แอสตันมาร์ติน แวนเทจ (2005)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอสตันมาร์ติน วี8 แวนเทจ
แอสตันมาร์ติน วี12 แวนเทจ
Aston Martin V8 Vantage - Flickr - Alexandre Prévot (15) (cropped).jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต แอสตันมาร์ติน
เริ่มผลิตเมื่อ ค.ศ. 2005 – ปัจจุบัน
แหล่งผลิต เกย์ดอน, วอร์วิคเชียร์, สหราชอาณาจักร
ผู้ออกแบบ เฮนริก ฟิสเคอร์ (Henrik Fisker)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Grand tourer)
รูปแบบตัวถัง 2 ประตู คูเป
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้าง เครื่องยนต์หน้าลำ ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (FR)
แพลตฟอร์ม วีเอช แพลตฟอร์ม
จำนวนประตู 2 แบบบานเปิดธรรมดา
รุ่นที่คล้ายกัน แอสตันมาร์ติน ดีบี9
แอสตันมาร์ติน วี12 ซากาโท
แอสตันมาร์ติน ดีบี10
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ 4.3 L เครื่องแอสตันมาร์ติน 4.3/4.7 เอเจ V8
4.7 L เครื่องแอสตันมาร์ติน 4.3/4.7 เอเจ V8
5.9 L เอเอ็ม28 V12
ระบบเกียร์ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
เกียร์กึ่งอัตโนมัติสปอร์ตชิฟต์ 6 จังหวะ
เกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 จังหวะ
เกียร์ธรรมดาด็อดเลก 7 จังหวะ (รุ่น 2017 V12 Vantage S)
มิติ
ระยะฐานล้อ ค.ศ. 2006–07 & 2010 – ปัจจุบัน: 102.4 นิ้ว (2,601 มม.)
ค.ศ. 2008–2010: 102.5 นิ้ว (2,604 มม.)
ความยาว 172.5 นิ้ว (4,382 มม.)
ค.ศ. 2011 – ปัจจุบัน V12: 172.6 นิ้ว (4,384 มม.)
ความกว้าง 73.5 นิ้ว (1,867 มม.)
ค.ศ. 2011 – ปัจจุบัน V12: 73.4 นิ้ว (1,864 มม.)
ความสูง ค.ศ. 2006–07: 49.4 นิ้ว (1,255 มม.)
โรดสเตอร์: 2006–07: 50.0 นิ้ว (1,270 มม.)
ค.ศ. 2008–2010: 49.5 นิ้ว (1,257 มม.)
ค.ศ. 2011 – ปัจจุบัน V8: 49.6 นิ้ว (1,260 มม.)
ค.ศ. 2011 – ปัจจุบัน V8: 49.2 นิ้ว (1,250 มม.)
น้ำหนัก

1,548 กก. (3,413 ปอนด์) 1,695 กก. (3,737 ปอนด์) (V12 Vantage) [1]

1,671 กก. (3,684 ปอนด์) (V12 Vantage S) [2]
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า แอสตันมาร์ติน แวนเทจ

แอสตันมาร์ติน วี8 แวนเทจ (อังกฤษ: Aston Martin V8 Vantage ) และ แอสตันมาร์ติน วี12 แวนเทจ (อังกฤษ: Aston Martin V12 Vantage) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์หน้าลำ ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (FR) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทรถยนต์สัญชาติ อังกฤษ แอสตันมาร์ติน ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 - ปัจจุบัน ได้รับการออกแบบโดย เฮนริก ฟิสเกอร์ (Henrik Fisker) โดยรถแต่ละคันจะถูกผลิตด้วยมือทั้งหมด (Hand-built) ชื่อ "แวนเทจ" สื่อถึงรถสมรรถนะแรงสูงของค่ายแอสตันมาร์ติน ในฐานะรถจีที 2 ประตู (GT) นอกจากนี้ ยังอิงไปถึงชื่อเก่าที่ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง หลังจากยุติการผลิตลง ในปี ค.ศ. 1973 แอสตันมาร์ติน แวนเทจ เน้นเจาะตลาดในกลุ่มเดียวกับรุ่น ปอร์เช่ 911 ซึ่งมีเครื่องยนต์ กำลัง และราคา ใกล้เคียงกัน

รุ่นต่างๆ[แก้]

Roadster[แก้]

V8 Vantage Roadster

เปิดตัวครั้งแรกที่งานกรีเตอร์ลอสแอนเจลิสออโตโชว์ ปี ค.ศ. 2006 แอสตันมาร์ติน ก็ได้เปิดตัว "วี8 แวนเทจ โรดสเตอร์" (V8 Vantage Roadster) ซึ่งเป็นรุ่นเสริมสามารถเปิดประทุนได้ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่า 200 ปอนด์จากรุ่นเดิม (คูเป) แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในเรื่องของสมรรถนะก็ยังคงรักษาไว้ได้เท่ากับรุ่นปกติ สำหรับตัวหลังคา เป็นหลังคาผ้าใบควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ ใช้เวลาพับเปิด-ปิด ในเวลาเพียง 18 วินาที และสามารถกดสั่งการในขณะที่รถใช้ความเร็ว 30 ไมล์/ชม. (50 กม./ชม.) ได้ ตัวเครื่องยนต์คงไว้ที่ 4.3 ลิตร V8 มีกำลัง 380 bhp (283 kW; 385 PS) ที่ 7000 rpm และแรงบิดสูงสุดที่ 302 lb·ft (409 N·m) ที่ 5000 rpm ในเรื่องของสมรรถนะความเร็ว แวนเทจ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 178 ไมล/ชม. (286 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.8 วินาทีเท่านั้น[3] สำหรับตัวประตูรถ เป็นชนิด "ประตูปีกหงส์" (Swan wing doors)

N400[แก้]

ผลิตขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองบริษัท จากความสำเร็จในการแข่งขันที่สนาม Nürburgring ซึ่งมีระยะทางถึง 1,000 กม.[4] ทางค่าย แอสตันมาร์ติน จึงได้ออกมาเปิดตัว รุ่นจำกัดจำนวน เอน400 ในงานแฟรงเฟิร์ตมอเตอร์โชว์ ปี ค.ศ. 2007 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4.3 ลิตร V8 ซึ่งสามารถให้กำลังได้ถึง 400 bhp (298 kW; 406 PS) กลายเป็นที่มาของตังเลขรุ่น "400" ภายนอกของ เอน400 จะทาในสีพิเศษ 3 สี คือ สีดำ (Bergwerk Black), สีเงิน (Lightning Silver) และ สีส้ม (Karussell Orange) เอน400 จะถูกออกมาวางจำหน่าย ทั้งแบบคูเป้ และแบบโรสเตอร์ เป็นจำนวนเพียง 240 คันเท่านั้น [5]

V8 Vantage S[แก้]

V8 Vantage S

ในวันที่ 25 มกราคม 2011[6] แอสตันมาร์ติน ก็ได้เปิดตัว "วี8 แวนเทจ เอส" (V8 Vantage S) ทั้งแบบคูเป และแบบโรดสเตอร์ เปิดประทุน ออกแบบมาเพื่อให้มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้นกว่า วี8 ธรรมดา สำหรับตัวเครื่องยนต์ยังคงไว้ที่ 4.7 ลิตร V8 เช่นเดิม แต่ต่างไปที่การแต่งรถรอบคัน และระบบภายใน ในเรื่องของกำลัง มีกำลังเพิ่มเป็น 430 แรงม้า และ 361 lb-ft ของแรงบิด ลดอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เหลือเพียง 4.0 วินาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นธรรมดาที่ 0.3 วินาที ระบบเกียร์ เป็นชนิด ซิงเกิ้ล-คลัทซ์ 7 จังหวะ (Single-clutch seven-speed)

V12 Vantage[แก้]

ในวันที่ 11 ธันวาคม ปี ค.ศ. 2007 ทีมออกแบบจากค่ายแอสตันมาร์ติน ก็ได้เปิดตัว คอนเซปคาร์ต่อจาก "วี8 แวนเทจ" ในชื่อ "วี12 แวนเทจ อาร์เอส" (V12 Vantage RS) แตกต่างจากรุ่น วี8 อย่างเห็นได้ชัดคือ เครื่องยนต์ที่ปรับเพิ่มเป็น V12 ซึ่งให้กำลังถึง 510 hp (380 kW)[7] The power along with the weight of 3,704 ปอนด์ (1,680 กก.)[7] ซึ่งขนาดกำลังที่สูงขึ้นส่งผลให้น้ำหนักรถเพิ่มไปที่ 3,704 pounds (1,680 kg)[7] รถสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ที่ 4.1 วินาที[7] และความเร็วสูงสุดที่ 190 ไมล์/ชม. (310 กม./ชม.)[7]

ในที่สุด แอสตันมาร์ติน ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ. 2009 และใช้ชื่อว่า "V12 Vantage" ซึ่งคาดว่าจะวิ่งบนถนนประมาณ 1,000 คัน และสำหรับรุ่นพิเศษ คาร์บอน แบร็ค (Carbon Black) จะจำหน่ายในสหรัฐเพียงเท่านั้น

ในวันที่ 24 สิงหาคม ปี ค.ศ. 2011 แอสตันมาร์ติน ก็ได้พัฒนา วี12 แวนเทจ เป็น จีที3 (GT3) เพื่อไปแทนที่ แอสตันมาร์ติน ดีบีอาร์เอส9 (Aston Martin DBRS9) ซึ่งคาดว่ารถจะลงสนามแข่งในช่วงต้นปี 2012[8]

V12 Vantage S[แก้]

ในวันที่ 28 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 2013 แอสตันมาร์ติน ก็ได้เปิดตัว วี12 แวนเทจ เอส ซึ่งเป็นรุ่นเสริมต่อจาก วี12 แวนเทจ ธรรมดา ให้มีความเป็นสปอร์ตขึ้น ในรูปแบบของ ซูเปอร์คาร์[9]

วี12 แวนเทจ เอส มาพร้อมกับ เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตรใหม่ ซึ่งเรียกว่า "เอเอ็ม28" (AM28) มีกำลัง 565 hp (421 kW) และแรงบิด ที่ 457 lb·ft (620 N·m) รถขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า 2 ล้อ และเกียร์สปอร์ตชิฟต์ III 7 จังหวะ อัตโนมัติ-ธรรมดา (Seven-speed Sportshift III automated manual) ตัวใหม่ ซึ่งมีน้ำหนักกว่า Sportshift III ธรรมดา ถึง 55 ปอนด์ (25 กิโลกรัม)

แวนเทจ เอส สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 205 ไมล์/ชม. (330 กม./ชม.) กลายเป็นรถจากค่าย แอสตันมาร์ติน ที่เร็วที่สุด เท่าที่เคยผลิตมา[10]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "V12 Vantage vs. R8 V10, 458 Italia, SLS AMG, 911 Turbo S Comparison". 
  2. "2015 Aston Martin V12 Vantage S: The Biggest V-12 In The Smallest Aston! - Ignition Ep. 95". 
  3. http://www.caranddriver.com/reviews/2008-aston-martin-v-8-vantage-roadster-first-drive-review
  4. 7 September 2007 (7 September 2007). "Two more Astons for Frankfurt show". Autocar.co.uk. สืบค้นเมื่อ 30 September 2010. 
  5. "Aston at the double". Top Gear. สืบค้นเมื่อ 30 September 2010. 
  6. "The New Aston Martin V8 Vantage S". สืบค้นเมื่อ 11 July 2011. 
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 "Aston Martin V12 Vantage Specification". Aston Martin. สืบค้นเมื่อ 30 January 2010. 
  8. http://www.speedhunters.com/archive/2011/08/24/random-snap-gt-gt-aston-martin-v12-vantage-gt3.aspx
  9. "Aston Martin’s New 205-Mile Per Hour V12 Vantage S". Automoblog.net. สืบค้นเมื่อ 2013-05-29. 
  10. "V12 VANTAGE S: ASTON MARTIN TAKES VANTAGE TO EXTREMES". สืบค้นเมื่อ 2013-05-29.