระบบสามเส้าของอาวุธ หรือ ความสัมพันธ์ค้อน-กรรไกร-กระดาษ ของอาวุธแต่ละชนิด อย่างไรก็ตามอาวุธแต่ละชนิดยังคงคุณลักษณะของมัน เช่น ขวาน และ ทวนส่วนใหญ่นั้น สร้างความเสียหายได้สูง แต่แม่นยำน้อยกว่า ดาบ
  • อาชีพโดยมาก เช่น Armored Knight, Axeman, Hunter, และ Thief ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ อาชีพ Lord (Marth) ก็ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้เช่นกัน
  • ปราสาทมีพื้นที่เพียงหนึ่งช่องเท่านั้น ซึ่งทำให้สามารถล้อมโจมตีหัวหน้าฉากทั่วๆไป จากทั้งสี่ทิศทางในหนึ่งตาเดินได้

บรรยากาศ[แก้]

ภาพจากฉากที่สองของเกม

เนื้อเรื่องในภาคนี้เกิดขึ้นในทวีปในจินตนาการชื่อ Akaneia เกมภาคที่สาม Fire Emblem: Monshou no Nazo และภาคที่สิบเอ็ด Fire Emblem: Shadow Dragon ก็มีเนื้อหาในทวีป Akaneia เช่นกัน ซึ่งในเวอร์ชันที่จัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือเรียกทวีปนี้ว่า Archanea

ประกอบด้วยประเทศหลายประเทศ:

  • Akaneia: รู้จักในนามอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีชื่อชื่อเดียวกับชื่อทวีป ก่อตั้งโดย Cartas ภายหลังจากสงครามครั้งแรกกับ Earth Dragons โดยมีสมบัติประจำชาติเป็น Fire Emblem
  • Altea: ราชอาณาจักรของอัศวิน ก่อตั้งโดยวีรบุรุษนาม Anri เป็นประเทศที่เป็นมิตรกับ Gra ซึ่งมีบรรพบุรุษร่วมกัน Marth มาจากประเทศนี้
  • Gra: ราชอาณาจักรซึ่งแยกตัวออกมาจาก Altea ภายหลัง Anri ตาย สมาชิกในราชวงศ์ของ Altea แยกตัวออกมาเพื่อก่อตั้ง Gra
  • Talys: ราชอาณาจักรที่เป็นเกาะ ดินแดนที่ Marth หลบหนีมา หลังจากที่ Altea ถูกรุกรานจากกองทัพของ Doluna
  • Aurelis: ราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในที่ราบ ก่อตั้งโดย Cartas แห่ง Akaneia เดิมปกครองโดยน้องชายของเขาที่ชื่อ Marlon
  • Grust: ราชอาณาจักรทหาร มีชื่อเสียงจากหน่วยอัศวินดำ ที่ก่อตั้งโดยแม่ทัพ Odin
  • Khadein: รู้จักในนามดินแดนแห่งพ่อมด ก่อตั้งโดยจอมเวทย์ Gato
  • Medon: ราชอาณาจักรเกาะ บ้านของบรรดา Pegasus Knight และ Dragon Knight ก่อตั้งโดย Iote
  • Doluna: ราชอาณาจักของมังกร อยู่ทางเหนือของ Medon ปกครองโดยมังกรแห่งความมืด Medeus มีประชากรเป็นชาว Manakete

เนื้อเรื่อง[แก้]

Marth เจ้าชายของ Altea และ ผู้สืบเชื้อสายโดยตรงจาก Anri นักรบผู้เอาชนะมังกรแห่งความมืด Medeus อย่างไรก็ตามจากการโจมตีโดย Dolhr ประเทศเพื่อนบ้าน Marth จึงจำต้องลี้ภัยไปยัง Talis ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนพี่สาวของเขา Ellis ถูกจับเป็นตัวประกัน หลังจากที่พ่อของเขาถูกฆ่าในสงครามกับ นักบวชมืด Gharnef ด้วยความช่วยเหลือของอัศวิน Jeigan แห่ง Altea เจ้าหญิง Shiida แห่ง Talis และ คนอื่นๆ ช่วยเหลือ Marth ในการตามหาดาบวิเศษที่รู้จักในนาม Falchion หรือก็คือ Fire Emblem ซึ่งมีเพียงเขาที่สามารถใช้ได้ หลังจากนั้นเขาจึงจะสามารถต่อกรกับ Gharnef และ Medeus ที่ฟื้นขึ้นมา กู้อิสรภาพของ Altea และ ช่วยเหลือพี่สาวของเขา

ภาคต่อและการนำมาทำใหม่[แก้]

เกมภาคนี้มีการนำมาสร้างใหม่เพื่อลงในเครื่องซูเปอร์แฟมิคอม ในชื่อ Fire Emblem: Monshou no Nazo (ความลับแห่งสัญลักษณ์) ซึ่งรวมเอาภาคใหม่ที่เป็นภาคต่อจากเนื้อเรื่องเดิม (โดยใช้ชื่อว่า Book Two ในขณะที่ส่วนที่นำมาทำใหม่ของเรื่องเดิมที่เรียกว่า Book One) การสร้างใหม่ครั้งที่สองของ Book One ในชื่อ Fire Emblem: Shadow Dragon สำหรับลงในเครื่องนินเทนโดดีเอส

ตัวละคร[แก้]

คะตะคะนะ ออกเสียง ชื่ออังกฤษ อาชีพ
マルス Marusu Marth Lord
シーダ Shīda Shiida / Caeda Pegasus Knight
カイン Kain Cain Cavalier
アベル Aberu Abel Cavalier
マリク Mariku Merric Mage
オグマ Oguma Ogma Mercenary
ジョルジュ Joruju Jeorge Sniper
リンダ Rinda Linde Mage
パオラ Paora Palla Pegasus Knight
カチュア Kachua Catria Pegasus Knight
エスト Esuto Est Pegasus Knight
ミネルバ Mineruba Minerva Wyvern Rider
カミュ Kamyu Camus Paladin
ナバール Nabāru Nabarl Mercenary
ジェイガン Jeigan Jagen Paladin
ゴードン Gōdon Gordin Archer
ドーガ Dōga Draug Armor Knight
アラン Aran Alan Paladin
サムソン Samuson Samson Hero
エリス Erisu Ellis Cleric
バーツ Bātsu Barst Fighter
マジ Maji Bord Fighter
サジ Saji Cord Fighter
カシム Kashimu Castor Archer
ミディア Midia Medea Paladin
アストリア Asutoria Astram Hero
ミシェラン Misheran Macellan Armor Knight
トーマス Tōmasu Thomas Archer
トムス Tomusu Dolph Armor Knight
ボア Boa Boah Bishop
ハーディン Hādin Hardin Cavalier
ビラク Biraku Vyland Cavalier
ウルフ Urufu Wolf Archer Knight
ザガロ Zagaro Sedgar Archer Knight
ロシェ Roshe Roshea Cavalier
ウェンデル Wenderu Wendell Mage
マリア Maria Maria Priest
レナ Rena Lena Priest
マチス Machisu Matthis Cavalier
ロレンス Rorensu Lorenz General
ジュリアン Jurian Julian Thief
リカード Rikādo Richard Thief
ラディ Radi Radd Mercenary
シーザ Shīza Caesar Mercenary
バヌトゥ Banutu Bantu Manakete
チェイニー Cheinī Xane Commando
チキ Chiki Tiki Manakete
リフ Rifu Wrys Priest
ダロス Darosu Darros Pirate
ロジャー Rojā Roger Armor Knight
ジェイク Jeiku Jake Shooter
ベック Bekku Beck Shooter
ガトー Gatō Gotoh Sage
ミシェイル Misheiru Michalis Wyvern Rider
ガーネフ Gānefu Gharnef Dark Mage
メディウス Mediusu Medeus Manakete

[4]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]