แอนดรูว์ คาร์เนกี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอนดรูว์ คาร์เนกี
Andrew Carnegie, three-quarter length portrait, seated, facing slightly left, 1913-crop.jpg
แอนดรูว์ คาร์เนกี ใน ค.ศ. 1913
เกิด 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835(1835-11-25)
ดันเฟิร์มลิน, ไฟฟ์, สก็อตแลนด์, สหราชอาณาจักร
เสียชีวิต 11 สิงหาคม ค.ศ. 1919 (83 ปี)
ชาโดว์ บรูค
เลอโนซ์, รัฐแมสซาชูเซตส์, สหรัฐอเมริกา
สาเหตุการเสียชีวิต
โรคหลอดลมอักเสบ
อาชีพ นักอุตสาหกรรม นักธุรกิจและผู้ประกอบการ
มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ $298.3 billion in 2007 dollars, according to List of wealthiest historical figures, based on information from Forbes – February 2008.
คู่สมรส หลุยส์ วิธฟิลด์
บุตร มาร์กาเรต คาร์เนกี
ลายมือชื่อ Andrew Carnegie Signature.JPG

แอนดรูว์ คาร์เนกี (อังกฤษ: Andrew Carnegie, 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 - 11 สิงหาคม ค.ศ. 1919) เป็นนักอุตสาหกรรม นักธุรกิจและผู้ประกอบการชาวสกอต-อเมริกัน ผู้นำการขยายตัวอย่างใหญ่หลวงของอุตสาหกรรมเหล็กกล้าอเมริกาในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เขายังเป็นหนึ่งในนักการกุศลคนสำคัญที่สุดในยุคของเขา

คาร์เนกีเกิดในดันเฟิร์มลิน สกอตแลนด์ และอพยพสู่สหรัฐอเมริกากับครอบครัวเมื่อยังเป็นเด็ก อาชีพแรกของเขาในสหรัฐอเมริกา เป็นกรรมกรโรงงานในโรงงานหลอดด้าย ภายหลังเขาทำงานเป็นคนจดรายการ (bill logger) ให้กับเจ้าของบริษัท ไม่นานจากนั้นเขากลายเป็นเด็กส่งของ ท้ายสุด เขาก้าวหน้าเข้าทำงานในบริษัทโทรเลข และจนถึงคริสต์ทศวรรษ 1860 เขาได้ลงทุนในทางรถไฟ รถนอนทางรถไฟ สะพานและบ่อน้ำมัน เขาร่ำรวยขึ้นมาากการเป็นผู้ขายพันธบัตรระดมเงินทุนแก่วิสาหกิจอเมริกาในยุโรป

เขาก่อตั้ง Carnegie Steel Company ในคริสต์ทศวรรษ 1870 ซึ่งทำให้เขาได้รับการจารึกชื่อว่าเป็น "กัปตันแห่งอุตสาหกรรม" จนถึงคริสต์ทศวรรษ 1890 บริษัทของเขาเป็นวิสาหกิจอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดและทำรายได้มากที่สุดในโลก ใน ค.ศ. 1901 เขาขายให้แก่ J.P. Morgan เป็นเงิน 480 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และก่อตั้ง U.S. Steel ภายหลังเขาหันไปเป็นผู้นักการกุศล และให้ความสนใจกับการศึกษา

คาร์เนกีบริจาคเงินส่วนใหญ่ก่อตั้งห้องสมุด โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดาและอีกหลายประเทศ เช่นเดียวกับจัดหาเงินบำนาญให้แก่อดีตลูกจ้าง เขามักถูกจัดให้เป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์อันดับสอง รองจากจอห์น ดี ร็อกกี้เฟลเลอร์ ในช่วงบั้นปลายชีวิต มูลค่าทรัพย์สินรวมของคาร์เนกีอยู่ที่ 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเขาเสียชีวิตมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวได้ลดลงเหลือ 30 ล้านดอลล่าร์สหรัฐจากการบริจาคเงิน มูลค่าแท้จริงประเมินไว้ระหว่าง 75,000 ล้าน ถึง 297,800 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เมื่อปรับกับเงินเฟ้อเมื่อปลายคริสต์ทศวรรษ 2000 แล้ว[1][2][3][4]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "The richest Americans". Forbes. สืบค้นเมื่อ 22 December 2009. 
  2. "The Wealthiest Americans Ever". The New York Times. 15 July 2007. สืบค้นเมื่อ 23 December 2009. 
  3. "Richest Americans in History". Forbes. สืบค้นเมื่อ 22 December 2009. 
  4. "Top 10: Richest Men Of All Time". AskMen.com. สืบค้นเมื่อ 23 December 2009.