แก๊สธรรมชาติเหลว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ระวังสับสนกับ แก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG)
สัญลักษณ์แก๊สธรรมชาติเหลวของจีน

แก๊สธรรมชาติเหลว (อังกฤษ: Liquefied natural gas หรือ LNG) เป็นก๊าซธรรมชาติที่ถูกนำไปทำให้สถานะของก๊าซกลายเป็นของเหลวโดยทำให้อุณหภูมิลดลงส่งผลให้ปริมาตรลดลงเหลือประมาณ 1/600 เท่าของปริมาตรเดิม โดยการใช้ความเย็นที่ ลบ 162องศาเซลเชียส หรือที่ลบ260องศาฟาเรนท์ไฮต์ [1] เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและการขนส่ง เมื่อต้องการนำไปประโยชน์จะนำเข้าสู่กระบวนการเพิ่มอุณหภูมิซึ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงในรูปของแก๊สธรรมชาติอัด[2][3][4]

คุณสมบัติ[แก้]

แก๊สธรรมชาติเป็นวัตถุดิบของการผลิตแก๊สธรรมชาติเหลว ดังนั้นจึงประกอบไปด้วยสารเจือปนหลายชนิด เช่น กำมะถัน คาร์บอนมอนอกไซด์ วัตถุดิบที่ได้จึงต้องนำมาแยกสารประกอบอื่นๆออก เมื่อผ่านกระบวนการคัดแยกสารประกอบออกแล้วจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการลดอุณหภูมิให้เหลือประมาณ -160.5 ถึง -160 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเรียกว่าก๊าซธรรมชาติเหลว ที่มีคุณสมบัติ ไม่มีกลิ่น ไม่มีสารประกอบที่เป็นพิษ ไม่มีคุณสมบัติการกัดกร่อน กรณีเกิดการรั่วไหลไม่ต้องกำจัดเนื่องจากก๊าซจะระเหยไปในอากาศได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งสารตกค้าง การติดไฟเกิดขึ้นได้ต้องอยู่ในสถานะก๊าซ สภาพแวดล้อมปิดและมีค่าปริมาณก๊าซในอากาศระหว่าง 5-15% แล้วมีการก่อให้เกิดประกายไฟในบริเวณที่มีก๊าซอยู่[2]ความไวต่อการติดไฟของแก๊สธรรมชาติสูงกว่าแก๊สปิโตรเลียมเหลว[3]

การผลิต[แก้]

ประเทศที่มีปริมาณสำรองแก๊สธรรมชาติมากที่สุดคือ ประเทศรัสเซีย มีปริมาณสำรองประมาณ 27% รองลงมาได้แก่ประเทศอิหร่าน ประมาณ 15% ประเทศกาตาร์ 14% ส่วนประเทศที่มีการผลิดมากที่สุดคือ การ์ตา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ แอลจีเรีย[2]

การจัดเก็บและขนส่ง[แก้]

วัตถุประสงค์ของผลิตแก๊สธรรมชาติเหลวคือ ลดปริมาตร เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและขนส่งเป็นหลักและเป็นไปแบบสอดคล้องกัน แก๊สถูกบรรจุในถังเก็บโดยไม่จำเป็นต้องทนต่อแรงดันสูง เพราะแก๊สธรรมชาติเหลวไม่มีแรงดัน จึงไม่ก่อเกิดการระเบิดหากเกิดรอยแตกร้าวในภาชนะจัดเก็บ แต่ต้องเก็บในถังเก็บซึ่งสามารถรักษาอุณหภูมิให้ต่ำเพื่อคงสถานะของเหลว โดยถังบรรจุชั่วคราวระหว่างรอขนถ่ายนั้นสามารถเก็บได้นาน 8 วัน ทั่วโลกมีการก่อสร้างแหล่งรับการถ่ายแก๊สธรรมชาติเหลวขึ้นหลายแห่ง ส่วนประเทศไทยอยู่ในการดูแลของ ปตท. [2]

การค้า[แก้]

ประเทศที่มีการซื้อแก๊สธรรมชาติเหลวมากที่สุดในโลก คือ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ ไต้หวัน ตามลำดับ ความต้องการในตลาดโลกโดยรวมประมาณ 160 ล้านตันในปี พ.ศ. 2550 และมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนประเทศไทยเริ่มมีการนำเข้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554[2]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/auto-mobile/energy/20110106/370528/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7-LNG.html
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และการนำเข้าในประเทศไทย
  3. 3.0 3.1 "การสร้างโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวลอยน้ำ Floating an LNG Innovation". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-08-22. สืบค้นเมื่อ 2012-04-21.
  4. NGV LPG LNG CNG Archived 2013-06-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนสาระคดี เรียกข้อมูลล่าสุด 21 เมษายน 2555