โจนแห่งเอเคอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โจนแห่งเอเคอร์
Joan of Acre, with her betrothed Hartman of Germany.jpg
โจนกับฮาร์ตมันน์แห่งเยอรมนีผู้เป็นคู่หมั้น
เคาน์เตสแห่งกลอสเตอร์
เคาน์เตสแห่งฮาร์ตฟอร์ด
พระสวามีกิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 7 แห่งกลอสเตอร์
ราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ บารอนมอนเธอร์เมอร์ที่ 1
โอรสหรือธิดากิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 8 แห่งกลอสเตอร์
เอเลนอร์ เดอ แคลร์
มาร์กาเร็ต เดอ แคลร์
เอลิซาเบธ เดอ แคลร์
แมรี เดอ มอนเธอร์เมอร์
โจน เดอ มอนเธอร์เมอร์
โธมัส เดอ มอนเธอร์เมอร์
เอ็ดเวิร์ด เดอ มอนเธอร์เมอร์
ราชวงศ์แพลนแทเจเนต
พระบิดาพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ
พระมารดาเอเลเนอร์แห่งคาสตีล
ประสูติเมษายน ค.ศ. 1272
เอเคอร์ (อิสราเอล) ในราชอาณาจักรเยรูซาเลม
สิ้นพระชนม์23 เมษายน ค.ศ. 1307 (35 พรรษา)
ฝังพระศพ26 เมษายน ค.ศ. 1307

โจนแห่งเอเคอร์ (อังกฤษ: Joan of Acre) หรือ โจน แพลนแทเจเนต (อังกฤษ: Joan Plantagenet) (ค.ศ. 1272 – 23 เมษายน ค.ศ. 1307) เป็นพระธิดาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษกับพระราชินีเลโอนอร์แห่งกัสติยา โจนสมรสครั้งแรกกับกิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 7 แห่งกลอสเตอร์ และสมรสครั้งที่สองกับราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ บารอนมอนเธอร์เมอร์ที่ 1

วัยเยาว์[แก้]

ภาพวาดโจนแห่งเอเคอร์

โจนแห่งเอเคอร์เป็นพระราชบุตรคนที่เจ็ดหรือแปดในสิบหกของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 กับเลโอนอร์แห่งกัสติยา แต่เป็นพระราชบุตรคนที่สองที่มีชีวิตรอดพ้นวัยเด็ก พระนางประสูติในอักโก (เอเคอร์) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอิสราเอลในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี ค.ศ. 1272 ขณะที่พระบิดามารดาซึ่งยังเป็นเพียงเจ้าชายและเจ้าหญิงพระชายาอยู่ในระหว่างการทำสงครามครูเสด ในยุคนั้นเจ้าชายและเจ้าหญิงอังกฤษหลายคนถูกตั้งชื่อตามสถานที่เกิด โจนจึงถูกเรียกว่า "โจนแห่งเอเคอร์" เพื่อให้ต่างจากพระธิดาอีกคนของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและเลโอนอร์ที่ชื่อว่าโจนเช่นกันซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อปี ค.ศ. 1265 ก่อนหน้าโจนประสูติหนึ่งปีมีพระธิดาอีกคนซึ่งไม่ทราบชื่อประสูติในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นกันแต่สิ้นพระชนม์ในวัยทารก หลังโจนประสูติได้ไม่กี่อาทิตย์ ในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1272 นักลอบสังหารได้แทงพระราชบิดาของโจนด้วยมีดสั้นอาบยาพิษ แม้จะเกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่เอ็ดเวิร์ดก็รอดชีวิตมาได้

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1272 เอ็ดเวิร์ดกับเลโอนอร์เดินทางออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับโจน ทั้งคู่ได้ล่องเรือไปยังซิซิลีและใช้เวลาช่วงคริสต์มาสในอิตาลี ตอนนั้นเองที่ผู้ส่งข่าวชาวอังกฤษได้แจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งขณะนั้นโจนมีพระชนมายุเพียงไม่กี่เดือน เอ็ดเวิร์ด พระบิดาของโจนกลายเป็นกษัตริย์คนใหม่ แต่พระองค์ก็ไม่ได้รีบร้อนเดินทางกลับอังกฤษ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกับเลโอนอร์เดินทางต่อไปยังฝรั่งเศสเพื่อเยี่ยมเยียนฌาน เคาน์เตสแห่งปงตีเยอและพระราชินีม่ายแห่งกัสติยา พระราชมารดาของเลโอนอร์ โจนน้อยถูกทิ้งให้อยู่ในการเลี้ยงดูของพระอัยกีขณะที่พระบิดามารดาเดินทางต่อไปยังกัสกอญ อัลฟอนโซ พระอนุชาของโจนประสูติที่บายอนน์ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1273 ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1274 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและเลโอนอร์เดินทางมาถึงอังกฤษหลังจากห่างหายไปสี่ปี พิธีราชาภิเษกของทั้งคู่ถูกจัดขึ้นในเดือนเดียวกันนั้น ไม่กี่อาทิตย์ต่อมาเฮนรี พระเชษฐาวัย 6 พรรษาที่โจนไม่เคยเจอหน้าสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันที่กิลด์ฟอร์ด อัลฟอนโซกลายเป็นทายาทในบัลลังก์แทนพระเชษฐาผู้ล่วงลับ

หลังพระอัยกีสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1279 โจนได้เหยียบผืนแผ่นดินอังกฤษเป็นครั้งแรกตอนพระชนมายุ 7 พรรษา ที่นั่นพระนางได้พบกับพี่น้องของตน คือ เอเลนอร์วัย 10 พรรษา, อัลฟอนโซวัย 5 พรรษาครึ่ง, มาร์กาเร็ตวัย 4 พรรษา และทารกน้อยแมรี พระขนิษฐาสองคนสิ้นพระชนม์ก่อนหน้าพระองค์จะมาถึง คือ เบเรงกาเรียวัย 2 พรรษา และทารกหญิงไม่ทราบชื่อ ปลายคริสต์ทศวรรษ 1270 โจนกับเอเลนอร์ พระเชษฐภคินี และอัลฟอนโซ พระอนุชา ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมราชสำนัก ทั้งสามได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองเทศกาลคริสต์มาสและอีสเตอร์ร่วมกับพระราชบิดามารดา ในขณะที่พี่น้องที่อ่อนวัยกว่าคนอื่นๆ ยังอยู่ในสถานอนุบาล

การสมรสครั้งแรก[แก้]

ในปี ค.ศ. 1277/78 เมื่อครั้งที่โจนยังอยู่ในปงตีเยอ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ได้จับพระธิดาหมั้นหมายกับฮาร์ตมันน์ ฟอน ฮาร์พสบวร์ก พระราชบุตรคนที่เจ็ดและพระโอรสคนที่สองของพระเจ้ารูดอล์ฟแห่งเยอรมนีกับแกร์ทรูด ฟอน โฮเอินแบร์ก ฮาร์ตมันน์ประสูติในปี ค.ศ. 1263 จึงมีพระชนมายุมากกว่าโจน 9 พรรษาและเคยถูกหมั้นหมายไว้กับคูนิกุนเดอแห่งโบฮีเมีย ทว่าการสมรสของทั้งคู่ถูกชะลอไว้เนื่องจากขณะนั้นโจนยังอยู่ในปงตีเยอ หรือไม่ก็เพราะพระนางมีพระชนมายุเพียง 6 พรรษา แผนการของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและพระเจ้ารูดอล์ฟล้มไม่เป็นท่าเมื่อฮาร์ตมันน์จน้ำสิ้นพระชนม์ในแม่น้ำไรน์หลังเรืออับปางในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1281 เชื่อกันว่าพระองค์กำลังเดินทางมาอังกฤษเพื่อสมรสกับโจน ทรงมีพระชนมายุเพียง 18 พรรษา

พระขนิษฐาและพระอนุชาร่วมพระบิดามารดาเดียวกันคนสุดท้องของโจน คือ เอลิซาเบธและเอ็ดเวิร์ดแห่งคายร์นาร์วอน ประสูติในปี ค.ศ. 1282 และ ค.ศ. 1284 ขณะที่อัลฟอนโซ พี่น้องที่มีพระชนมายุไล่เลี่ยกับโจนที่สุดสิ้นพระชนม์ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1284 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1286 เมื่อโจนมีพระชนมายุได้ 14 พรรษา พระราชบิดามารดาของพระนางออกเดินทางไปกัสกอญและไม่ได้กลับมาอังกฤษเป็นเวลานานกว่าสามปี หลังกลับมาจากกัสกอญ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็เริ่มจัดการสมรสให้พระโอรสธิดา

หลังฮาร์ตมันน์ที่ทรงหมายตาไว้ให้โจนเสียชีวิต พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็เริ่มมองหาคนใหม่จนมาลงเอยที่กิลเบิร์ต เดอ แคลร์ เอิร์ลที่ 7 แห่งกลอสเตอร์และเอิร์ลที่ 6 แห่งฮาร์ตฟอร์ด หรือกิลเบิร์ตแดง กิลเบิร์ตเคยสมรสกับอาลีส เดอ ลุยซีนญ็อง พระขนิษฐาต่างบิดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ในปี ค.ศ. 1253 ตอนอายุเพียง 10 ปี การสมรสถูกประกาศให้เป็นโมฆะในปี ค.ศ. 1285

ในยุคนั้นการสมรสในประเทศบ้านเกิดนับเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับเจ้าหญิงอังกฤษ ทว่ากิลเบิร์ตเป็นบารอนผู้ทรงอำนาจที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ และเขายอมยกสิทธิ์ในปราสาทและคฤหาสน์ทั้งหมดของตนในอังกฤษและเวลส์ให้แก่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 พระราชบิดาของโจนเพื่อเป็นสินสอด โจนไม่ยอมสมรสจนกว่าจะมีผู้ติดตามจำนวนเท่ากับพี่น้องหญิงคนอื่นๆ แต่สุดท้ายในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1290 โจนในวัย 18 พรรษาก็ได้สมรสกับกิลเบิร์ต 'แดง' เดอ แคลร์ เอิร์ลแห่งกลอสเตอร์และฮาร์ตฟอร์ดซึ่งมีอายุมากกว่าโจนเกือบสามสิบปี อิซาเบล ธิดาคนโตของกิลเบิร์ตที่เกิดจากอาลีส เดอ ลุยซีนญ็อง ภรรยาคนแรก แก่กว่าโจน 10 ปี พิธีสมรสถูกจัดขึ้นที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ โจนสวมสายคาดเอวและเครื่องประดับศีรษะทองคำตกแต่งด้วยทับทิมและมรกตซึ่งซื้อมาจากปารีสและมีราคาราว 5 ปอนด์ แม้จะมีสายคาดเอวและเครื่องประดับศีรษะราคาแพงแต่พิธีสมรสของโจนถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ภายในครอบครัว ผิดกับพิธีสมรสของมาร์กาเร็ต พระขนิษฐาของโจนกับจอห์นที่ 2 ดยุคแห่งบราบ็องต์ซึ่งเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมา หลังพิธีสมรสพระนางกับกิลเบิร์ตเดินทางออกจากราชสำนักไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ปราสาททอนบริดจ์ในเคนต์โดยยังไม่ได้รับพระราชานุญาตจากพระราชบิดา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดซึ่งไม่พอใจอย่างมากได้ยกเสื้อผ้าเจ็ดชุดที่ตัดไว้ให้โจนให้แก่มาร์กาเร็ต กิลเบิร์ตกับโจนและสมาชิกราชสำนักอีกหลายคนเข้ารับกางเขนเพื่อทำสงครามครูเสด ทว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนใจหันไปให้ความสำคัญกับสงครามในสกอตแลนด์มากกว่า สงครามครูเสดจึงไม่ได้เกิดขึ้น

ไม่มีใครรู้ว่าโจนกับกิลเบิร์ตมีชีวิตสมรสที่มีความสุขหรือไม่ แต่ทั้งคู่มีบุตรธิดาด้วยกันสี่คนในระยะเวลาห้าปีครึ่งของชีวิตสมรส ได้แก่

การสมรสครั้งที่สอง[แก้]

กิลเบิร์ต เดอ แคลร์ถึงแก่กรรมในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1295 ด้วยวัย 52 ปี หลังเอลิซาเบธ บุตรคนเล็กคลอดไม่กี่สัปดาห์ โจนตกพุ่มม่ายด้วยวัย 23 พรรษา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมีแผนสมรสใหม่ให้โจนทันที โดยเจ้าบ่าวที่ทรงหมายตาไว้ คือ อามาดีอุสที่ 5 เคานต์แห่งซาวอยซึ่งแก่กว่าโจนหลายสิบปีเช่นกัน ทว่าพระนางกลับบอกแก่พระบิดาอย่างใจเย็นว่าทรงสมรสใหม่แล้วกับราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ ผู้ติดตามของสามีผู้ล่วงลับ ซึ่งในช่วงปลายปี ค.ศ. 1296 โจนได้ส่งราล์ฟไปให้พระราชบิดาแต่งตั้งเป็นอัศวิน ไม่ชัดเจนว่าราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์เป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่ชัดเจนว่าเขาเป็นบุตรนอกสมรส เนื่องจากในปี ค.ศ. 1304 จดหมายเหตุลอนดอนเรียกราล์ฟว่า 'บุตรนอกสมรสราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์' ราล์ฟแก่กว่าโจนสิบปี

พิธีสมรสของโจนกับราล์ฟอาจจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ค.ศ. 1297 ในเดือนมีนาคมพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดซึ่งไม่รู้ว่าพระธิดาสมรสใหม่แล้วได้ประกาศการหมั้นหมายของโจนกับเคานต์แห่งซาวอยอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อรู้ว่าพระธิดาสมรสอย่างลับๆ ไปแล้ว พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 โกรธจัด ว่ากันว่าพระองค์ถึงขั้นโยนมงกุฎที่สวมอยู่ใส่กองเพลิง ทรงริบที่ดินและปราสาททั้งหมดซึ่งเป็นมรดกที่โจนได้รับจากสามีผู้ล่วงลับ และสั่งจำคุกราล์ฟในปราสาทบริสตอล ว่ากันว่าโจนได้ส่งธิดาสามคนของตนกับกิลเบิร์ตไปหาพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเพื่อเอาใจพระอัยกาให้คลายโกรธ บิชอปแห่งเดอแรมเองก็พยายามจะช่วยไกล่เกลี่ย โจนได้ขอร้องให้พระราชบิดาเห็นใจตนกับสามี ทรงกล่าวกับพระราชบิดาว่า "หากสมรสกับหญิงยากจนไม่ใช่เรื่องน่าเสื่อมเสียสำหรับเอิร์ล การสมรสกับชายหนุ่มผู้มีความสามารถก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายสำหรับเคาน์เตสเช่นกัน"

โทสะของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดน่าจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าโจนกำลังตั้งครรภ์บุตรของราล์ฟ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งคู่ถึงต้องรีบร้อนสมรสกันอย่างลับๆ สุดท้ายราล์ฟก็ได้รับการปล่อยตัว โจนได้ที่ดินส่วนใหญ่ของพระองค์กลับคืนมาและได้รับอนุญาตให้ดำรงยศเป็นเคาน์เตสแห่งกลอสเตอร์และฮาร์ตฟอร์ดต่อไปแม้กิลเบิร์ตจะถึงแก่กรรมไปแล้ว หลังยอมประนีประนอมกับสามีคนใหม่ของพระธิดา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ก็ดูจะโปรดปรานราล์ฟเป็นอย่างมาก ในปี ค.ศ. 1304 พระองค์ได้พระราชทานยศเป็นเอิร์ลแห่งกลอสเตอร์ตามสิทธิ์ของภรรยาให้แก่พระชามาดา

โจนกับราล์ฟมีชีวิตสมรสที่มีความสุขและเต็มไปด้วยความรัก โจนมีบุตรให้ราล์ฟสี่คน ได้แก่

  • แมรี เดอ มอนเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1297) สมรสกับดันแคน แมคดัฟฟ์ เอิร์ลที่ 10 แห่งไฟฟ์
  • โจน เดอ มอนเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1299) แม่ชีของวิหารแอมสบรีในวิลต์เชอร์
  • ธอมัส เดอ มอนเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1301) สมรสกับมาร์กาเร็ต ภรรยาม่ายของเฮนรี ไทส์ ธอมัสถูกสังหารในสมรภูมิสเลยส์ในปี ค.ศ. 1340 จอห์น มอนทาคิวต์ เอิร์ลแห่งซัลสบรี หลานชายของธอมัสถูกตัดหัวในปี ค.ศ. 1400 หลังมีส่วนในแผนการอันล้มเหลวในการกอบกู้บัลลังก์กลับคืนมาให้พระเจ้าริชาร์ดที่ 2
  • เอ็ดเวิร์ด เดอ มอรเธอร์เมอร์ (เกิด ค.ศ. 1304) ไม่เคยสมรส

บุตรของโจนทุกคนล้วนมีอายุมากกว่าเอเลนอร์ พระขนิษฐาต่างมารดาของโจนซึ่งประสูติในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1306 โดยขณะนั้นโจนมีพระชนมายุ 34 พรรษา พระนัดดาคนโตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมีพระชนมายุมากกว่าพระราชบุตรคนเล็กของพระองค์ 15 พรรษา

ความสนิทสนมกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2[แก้]

เมื่อครั้งที่ราล์ฟได้รับยศเป็นเอิร์ลแห่งกลอสเตอร์ตามสิทธิ์ของภรรยา เอ็ดเวิร์ดแห่งคานร์นาร์วอนได้ส่งจดหมายถึงราล์ฟในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1304 ความว่า "เรายินดีเป็นอย่างมากและปลื้มปิติเป็นอย่างมากที่พี่สาวผู้เป็นที่รักของเราได้รับการยินยอมจากกษัตริย์ผู้เป็นที่รักของเรา บิดาของเราและของเจ้า" หลังผ่านไปเจ็ดปีและมีบุตรสี่คนในที่สุดเอ็ดเวิร์ดก็ยอมเรียกราล์ฟว่า "พี่ชายผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา" ในจดหมาย 11 ฉบับในช่วง ค.ศ. 1304 ถึง ค.ศ. 1305 และดูเหมือนว่าพระองค์จะมองราล์ฟเป็นคนใกล้ชิดที่ทรงเชื่อใจและมั่นใจ

เอ็ดเวิร์ดยังสนิทสนมกับโจนแห่งเอเคอร์ซึ่งมีพระชนมายุมากกว่าพระองค์ 12 พรรษา ในปี ค.ศ. 1305 ในช่วงที่พระองค์ขัดแย้งรุนแรงกับพระบิดาจนถูกตัดรายได้ โจนให้พระองค์ยืตราประทับ พระองค์จึงสามารถซื้อสินค้าได้ แมรี พระขนิษฐาของโจนต้องรอให้ได้รับอนุญาตจากกษัตริย์ก่อนถึงจะเขียนจดหมายหาเอ็ดเวิร์ดได้ แต่โจนไม่ใส่ใจความเห็นของพระบิดา ว่ากันว่าทรงห่างเหินกับพระราชบิดามารดา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ทั้งคู่ทิ้งโจนไว้กับอัยกีในช่วงที่ยังเด็ก

การสิ้นพระชนม์[แก้]

วัดคริสต์แคลร์ในซัฟฟอล์ก ที่ฝังศพของโจนแห่งเอเคอร์

หลังสมรสกับราล์ฟได้ 10 ปี โจนแห่งเอเคอร์ เคาน์เตสแห่งกลอสเตอร์และฮาร์ตฟอร์ดสิ้นพระชนม์ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1307 ด้วยวัย 35 พรรษาที่ปราสาทแคลร์ในแคลร์ซึ่งอยู่ในซัฟฟอล์ก ร่างของพระนางถูกฝังที่วัดวัดคริสต์คณะออกัสติเนียนในแคลร์ พระนางอาจสิ้นพระชนม์ระหว่างตั้งครรภ์หรืออาจมีสาเหตุมาจากการคลอดบุตร การสิ้นพระชนม์ของโจนทำให้ราล์ฟเสียยศเอิร์ลแห่งกลอสเตอร์ให้แก่กิลเบิร์ต บุตรชายจากการสมรสครั้งแรกของโจน แต่ราล์ฟก็ได้รับยศเป็นบารอนมอนเธอร์เมอร์ที่ 1 แทน ไม่กี่อาทิตย์หลังการสิ้นพระชนม์ของพระธิดาพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ก็สิ้นพระชนม์ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 พระอนุชาของโจน

ราล์ฟ เดอ มอนเธอร์เมอร์ครองตนเป็นม่ายอยู่ 11 ปีก่อนสมรสครั้งที่สองกับอิซาเบล เฮสติงส์ พี่น้องของฮิวจ์ เดสเปนเซอร์ผู้ลูก โดยไม่ได้รับพระราชานุญาตจากกษัตริย์เช่นเดิม ราล์ฟถึงแก่กรรมในเดือนเมษายน ค.ศ. 1325 หลังการสิ้นพระชนม์ของโจน 18 ปี

อ้างอิง[แก้]