แร้งดำหิมาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แร้งดำหิมาลัย
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: สมัยไมโอซีน-ปัจจุบัน [1]
Buitre negro (1).jpg
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ edit
อาณาจักร: สัตว์
ไฟลัม: สัตว์มีแกนสันหลัง
ชั้น: สัตว์ปีก
อันดับ: เหยี่ยว
วงศ์: เหยี่ยวและนกอินทรี
สกุล: แร้งดำหิมาลัย
(Linnaeus, 1766)
สปีชีส์: Aegypius monachus
ชื่อทวินาม
Aegypius monachus
(Linnaeus, 1766)
AegypiusMonachusIUCNver2019 1.png
ขอบเขตของ A. monachus     ผสมพันธุ์      อาศัย      ทางผ่าน      ไม่ผสมพันธุ์     สูญพันธุ์     ขยายและปรากฏตัวอีกครั้ง (อาศัย)
ชื่อพ้อง

Vultur monachus Linnaeus, 1766

แร้งดำหิมาลัย (อังกฤษ: Black Vulture, European Black Vulture, Cinereous Vulture; ชื่อวิทยาศาสตร์: Aegypius monachus) เป็นนกล่าเหยื่อจำพวกอีแร้งขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง เป็นนกเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Aegypius[3]

ลักษณะ[แก้]

ขนาดลำตัวยาวประมาณ 102-104 เซนติเมตร ความยาวปีกจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง 2.9 - 3 เมตร น้ำหนักหนักได้ถึง 7-12.5 กิโลกรัม ถือเป็นอีแร้งที่ใหญ่ที่สุดที่พบได้ในทวีปเอเชีย ตัวผู้และตัวมีลักษณะเหมือนกัน ทั่วตัวมีขนสีดำ ตรงบริเวณหัวถึงคอมีขนน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย บริเวณรอบ ๆ คอมีขนขึ้นฟูคล้ายพวงมาลัย นิ้วสีออกขาว ตัวที่ยังไม่โตเต็มวัยมีลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลอ่อนกว่า

การกระจายพันธุ์[แก้]

ไม่ใช่นกประจำถิ่นของไทย นอกจากอพยพย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาวของแต่ละปีเท่านั้น มีการกระจายพันธุ์ในทวีปยุโรปจนถึงภูมิภาคไซบีเรีย, เอเชียกลาง, จีน, อินเดีย

พฤติกรรมและการขยายพันธุ์[แก้]

ชอบอยู่ในที่โล่งและชอบอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ชอบบินร่อนเป็นวงกลมในอากาศ หากินในเวลากลางวัน มีฤดูผสมพันธุ์ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ทำรังตามยอดไม้สูง ๆ แถบภูเขา รังมีขนาดใหญ่ ทำด้วยกิ่งไม้ วางไข่ครั้งละ 1 ฟอง แต่ไม่มีรายงานการทำรังวางไข่ในประเทศไทย กินอาหารจำพวกซากสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ เช่น ม้า โค แพะ แกะ กวางหรือแอนทิโลป ในบางครั้งอาจจับสัตว์เลื้อยคลานหรือแมลงกินด้วยก็ได้

สถานภาพปัจจุบัน[แก้]

เป็นนกอพยพมาประเทศไทยช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ หายากและมีปริมาณน้อยมาก เคยพบทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2550 มีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า มีแร้งดำหิมาลัยตัวหนึ่ง อายุ 8 เดือน ได้รับบาดเจ็บตกลงมาที่จังหวัดจันทบุรี คาดว่าอพยพมาจากประเทศจีน หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พยาบาลและฟื้นฟูสุขสภาพ โดยตั้งชื่อให้ว่า "อนาคิน" แต่เมื่อได้ปล่อยไปแล้วโดยติดอุปกรณ์ติดตามดาวเทียมด้วยในวันที่ 10 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550 บนดอยลาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าอนาคินถูกยิงตกจนตายที่รัฐฉาน ประเทศพม่า[4] [5]

ในประเทศไทย อีแร้งดำหิมาลัย เป็นนกอพยพหายาก จะอพยพเข้ามาในฤดูหนาวบางปี จำนวน 1-2 ตัวเท่านั้น โดยแร้งจะร่อนมากับลมหนาวตั้งแต่เดือนธันวาคม มีรายงานพบที่จังหวัดเชียงใหม่ เพชรบุรี นครราชสีมา ระยองและจันทบุรี [6]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Aegypius monachus Linnaeus 1766 (cinereous vulture)". Fossilworks.org.
  2. BirdLife International (2018). "Aegypius monachus". IUCN Red List of Threatened Species. 2018: e.T22695231A1319351943. สืบค้นเมื่อ 3 November 2021.
  3. จาก itis.gov (อังกฤษ)
  4. สลด "อนาคิน" แร้งดำหิมาลัยใกล้สูญพันธุ์ ถูกยิงตกในรัฐฉาน
  5. High hopes for happy end to vulture's journey[ลิงก์เสีย]
  6. Cinereous Vulture Species Account สืบค้น 24 มกราคม 2561

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]