แอ็นสท์ ไฮง์เคิล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แอ็นสท์ ไฮง์เคิล
Ernst Heinkel
Ernst Heinkel.jpg
เกิด24 มกราคม ค.ศ. 1888
กรุนบัค จักรวรรดิเยอรมัน
เสียชีวิต30 มกราคม ค.ศ. 1958 (70 ปี)
ชตุทท์การ์ท เยอรมนีตะวันตก
สัญชาติเยอรมัน
อาชีพวิศวกรการบิน, ผู้ประกอบการอากาศยาน

ดร.แอ็นสท์ ไฮง์เคิล (เยอรมัน: Ernst Heinkel) เป็นนักออกแบบเครื่องบิน วิศวกรการบินชาวเยอรมัน และมีตำแหน่งเป็นแวร์เวียร์ทชัฟทซ์ฟือเรอร์ในสมัยไรช์ที่สามและเป็นสมาชิกของพรรคนาซี เขายังเป็นเจ้าของบริษัทอากาศยานไฮง์เคิล (Heinkel-Flugzeugwerke) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินไฮง์เคิล เฮ 178 อากาศยานติดเครื่องยนต์เจ็ตเครื่องแรกของโลก

ประวัติ[แก้]

ไฮง์เคิลเกิดที่เมืองกรุนบัค ชานเมืองชตุทท์การ์ท จบการศึกษาจากสถาบันเทคนิคชตุทท์การ์ท และเริ่มสนใจในศาสตร์การบินเมื่อได้เห็นเรือเหาะเซ็พเพอลีน เมื่อมีอายุได้ 21 ปีเขาไปชมงานแอร์โชว์นานาชาติที่ฟรังค์ฟวร์ทอัมไมน์ และมีมองว่าการบินคือคมนาคมแห่งอนาคต ในปีนั้นเขาเริ่มลงมือสร้างเครื่องบินของตนเองด้วยการช่วยเหลือแนะนำของเฮนรี ฟาร์แมน (Henri Farman)

ไฮง์เคิลประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนได้รับบาดเจ็บหนักใน ค.ศ. 1911 ถึงกระนั้น เขายังคงเดินตามศาสตร์การบินต่อไป เขาเข้าทำงานที่บริษัทอากาศยานอัลบาทร็อส (Albatros Flugzeugwerke) และมีส่วนพัฒนาเครื่องบิน Albatros B.II จนสำเร็จ[1] เครื่องบินนี้ถูกใช้งานในต้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ภายหลังลาออกจากอัลบาทร็อส เขาตั้งบริษัทของตนเองใน ค.ศ. 1921 ที่เมืองวาร์เนอมึนเดอ (Warnemünde) และเนื่องจากกองกำลังป้องกันประเทศเยอรมนีถูกจำกัดการมีเครื่องบินจากผลของสนธิสัญญาแวร์ซาย ทำให้ไฮง์เคิลจำเป็นมองหาลูกค้าต่างประเทศ เช่น สวีเดน ญี่ปุ่น[2]

เมื่อฮิตเลอร์ก้าวขึ้นสู่อำนาจและฉีกสนธิสัญญาแวร์ซาย ทำให้ไฮง์เคิลกลายเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างเสริมแสนยานุภาพทางอากาศของลุฟท์วัฟเฟอ เขาได้รับตำแหน่งแวร์เวียร์ทชัฟทซ์ฟือเรอร์ (ผู้นำฝ่ายเศรษฐกิจการสงคราม) จากรัฐบาลเยอรมัน รับผิดชอบด้านการฟื้นแสนยานุภาพของเยอรมนี

อ้างอิง[แก้]

  1. Grosz, Peter M. Albatros C.I, Windsock Datafile No. 57, Albatros Productions, 1996, ISBN 0-948414-76-6, p.5, 10
  2. "Japanese-German relations, 1895-1945", Christian W. Spang, Rolf-Harald Wippich. Routledge, 2006. ISBN 0-415-34248-1, ISBN 978-0-415-34248-3. Retrieved March 16, 2010.