โจนแห่งเอเคอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โจนแห่งเอเคอร์
Joan of Acre, with her betrothed Hartman of Germany.jpg
โจนกับฮาร์ตมันน์แห่งเยอรมนีผู้เป็นคู่หมั้น

พระอิสริยยศ เคาน์เตสแห่งกลอสเตอร์
เคาน์เตสแห่งฮาร์ตฟอร์ด
ราชวงศ์ แพลนแทเจเนต
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ เมษายน ค.ศ. 1272
เอเคอร์ (อิสราเอล) ในราชอาณาจักรเยรูซาเลม
สิ้นพระชนม์ 23 เมษายน ค.ศ. 1307 (35 พรรษา)
ณ ปราสาทแคลร์ ในแคลร์
ฝังพระศพ 26 เมษายน ค.ศ. 1307
พระบิดา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ
พระมารดา เอเลเนอร์แห่งคาสตีล
พระสวามี กิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 7 แห่งกลอสเตอร์
ราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ บารอนมอนเธอร์เมอร์ที่ 1
โอรส/ธิดา กิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 8 แห่งกลอสเตอร์
เอเลนอร์ เดอ แคลร์
มาร์กาเร็ต เดอ แคลร์
เอลิซาเบธ เดอ แคลร์
แมรี เดอ มอนเธอร์เมอร์
โจน เดอ มอนเธอร์เมอร์
โธมัส เดอ มอนเธอร์เมอร์
เอ็ดเวิร์ด เดอ มอนเธอร์เมอร์

โจนแห่งเอเคอร์ (อังกฤษ: Joan of Acre) หรือ โจน แพลนแทเจเนต (อังกฤษ: Joan Plantagenet) (ค.ศ. 1272 – 23 เมษายน ค.ศ. 1307) เป็นพระธิดาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษกับพระราชินีเลโอนอร์แห่งกัสติยา โจนสมรสครั้งแรกกับกิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 7 แห่งกลอสเตอร์ และสมรสครั้งที่สองกับราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ บารอนมอนเธอร์เมอร์ที่ 1

วัยเยาว์[แก้]

ภาพวาดโจนแห่งเอเคอร์

โจนแห่งเอเคอร์เป็นพระราชบุตรคนที่เจ็ดหรือแปดในสิบหกของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 กับเลโอนอร์แห่งกัสติยา แต่เป็นพระราชบุตรคนที่สองที่มีชีวิตรอดพ้นวัยเด็ก พระนางประสูติในอักโก (เอเคอร์) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอิสราเอลในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี ค.ศ. 1272 ขณะที่พระบิดามารดาซึ่งยังเป็นเพียงเจ้าชายและเจ้าหญิงพระชายาอยู่ในระหว่างการทำสงครามครูเสด ในยุคนั้นเจ้าชายและเจ้าหญิงอังกฤษหลายคนถูกตั้งชื่อตามสถานที่เกิด โจนจึงถูกเรียกว่า "โจนแห่งเอเคอร์" เพื่อให้ต่างจากพระธิดาอีกคนของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและเลโอนอร์ที่ชื่อว่าโจนเช่นกันซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อปี ค.ศ. 1265 ก่อนหน้าโจนประสูติหนึ่งปีมีพระธิดาอีกคนซึ่งไม่ทราบชื่อประสูติในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นกันแต่สิ้นพระชนม์ในวัยทารก หลังโจนประสูติได้ไม่กี่อาทิตย์ ในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1272 นักลอบสังหารได้แทงพระราชบิดาของโจนด้วยมีดสั้นอาบยาพิษ แม้จะเกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่เอ็ดเวิร์ดก็รอดชีวิตมาได้

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1272 เอ็ดเวิร์ดกับเลโอนอร์เดินทางออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับโจน ทั้งคู่ได้ล่องเรือไปยังซิซิลีและใช้เวลาช่วงคริสต์มาสในอิตาลี ตอนนั้นเองที่ผู้ส่งข่าวชาวอังกฤษได้แจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งขณะนั้นโจนมีพระชนมายุเพียงไม่กี่เดือน เอ็ดเวิร์ด พระบิดาของโจนกลายเป็นกษัตริย์คนใหม่ แต่พระองค์ก็ไม่ได้รีบร้อนเดินทางกลับอังกฤษ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกับเลโอนอร์เดินทางต่อไปยังฝรั่งเศสเพื่อเยี่ยมเยียนฌาน เคาน์เตสแห่งปงตีเยอและพระราชินีม่ายแห่งกัสติยา พระราชมารดาของเลโอนอร์ โจนน้อยถูกทิ้งให้อยู่ในการเลี้ยงดูของพระอัยกีขณะที่พระบิดามารดาเดินทางต่อไปยังกัสกอญ อัลฟอนโซ พระอนุชาของโจนประสูติที่บายอนน์ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1273 ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1274 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและเลโอนอร์เดินทางมาถึงอังกฤษหลังจากห่างหายไปสี่ปี พิธีราชาภิเษกของทั้งคู่ถูกจัดขึ้นในเดือนเดียวกันนั้น ไม่กี่อาทิตย์ต่อมาเฮนรี พระเชษฐาวัย 6 พรรษาที่โจนไม่เคยเจอหน้าสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันที่กิลด์ฟอร์ด อัลฟอนโซกลายเป็นทายาทในบัลลังก์แทนพระเชษฐาผู้ล่วงลับ

หลังพระอัยกีสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1279 โจนได้เหยียบผืนแผ่นดินอังกฤษเป็นครั้งแรกตอนพระชนมายุ 7 พรรษา ที่นั่นพระนางได้พบกับพี่น้องของตน คือ เอเลนอร์วัย 10 พรรษา, อัลฟอนโซวัย 5 พรรษาครึ่ง, มาร์กาเร็ตวัย 4 พรรษา และทารกน้อยแมรี พระขนิษฐาสองคนสิ้นพระชนม์ก่อนหน้าพระองค์จะมาถึง คือ เบเรงกาเรียวัย 2 พรรษา และทารกหญิงไม่ทราบชื่อ ปลายคริสต์ทศวรรษ 1270 โจนกับเอเลนอร์ พระเชษฐภคินี และอัลฟอนโซ พระอนุชา ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมราชสำนัก ทั้งสามได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองเทศกาลคริสต์มาสและอีสเตอร์ร่วมกับพระราชบิดามารดา ในขณะที่พี่น้องที่อ่อนวัยกว่าคนอื่นๆ ยังอยู่ในสถานอนุบาล

การสมรสครั้งแรก[แก้]

ในปี ค.ศ. 1277/78 เมื่อครั้งที่โจนยังอยู่ในปงตีเยอ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ได้จับพระธิดาหมั้นหมายกับฮาร์ตมันน์ ฟอน ฮาร์พสบวร์ก พระราชบุตรคนที่เจ็ดและพระโอรสคนที่สองของพระเจ้ารูดอล์ฟแห่งเยอรมนีกับแกร์ทรูด ฟอน โฮเอินแบร์ก ฮาร์ตมันน์ประสูติในปี ค.ศ. 1263 จึงมีพระชนมายุมากกว่าโจน 9 พรรษาและเคยถูกหมั้นหมายไว้กับคูนิกุนเดอแห่งโบฮีเมีย ทว่าการสมรสของทั้งคู่ถูกชะลอไว้เนื่องจากขณะนั้นโจนยังอยู่ในปงตีเยอ หรือไม่ก็เพราะพระนางมีพระชนมายุเพียง 6 พรรษา แผนการของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและพระเจ้ารูดอล์ฟล้มไม่เป็นท่าเมื่อฮาร์ตมันน์จน้ำสิ้นพระชนม์ในแม่น้ำไรน์หลังเรืออับปางในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1281 เชื่อกันว่าพระองค์กำลังเดินทางมาอังกฤษเพื่อสมรสกับโจน ทรงมีพระชนมายุเพียง 18 พรรษา

พระขนิษฐาและพระอนุชาร่วมพระบิดามารดาเดียวกันคนสุดท้องของโจน คือ เอลิซาเบธและเอ็ดเวิร์ดแห่งคายร์นาร์วอน ประสูติในปี ค.ศ. 1282 และ ค.ศ. 1284 ขณะที่อัลฟอนโซ พี่น้องที่มีพระชนมายุไล่เลี่ยกับโจนที่สุดสิ้นพระชนม์ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1284 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1286 เมื่อโจนมีพระชนมายุได้ 14 พรรษา พระราชบิดามารดาของพระนางออกเดินทางไปกัสกอญและไม่ได้กลับมาอังกฤษเป็นเวลานานกว่าสามปี หลังกลับมาจากกัสกอญ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็เริ่มจัดการสมรสให้พระโอรสธิดา

หลังฮาร์ตมันน์ที่ทรงหมายตาไว้ให้โจนเสียชีวิต พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็เริ่มมองหาคนใหม่จนมาลงเอยที่กิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 7 แห่งกลอสเตอร์และเอิร์ลที่ 6 แห่งฮาร์ตฟอร์ด หรือกิลเบิร์ตแดง กิลเบิร์ตเคยสมรสกับอาลีส เดอ ลุยซีนญ็อง พระขนิษฐาต่างบิดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ในปี ค.ศ. 1253 ตอนอายุเพียง 10 ปี การสมรสถูกประกาศให้เป็นโมฆะในปี ค.ศ. 1285

ในยุคนั้นการสมรสในประเทศบ้านเกิดนับเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับเจ้าหญิงอังกฤษ ทว่ากิลเบิร์ตเป็นบารอนผู้ทรงอำนาจที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ และเขายอมยกสิทธิ์ในปราสาทและคฤหาสน์ทั้งหมดของตนในอังกฤษและเวลส์ให้แก่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 พระราชบิดาของโจนเพื่อเป็นสินสอด โจนไม่ยอมสมรสจนกว่าจะมีผู้ติดตามจำนวนเท่ากับพี่น้องหญิงคนอื่นๆ แต่สุดท้ายในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1290 โจนในวัย 18 พรรษาก็ได้สมรสกับกิลเบิร์ต 'แดง' เดอ แคลร์ เอิร์ลแห่งกลอสเตอร์และฮาร์ตฟอร์ดซึ่งมีอายุมากกว่าโจนเกือบสามสิบปี อิซาเบล ธิดาคนโตของกิลเบิร์ตที่เกิดจากอาลีส เดอ ลุยซีนญ็อง ภรรยาคนแรก แก่กว่าโจน 10 ปี พิธีสมรสถูกจัดขึ้นที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ โจนสวมสายคาดเอวและเครื่องประดับศีรษะทองคำตกแต่งด้วยทับทิมและมรกตซึ่งซื้อมาจากปารีสและมีราคาราว 5 ปอนด์ แม้จะมีสายคาดเอวและเครื่องประดับศีรษะราคาแพงแต่พิธีสมรสของโจนถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ภายในครอบครัว ผิดกับพิธีสมรสของมาร์กาเร็ต พระขนิษฐาของโจนกับจอห์นที่ 2 ดยุคแห่งบราบ็องต์ซึ่งเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมา หลังพิธีสมรสพระนางกับกิลเบิร์ตเดินทางออกจากราชสำนักไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ปราสาททอนบริดจ์ในเคนต์โดยยังไม่ได้รับพระราชานุญาตจากพระราชบิดา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดซึ่งไม่พอใจอย่างมากได้ยกเสื้อผ้าเจ็ดชุดที่ตัดไว้ให้โจนให้แก่มาร์กาเร็ต กิลเบิร์ตกับโจนและสมาชิกราชสำนักอีกหลายคนเข้ารับกางเขนเพื่อทำสงครามครูเสด ทว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนใจหันไปให้ความสำคัญกับสงครามในสกอตแลนด์มากกว่า สงครามครูเสดจึงไม่ได้เกิดขึ้น

ไม่มีใครรู้ว่าโจนกับกิลเบิร์ตมีชีวิตสมรสที่มีความสุขหรือไม่ แต่ทั้งคู่มีบุตรธิดาด้วยกันสี่คนในระยะเวลาห้าปีครึ่งของชีวิตสมรส ได้แก่

การสมรสครั้งที่สอง[แก้]

กิลเบิร์ต เดอ แคลร์ถึงแก่กรรมในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1295 ด้วยวัย 52 ปี หลังเอลิซาเบธ บุตรคนเล็กคลอดไม่กี่สัปดาห์ โจนตกพุ่มม่ายด้วยวัย 23 พรรษา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมีแผนสมรสใหม่ให้โจนทันที โดยเจ้าบ่าวที่ทรงหมายตาไว้ คือ อามาดีอุสที่ 5 เคานต์แห่งซาวอยซึ่งแก่กว่าโจนหลายสิบปีเช่นกัน ทว่าพระนางกลับบอกแก่พระบิดาอย่างใจเย็นว่าทรงสมรสใหม่แล้วกับราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ ผู้ติดตามของสามีผู้ล่วงลับ ซึ่งในช่วงปลายปี ค.ศ. 1296 โจนได้ส่งราล์ฟไปให้พระราชบิดาแต่งตั้งเป็นอัศวิน ไม่ชัดเจนว่าราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์เป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่ชัดเจนว่าเขาเป็นบุตรนอกสมรส เนื่องจากในปี ค.ศ. 1304 จดหมายเหตุลอนดอนเรียกราล์ฟว่า 'บุตรนอกสมรสราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์' ราล์ฟแก่กว่าโจนสิบปี

พิธีสมรสของโจนกับราล์ฟอาจจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ค.ศ. 1297 ในเดือนมีนาคมพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดซึ่งไม่รู้ว่าพระธิดาสมรสใหม่แล้วได้ประกาศการหมั้นหมายของโจนกับเคานต์แห่งซาวอยอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อรู้ว่าพระธิดาสมรสอย่างลับๆ ไปแล้ว พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 โกรธจัด ว่ากันว่าพระองค์ถึงขั้นโยนมงกุฎที่สวมอยู่ใส่กองเพลิง ทรงริบที่ดินและปราสาททั้งหมดซึ่งเป็นมรดกที่โจนได้รับจากสามีผู้ล่วงลับ และสั่งจำคุกราล์ฟในปราสาทบริสตอล ว่ากันว่าโจนได้ส่งธิดาสามคนของตนกับกิลเบิร์ตไปหาพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเพื่อเอาใจพระอัยกาให้คลายโกรธ บิชอปแห่งเดอแรมเองก็พยายามจะช่วยไกล่เกลี่ย โจนได้ขอร้องให้พระราชบิดาเห็นใจตนกับสามี ทรงกล่าวกับพระราชบิดาว่า "หากสมรสกับหญิงยากจนไม่ใช่เรื่องน่าเสื่อมเสียสำหรับเอิร์ล การสมรสกับชายหนุ่มผู้มีความสามารถก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายสำหรับเคาน์เตสเช่นกัน"

โทสะของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดน่าจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าโจนกำลังตั้งครรภ์บุตรของราล์ฟ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งคู่ถึงต้องรีบร้อนสมรสกันอย่างลับๆ สุดท้ายราล์ฟก็ได้รับการปล่อยตัว โจนได้ที่ดินส่วนใหญ่ของพระองค์กลับคืนมาและได้รับอนุญาตให้ดำรงยศเป็นเคาน์เตสแห่งกลอสเตอร์และฮาร์ตฟอร์ดต่อไปแม้กิลเบิร์ตจะถึงแก่กรรมไปแล้ว หลังยอมประนีประนอมกับสามีคนใหม่ของพระธิดา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ก็ดูจะโปรดปรานราล์ฟเป็นอย่างมาก ในปี ค.ศ. 1304 พระองค์ได้พระราชทานยศเป็นเอิร์ลแห่งกลอสเตอร์ตามสิทธิ์ของภรรยาให้แก่พระชามาดา

โจนกับราล์ฟมีชีวิตสมรสที่มีความสุขและเต็มไปด้วยความรัก โจนมีบุตรให้ราล์ฟสี่คน ได้แก่

  • แมรี เดอ มอนเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1297) สมรสกับดันแคน แมคดัฟฟ์ เอิร์ลที่ 10 แห่งไฟฟ์
  • โจน เดอ มอนเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1299) แม่ชีของวิหารแอมสบรีในวิลต์เชอร์
  • ธอมัส เดอ มอนเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1301) สมรสกับมาร์กาเร็ต ภรรยาม่ายของเฮนรี ไทส์ ธอมัสถูกสังหารในสมรภูมิสเลยส์ในปี ค.ศ. 1340 จอห์น มอนทาคิวต์ เอิร์ลแห่งซัลสบรี หลานชายของธอมัสถูกตัดหัวในปี ค.ศ. 1400 หลังมีส่วนในแผนการอันล้มเหลวในการกอบกู้บัลลังก์กลับคืนมาให้พระเจ้าริชาร์ดที่ 2
  • เอ็ดเวิร์ด เดอ มอรเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1304) ไม่เคยสมรส

บุตรของโจนทุกคนล้วนมีอายุมากกว่าเอเลนอร์ พระขนิษฐาต่างมารดาของโจนซึ่งประสูติในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1306 โดยขณะนั้นโจนมีพระชนมายุ 34 พรรษา พระนัดดาคนโตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมีพระชนมายุมากกว่าพระราชบุตรคนเล็กของพระองค์ 15 พรรษา

ความสนิทสนมกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2[แก้]

เมื่อครั้งที่ราล์ฟได้รับยศเป็นเอิร์ลแห่งกลอสเตอร์ตามสิทธิ์ของภรรยา เอ็ดเวิร์ดแห่งคานร์นาร์วอนได้ส่งจดหมายถึงราล์ฟในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1304 ความว่า "เรายินดีเป็นอย่างมากและปลื้มปิติเป็นอย่างมากที่พี่สาวผู้เป็นที่รักของเราได้รับการยินยอมจากกษัตริย์ผู้เป็นที่รักของเรา บิดาของเราและของเจ้า" หลังผ่านไปเจ็ดปีและมีบุตรสี่คนในที่สุดเอ็ดเวิร์ดก็ยอมเรียกราล์ฟว่า "พี่ชายผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา" ในจดหมาย 11 ฉบับในช่วง ค.ศ. 1304 ถึง ค.ศ. 1305 และดูเหมือนว่าพระองค์จะมองราล์ฟเป็นคนใกล้ชิดที่ทรงเชื่อใจและมั่นใจ

เอ็ดเวิร์ดยังสนิทสนมกับโจนแห่งเอเคอร์ซึ่งมีพระชนมายุมากกว่าพระองค์ 12 พรรษา ในปี ค.ศ. 1305 ในช่วงที่พระองค์ขัดแย้งรุนแรงกับพระบิดาจนถูกตัดรายได้ โจนให้พระองค์ยืตราประทับ พระองค์จึงสามารถซื้อสินค้าได้ แมรี พระขนิษฐาของโจนต้องรอให้ได้รับอนุญาตจากกษัตริย์ก่อนถึงจะเขียนจดหมายหาเอ็ดเวิร์ดได้ แต่โจนไม่ใส่ใจความเห็นของพระบิดา ว่ากันว่าทรงห่างเหินกับพระราชบิดามารดา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ทั้งคู่ทิ้งโจนไว้กับอัยกีในช่วงที่ยังเด็ก

การสิ้นพระชนม์[แก้]

วัดคริสต์แคลร์ในซัฟฟอล์ก ที่ฝังศพของโจนแห่งเอเคอร์

หลังสมรสกับราล์ฟได้ 10 ปี โจนแห่งเอเคอร์ เคาน์เตสแห่งกลอสเตอร์และฮาร์ตฟอร์ดสิ้นพระชนม์ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1307 ด้วยวัย 35 พรรษาที่ปราสาทแคลร์ในแคลร์ซึ่งอยู่ในซัฟฟอล์ก ร่างของพระนางถูกฝังที่วัดวัดคริสต์คณะออกัสติเนียนในแคลร์ พระนางอาจสิ้นพระชนม์ระหว่างตั้งครรภ์หรืออาจมีสาเหตุมาจากการคลอดบุตร การสิ้นพระชนม์ของโจนทำให้ราล์ฟเสียยศเอิร์ลแห่งกลอสเตอร์ให้แก่กิลเบิร์ต บุตรชายจากการสมรสครั้งแรกของโจน แต่ราล์ฟก็ได้รับยศเป็นบารอนมอนเธอร์เมอร์ที่ 1 แทน ไม่กี่อาทิตย์หลังการสิ้นพระชนม์ของพระธิดาพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ก็สิ้นพระชนม์ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 พระอนุชาของโจน

ราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ครองตนเป็นม่ายอยู่ 11 ปีก่อนสมรสครั้งที่สองกับอิซาเบล เฮสติงส์ พี่น้องของฮิวจ์ เดสเปนเซอร์ผู้ลูก โดยไม่ได้รับพระราชานุญาตจากกษัตริย์เช่นเดิม ราล์ฟถึงแก่กรรมในเดือนเมษายน ค.ศ. 1325 หลังการสิ้นพระชนม์ของโจน 18 ปี

อ้างอิง[แก้]