โอเปิล ซาฟิร่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Opel Zafira 1.6 CNG ecoFlex Turbo Design Edition (B, Facelift) – Frontansicht, 9. Juli 2012, Heiligenhaus.jpg
โอเปิล ซาฟิร่า
ผู้ผลิต: โอเปิล
ปี: พ.ศ. 2542 - ปัจจุบัน
ประเภท: รถยนต์เอนกประสงค์ขนาดเล็ก (Compact MPV)
ลักษณะ: เอ็มพีวี 5 ประตู
เครื่องยนต์:
รุ่นก่อนหน้า: ไม่มี
รุ่นต่อไป: ยังไม่มี
รุ่นที่ใกล้เคียง: โตโยต้า วิช
ฮอนด้า สตรีม
เกีย คาเรนส์
ฟอร์ด ซี-แม็กซ์
เฌอรี่ V5
นิสสัน อัลเมร่า ทีโน่/ลิวินา เจนิส
มาสด้า พรีมาซี
ซีตรอง C4 ปิกัสโซ

โอเปิล ซาฟิร่า (อังกฤษ: Opel Zafira) เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดเล็ก (Compact MPV) ที่ผลิตโดย โอเปิล ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศเยอรมนี เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2542 โดยใช้โครงสร้างร่วมกับ โอเปิล แอสตร้า (อังกฤษ: Opel Astra) มีวิวัฒนาการตามช่วงเวลาได้ 3 Generation (รุ่น) ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งตรงกับรุ่นที่ 3 จึงได้ใช้ชื่อใหม่ว่า โอเปิล ซาฟิร่า ทัวร์เรอร์ (อังกฤษ: Opel Zafira Tourer) ในบางประเทศจะขายโดยใช้แบรนด์อื่น เช่น วอกซ์ฮอลล์ โฮลเดน เชฟโรเลตและซูบารุ เป็นต้น โดยรุ่นที่เคยขายในประเทศไทยจะใช้แบรนด์เชฟโรเลต

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2542-2548)[แก้]

โอเปิล ซาฟิร่า รุ่นที่ 1

โอเปิล ซาฟิร่า รุ่นที่ 1 เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2542 โดยเริ่มจัดแสดงเป็นรถต้นแบบในงานแฟรงเฟิร์ทมอเตอร์โชว์ปี พ.ศ. 2540 ใช้ชื่อว่า Zafira A โดยใช้แพลตฟอร์มร่วมกับโอเปิล แอสตร้า รุ่น Astra G แบบ T-Body ซาฟิร่ารุ่นนี้มีเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ,1.8 ,2.0 และ 2.2 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลรุ่น 2.0 และ 2.2 ลิตร ระยะฐานล้อ 2,694 มม. ความยาว 4,317 มม. ความกว้าง 1,742 มม. ความสูง 1,684 มม. และน้ำหนัก 1,320-1,560 กก. มีฐานการประกอบอยู่ที่ประเทศเยอรมนี ,โปแลนด์ ,ไทยและบราซิล

ในประเทศไทย ซาฟิร่ารุ่นนี้เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2543 ทำตลาดโดยใช้แบรนด์เชฟโรเลต โดยเป็นรถประกอบในประเทศไทย ถือเป็นการนำเอาตลาดรถ MPV กลับมาบุกเบิกตลาดอีกครั้ง หลังจากที่มี มิตซูบิชิ สเปซ วากอน เข้ามาทำตลาดในช่วงสั้นๆ ก่อนหน้านั้น โดยได้รับความนิยมมาก ขายได้ในระดับหลายร้อยคันต่อเดือน แม้จะไม่หวือหวานัก และส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นในชื่อ ซูบารุ ทราวิค (อังกฤษ: Subaru Traviq) ทำให้มีคู่แข่งใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากมาย เช่น ฮอนด้า สตรีม ,เกีย คาเรนส์และโตโยต้า วิช เป็นต้น สาเหตุที่ GM Thailand นำมาขาย เนื่องจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถของ GM กับพระนครยนตรการได้สิ้นสุดลง โดยในระยะแรก GM คิดจะนำ Opel Astra มาขาย แต่น่าจะไม่สามารถแข่งกับเจ้าตลาดได้ จึงนำ Zafira เข้ามา จุดเด่นคือใช้ช่วงล่างสไตล์ยุโรป และการจัดที่นั่งแบบ Flex-7 และมีแคมเปญการตลาดออกมาเรื่อยๆ เช่น แคมเปญซูชิกับสเต็ก (ดาวน์ 0% แล้วออกรถได้ทันที) และขายมาเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ. 2548

โดย Chevrolet Zafira ในประเทศไทย ได้มีการปรับตามรุ่นปีดังนี้

พ.ศ. 2543

  • เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน BOI Fair 2000 ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 โดยจำหน่ายรุ่น 1.8 GL และ 1.8 CD พร้อมเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร รหัส X18XE ECOTEC 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว

พ.ศ. 2544

  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.2 CDX พร้อมเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร รหัส Z22SE ECOTEC 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 203 นิวตันเมตร
  • มีการเปลี่ยนรหัสใหม่ในเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรทุกรุ่นย่อย เป็นรหัส Z18XE ECOTEC 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 123 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร
  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.2 LT ในปลายปีเดียวกัน โดยได้เพิ่มชุดตกแต่งลายไม้ ที่วางแขนคนขับ ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบริเวณพวงมาลัย พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ เบาะหนังแท้ และมีไฟตัดหมอกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • มีการออกรุ่นพิเศษในรุ่น 2.2 LT พร้อมสีทูโทนและล้ออัลลอย 5 ก้านคู่

พ.ศ. 2545

  • มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.2 Sport ด้วยชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน ล้ออัลลอย 5 ก้าน คิ้วโป่งล้อและกาบข้างประตูรถเป็นสีเดียวกับตัวรถ เบาะหนังแบบสปอร์ตพร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบสปอร์ต และระบบ Cruise Control เป็นอุปกรณ์พิเศษ
  • มีการปรับอุปกรณ์ใหม่ในรุ่น 2.2 ทุกรุ่นย่อยคือ มีไฟตัดหมอกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน คิ้วโป่งล้อ, มือจับเปิดประตูและฝาท้าย และคิ้วกันกระแทกด้านข้างเป็นสีเดียวกับตัวรถ พร้อมเบาะหนังสีเบจให้เลือก

พ.ศ. 2546

  • มีการปรับโฉมทุกรุ่นย่อยโดยเปลี่ยนไฟท้ายใหม่ แผงมาตรวัดสีดำพร้อมกรอบโครเมี่ยมและคอนโซลหน้าสีน้ำตาลในรุ่น 2.2 ทุกรุ่นย่อย ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบริเวณพวงมาลัยพร้อมระบบ Cruise Control เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น 2.2 LT และ Sport และแผงมาตรวัดสีขาวในรุ่น 1.8 ทุกรุ่นย่อย

พ.ศ. 2547

  • มีการปรับโฉมทุกรุ่นย่อยโดยเปลี่ยนกระจังหน้งใหม่แบบ Dual Port และล้ออัลลอยใหม่ 7 ก้าน 15 นิ้วในรุ่น 1.8 CD, 2.2 CDX และ 2.2 LT และล้ออัลลอยใหม่ 10 ก้าน 16 นิ้วในรุ่น Sport

พ.ศ. 2548

  • ยุติการทำตลาด

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2548-พ.ศ. 2554)[แก้]

โอเปิล ซาฟิร่า รุ่นที่ 2

โอเปิล ซาฟิร่า รุ่นที่ 2 เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2548 ยังคงใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Astra เหมือนเดิม ใช้ชื่อว่า Zafira B รุ่นนี้มีฐานการประกอบอยู่ที่ประเทศเยอรมนีและโปแลนด์ มีเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ,1.8 ,2.0 และ 2.2 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 1.7 และ 1.9 ลิตร ใช้เกียร์ธรรมดา 5 และ 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 และ 6 สปีด ระยะฐานล้อ 2,703 มม. ความยาว 4,468 มม. ความกว้าง 1,801 มม. ความสูงรุ่นปี พ.ศ. 2548-2550 อยู่ที่ 1,635 มม. และรุ่นปี พ.ศ. 2550-พ.ศ. 2554 1,645-1,670 มม.

รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน)[แก้]

โอเปิล ซาฟิร่า รุ่นที่ 3

โอเปิล ซาฟิร่า รุ่นที่ 3 เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2554 โดยใช้ชื่อใหม่ว่า Zafira Tourer C ส่วนซาฟิร่ารุ่นเดิมจะใช้ชื่อว่า Zafira Family มีฐานการประกอบอยู่ที่ประเทศเยอรมนี เริ่มจัดแสดงในงาน Geneva Motor Show มีเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1.4-2.0 ลิตร และได้มีการทำรุ่นที่ใช้แก๊ส CNG เป็นพลังงานทางเลือก มีเกียร์ธรรมดา 5 และ 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระยะฐานล้อ 2,760 มม. ความยาว 4,660 มม. ความกว้าง 1,820 มม. และความสูง 1,690 มม.