โรคลมเหตุร้อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรคลมเหตุร้อน
(Heat stroke)
ชื่ออื่นSun stroke, siriasis[1]
The British Army in the Middle East 1943 E26027.jpg
ทหารบริติชขณะรับการรักษาด้วยสเปรย์น้ำเพื่อลดอุณหภูมิกาย ซึ่งเป็นการรักษาโรคลมเหตุร้อนวิธีหนึ่ง ถ่ายที่ประเทศอิรักในปี ค.ศ. 1943
สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
อาการอุณหภูมิกายสูง, ตัวแดง, ปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, สับสน, อาเจียน[2]
ภาวะแทรกซ้อนชัก, กล้ามเนื้อสลาย, ไตวาย[3]
ประเภทคลาสสิก, จากการออกแรง[3]
สาเหตุอุณหภูมิภายนอกสูง, การออกแรงทางกาย[3][4]
ปัจจัยเสี่ยงอายุที่สูงมาก, ยาบางชนิด, คลื่นความร้อน, ความชื้นสัมพัทธ์สูง, โรคเกี่ยวกับผิวหนัง, โรคหัวใจ[3]
วิธีวินิจฉัยวินิจฉัยจากอาการ[3]
โรคอื่นที่คล้ายกันกลุ่มอาการป่วยที่รุนแรงจากการใช้ยาจิตเวช, มาลาเรีย, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ[3]
การรักษาทำให้เย็นอย่างรวดเร็ว, การดูแลประคับประคอง[4]
พยากรณ์โรคความเสี่ยงการเสียชีวิต <5% (เหตุจากการออกแรง), จนถึง 65% (ไม่ใช่เหตุจากการออกแรง)[3]
การเสียชีวิต> 600 รายต่อปี (สหรัฐ)[4]

โรคลมเหตุร้อน (อังกฤษ: heat stroke, heliosis, siriasis, หรือ sunstroke) เป็นอาการเจ็บป่วยจากความร้อนแบบรุนแรงอย่างหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีอุณหภูมิกายสูงเกิน 40.0 องศาเซลเซียสและมีอาการสับสน[4] อาการอื่น เช่น ผิวหนังแดง ปวดศีรษะและวิงเวียน[2] โดยโรคลมเหตุร้อนคลาสสิกโดยทั่วไปไม่มีเหงื่อ แต่สำหรับโรคลมเหตุร้อนจากการออกแรงโดยทั่วไปมีเหงื่อ การตั้งต้นของอาการอาจเป็นแบบฉับพลันหรือค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ โรคลมเหตุร้อนเนภาวะที่อาจมีอันตรายถึงตายได้ เนื่องจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินอย่างรุนแรงและการทำหน้าที่ของหลายอวัยวะผิดปกติเนื่องจากได้รับความร้อน[5] ภาวะแทรกซ้อนอาจมีอาการชัก การสลายของกล้ามเนื้อลายและไตวายได้[3]

โรคลมเหตุร้อนเกิดจากอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมภายนอกสูงหรือการออกกำลังกาย[3][4] สำหรับผู้ที่มีโรคหรือภาวะประจำตัวบางอย่างจะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ มักเกิดในผู้ที่ได้รับความร้อนสูงหรือออกแรงเป็นเวลานานซึ่งสามารถป้องกันได้ในบุคคลส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยที่มีกรรมพันธุ์แฝงบางอย่างมีความไวต่อโรคลมเหตุร้อนมากผิดปกติทำให้เกิดอาการได้แม้ได้รับความร้อนที่ค่อนข้างเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรเด็ก[6]

วิธีป้องกัน เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอและการเลี่ยงการสัมผัสความร้อนสูง[7] การรักษาได้แก่การให้ความเย็นแก่ร่างกายและการรักษาประคับประคอง วิธีที่แนะนำ เช่น การพ่นน้ำใส่และใช้พัดลม การแช่ในน้ำแข็ง หรือให้สารน้ำเย็นทางหลอดเลือดดำ วิธีวางแพ็กน้ำแข็งบนตัวนั้นสมเหตุสมผล แต่ไม่แนะนำเป็นรูทีน[4]

โรคนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 600 คนต่อปีในสหรัฐ[4] ซึ่งอัตรานี้เพิ่มขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1995 ถึง 2015[3] โรคนี้มีอัตราเสียชีวิตน้อยกว่าร้อยละ 5 ในผู้ป่วยโรคลมเหตุร้อนจากการออกกำลังกาย และสูงถึงร้อยละ 65 ในผู้ป่วยที่ไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกาย[3]

ในภาษาอังกฤษเรียกภาวะนี้ว่า heat stroke ซึ่งคำว่า stroke ในที่นี้เป็นการใช้คำผิดความหมาย โรคนี้ไม่มีความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดสมอง (stroke)

อ้างอิง[แก้]

  1. Herrick, RT (1986). "Heat illness in the athlete: siriasis is serious". Alabama Medicine. 55 (10): 28, 33–37. PMID 3706086.
  2. 2.0 2.1 "Warning Signs and Symptoms of Heat-Related Illness". www.cdc.gov (ภาษาอังกฤษ). เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ July 13, 2017. สืบค้นเมื่อ July 17, 2017.
  3. 3.00 3.01 3.02 3.03 3.04 3.05 3.06 3.07 3.08 3.09 3.10 Leon, LR; Bouchama, A (April 2015). "Heat stroke". Comprehensive Physiology. 5 (2): 611–47. doi:10.1002/cphy.c140017. PMID 25880507.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 Gaudio, FG; Grissom, CK (April 2016). "Cooling Methods in Heat Stroke". The Journal of Emergency Medicine. 50 (4): 607–16. doi:10.1016/j.jemermed.2015.09.014. PMID 26525947.
  5. Bouchama, Abderrezak; Knochel, James P. (2002-06-20). "Heat Stroke". New England Journal of Medicine. 346 (25): 1978–1988. doi:10.1056/nejmra011089. ISSN 0028-4793. PMID 12075060.
  6. Wang, Hui J.; Lee, Chang Seok; Yee, Rachel Sue Zhen; Groom, Linda; Friedman, Inbar; Babcock, Lyle; Georgiou, Dimitra K.; Hong, Jin; Hanna, Amy D.; Recio, Joseph; Choi, Jong Min (2020-10-09). "Adaptive thermogenesis enhances the life-threatening response to heat in mice with an Ryr1 mutation". Nature Communications. 11 (1): 5099. doi:10.1038/s41467-020-18865-z. ISSN 2041-1723. PMID 33037202. PMC 7547078.
  7. "Tips for Preventing Heat-Related Illness|Extreme Heat". www.cdc.gov (ภาษาอังกฤษ). June 19, 2017. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ July 29, 2017. สืบค้นเมื่อ July 17, 2017.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


การจำแนกโรค
V · T · D
ทรัพยากรภายนอก