เอจออฟเอ็มไพร์ส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอจออฟเอ็มไพร์ส
Age of Empires
Aoe fuchs.png
ผู้พัฒนา เอนเซมเบิล สตูดิโอส์
ผู้ผลิต วินโดวส์: ไมโครซอฟท์เกมสตูดิโอส์
วางจำหน่าย 15 ตุลาคม พ.ศ. 2540 (ครั้งแรก)
แนว เกมวางแผนเรียลไทม์
รูปแบบ ผู้เล่นคนเดียว, หลายผู้เล่น
สื่อบันทึก ซีดี

เอจออฟเอ็มไพร์ส (อังกฤษ: Age of Empires) เป็นชื่อซีรีส์เกมส์คอมพิวเตอร์อิงประวัติศาสตร์ 3 ภาค พัฒนาโดย เอนเซมเบิลสตูดิโอส์ และวางจำหน่ายในนามของ ไมโครซอฟท์สตูดิโอส์ ภาคแรกของเกมส์ เอจออฟเอ็มไพร์ส 1 เปิดตัวในปี 1997 จนเรื่อยมาถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 7 ภาคเมื่อรวมภาคเสริม โดยเนื้อหาของเกมส์ จะเกี่ยวข้องกับ อารยธรรมของชนชาติต่างๆ ซึ่งภาคแรกและภาค 2 จะมีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับ ชนเผ่าในยุโรป ดินแดนแอฟริกาตอนบน และรวมถึงเอเซีย เมื่อภาค 3 เข้าจำหน่าย เนื้อหาปรับเปลี่ยนในรูปแบบเนื้อหาซึ่งเกี่ยวข้องประเทศ ต่างกับภาค 1 และ ภาค 2 ที่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับชนเผ่า โดยในเกมส์ สามารถเลือกรูปแบบการเล่นได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โหมดผู้เล่นเดียว โหมดหลายผู้เล่น โหมดเดธแม็ทช์ โหมดแคมเปญ

เอจออฟเอ็มไพร์ส ประสบความสำเร็จในยอดขายทั่วโลก สามารถจำหน่ายได้มากกว่า 20 ล้านก็อปปี๊ ได้รับกระแสวิจารณ์เชิงบวก จากหลายสำนัก เช่น เกมแรงคิ้ง[1] และ เมตาคริติค[2] โดยที่ภาค 2 และ ภาค 3 นับว่าประสบความสำเร็จในยอดขายมาก โดยเฉพาะภาค 3 ได้รับคำชมจาก เกมสปาย ว่าเป็น "เกมส์เรียลไทม์แห่งปี 2005 " อีกด้วย

เนื้อเรื่อง[แก้]

เริ่มต้นด้วยอารยธรรมหลายชนชาติซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ในแต่ละภาค โดยภาคแรกเกี่ยวข้องกับยุคโบราณ ภาคสองยุคกลาง และภาคสามยุคก่อน-หลังปฏิวัติอุตสาหกรรม หัวใจของเกมส์ คือ ทาวน์เซนเตอร์ (Town Center) เพราะเป็นสถานที่ที่ใช้สร้างยูนิต "พลเมือง" ซึ่งถือว่าพื้นฐานที่สุด และยังเป็นที่ใช้พัฒนายุค ซึ่งถือว่าเหมือนกันทุกภาค ทั้งภาค 1 ถึงภาค 3[3] นอกจากทาวน์เซนเตอร์แล้ว ยังมีบ้าน (House) ที่รองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้ง 3 ภาค จะจำกัดไว้ที่ 200 แต่ในภาคที่ 3 บางยูนิตอาจกินพื้นที่ประชากรมากกว่า 1 ยูนิต เช่น พลปืนใหญ่อาจกินไป 7 ที่ เป็นต้น จึงมุ่งหมายของเกมโดยหลักแล้วคือพัฒนาเมือง จากทรัพยากรต่างๆ รวมถึงสร้างกองกำลังให้แข็งแกร่ง ซึ่งในโหมด ผู้เล่นเดียว (Single Player) อาจสามารถปรับ วิธีชนะได้หลากหลายรูปแบบ

ทรัพยากร[แก้]

ทรัพยากรประกอบไปด้วย ไม้ อาหาร ทอง หิน โดยอาหารถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างยูนิตต่างๆ รวมถึงไม้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสิ่งก่อสร้าง ส่วน หิน ไว้สำหรับสร้างกำแพง ปราสาท สิ่งก่อสร้างบางอย่าง รวมถึงบางยูนิต เช่น เครื่องยิงหิน หรือพลเหวี่ยงหิน เป็นต้น และทอง ไว้สร้างยูนิต มีราคา ซึ่งจะทรงพลังกว่ายูนิตที่ไม่ใช้ทอง ในการสร้าง[4]

ในเกมส์ทั้ง 3 ภาค จะประกอบด้วยทรัพยากรหลักๆ ได้แก่ อาหาร ทอง ไม้ ส่วนภาค 1 กับ ภาค 2 จะมี หิน เข้ามาด้วย

  • อาหาร (Food) สามารถพบหาได้จาก ต้นเบอร์รี่บัซ ปลา สัตว์ และ ฟาร์ม (สามารถสร้างทดแทนได้)
  • ไม้ (Wood) สามารถพบหาได้จาก ต้นไม้ (ไม่สามารถทดแทนได้)
  • ทอง (Gold) สามารถหาได้จาก หินแร่ (ไม่สามารถทดแทนได้)และถ้าเป็นภาค 3 จะมีฟาร์มด้วย
  • หิน (Stone) สามารถพบได้จาก หินแร่ (ไม่สามารถทดแทนได้)

ยูนิต[แก้]

ทั้ง 3 ภาครวมแล้วมียูนิตมากถึง 450 ตัว[5] ซึ่งแต่ละยูนิตจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น พลเรือ, ทหารราบ, ทหารม้า, ทหารรับจ้าง, พลปืนใหญ่, พลธนู, พลเมือง, ฮีโร่, หมอ/นักบวช เป็นต้น โดยในภาค 3 ได้เพิ่มยูนิต "ทหารรับจ้าง" (Mercenaries) ซึ่งมีหลากหลายตาม แมปส์ต่างๆ

เอจออฟเอ็มไพร์ส 1[แก้]

เป็นภาคแรกของซีรีส์เอจออฟเอ็มไพร์ส ประกอบด้วย 2 ภาค ได้แก่ภาค ตามชื่อเกมส์ และภาคเสริมในปี 1998 เอจออฟเอ็มไพร์ส: เดอะไรซ์ออฟโรม(Age of Empires: The Rise of Rome) รวมทั้ง 2 ภาคเรียกว่า "Age of Empires Gold Edition" เนื้อเรื่อง เกี่ยวข้องกับอารยธรรมชนเผ่าโบราณ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่ อารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมอียิปต์โบราณ อารยธรรมกรีกโบราณ อารยธรรมโรม แบ่งโหมดออกเป็น ผู้เล่นเดียว และ โหมดหลายผู้เล่น สามารถเลือกอารยธรรมโบราณได้ 12 ชนเผ่า ได้แก่

ที่ตั้ง เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก เมโสโปเตเมียตะวันออก เอเซีย
อารยธรรม

อารยธรรมในแต่ชนเผ่าในเกมส์ ประกอบด้วย 4 ยุคสำคัญ ได้แก่ ยุดหิน (Stone Age) ยุดเครื่องมือ (Tool Age ) ยุคสำริด (Bronze Age) และ ยุคเหล็ก (Iron Age) สำหรับตัวละครในแต่อารยธรรม จะแตกต่างกันออกไป เช่น บางชนเผ่ามีแต่บางชนเผ่าไม่มี หรือ บางชนเผ่าอัฟเกรดยูนิตได้ต่อแต่บางชนเผ่าอัฟเกรดยูนิตต่อไปไม่ได้อีก และจะมีโบนัสของยูนิตในแต่ละอารยธรรมที่แตกต่างกันออกไป

เอจออฟเอ็มไพร์ส 2[แก้]

เอจออฟเอ็มไพร์ส 2: ดิเอจออฟคิงส์ เป็นภาคที่ 2 ของเกมส์ จากทั้งหมด 3 ภาค เปิดตัวครั้งในปี 1999 และภาคเสริม เอจออฟเอ็มไพร์ส 2: เดอะคอนเควอเรอร์ ซึ่งเปิดตัวในปี 2000 เนื้อเรื่อง เกี่ยวข้องกับอารยธรรมยุคกลาง ประกอบด้วย 13 ชนชาติ ได้แก่ บริตัน, ไบแซนไทน์, เคลต์, จีน, แฟรงก์, กอท, ญี่ปุ่น, มองโกล, เปอร์เซีย, ซาราเคน, ทิวทัน, เติร์ก, และไวกิง มีทั้งหมด 4 ยุด ได้แก่ ยุคมืด (Dark Age) ยุคเจ้าขุนมุนนาย (Feudal Age) ยุคปราสาท (Castle Age) และยุคอิมพีเรียล (Imperial Age)[6] สำหรับภาคนี้นับว่าไม่แตกต่างกับภาคก่อนนัก เนื่องจาก ระบบกราฟิก ยังคงใช้ระบบเดิม แต่แตกต่างที่ยูนิต ซึ่งมีมากกว่า ทั้งยูนิต ทหาร รวมถึง ยูนิตสิ่งก่อสร้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสิ่งมหัศจรรย์ (Wonder) ที่แต่ละชนชาติจะมีเป็นของตัวเอง ต่างจากภาคแรกที่สิ่งก่อสร้างนี้มีเพียง 4 แบบ ในกลุ่มที่ตั้งเท่านั้น นอกจากนี้ในภาค 2 ที่ต่างออกไปจากภาคแรกอีกอย่าง คือการเพิ่มประตูเมือง (Gate) และการสร้างกำแพง (Wall) แนวทแยงได้

เนื่องจากเป็นภาคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงได้ออกภาคเอชดี (HD) ก่อนจะต่อด้วยภาคเสริมอีก 2 ครั้งภายหลังภาค 3 คือภาค เดอะฟอร์กอทเทน (The Forgotten) ในปี 2013 ที่ได้เพิ่มชนชาติอีก 5 คือ อิตาลี อินเดีย สลาฟ มอจยอร์ และอินคา และภาค ดิแอฟริกันคิงดอมส์ (The African Kingdoms) ในปีเดียวกัน ประกอบด้วยชนชาติเพิ่มเติมอีก 4 ชนชาติคือ เบอร์เบอร์ เอธิโอเปีย จักรวรรดิมาลี และโปรตุเกส[7][8][9][10][11][12]

ที่ตั้ง ยุโรปตะวันตก ยุโรปกลาง ตะวันออกกลาง เอเซียตะวันออก
อารยธรรม

เอจออฟเอ็มไพรส์ 3[แก้]

เอจออฟเอ็มไพร์ส 3 เป็นภาคที่ 3 ของเกมส์ในชุดซีรีส์ เอจออฟเอ็มไพรส์ ซึ่งเปิดตัวในปี 2005 และมีภาคเสริมอีก 2 ภาคได้แก่ "เอจออฟเอ็มไพร์ส 3: เดอะวอร์ชีฟส์" เปิดตัวในปี 2006 และ "เอจออฟเอ็มไพร์ส 3: ดิเอเชียนไดนัสตีส์" เปิดตัวในปี 2007 [13]ซึ่งเป็นภาคที่พัฒนาร่วมกับบิ๊กฮิวจ์เกมส์ ภาค 3 นับเป็นภาคที่มีความแตกต่างกับภาคก่อนหน้านี้ทั้งหมด ทั้งด้านกราฟิก ลูกเล่นต่างๆภายในเกมส์ เช่น "Home City" "เลเวล" "ฮีโร่" เป็นต้น ภาคนี้กล่าวได้ว่าเป็นภาคที่ทำรายได้สูงที่สุดของไตรภาค ได้ติดอันดับ 7 เกมที่มียอดขายสูงที่สุด[14]

ในเกมส์ ประกอบด้วย ตัวละครมากมาย ซึ่งในภาคนี้มีตัวละครอื่นๆ ที่นอกเหนือจากชนชาตินั้นๆ เช่น กองกำลังรับจ้าง โจรสลัด รวมถึงสัตว์ดุร้ายที่เพิ่มเข้ามาหลายตัว หมดในภาคนี้ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ รวมถึงขณะกำลังรบกันอยู่ไม่สามารถให้หมอเข้ามารักษาได้ ทำให้เกมส์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น สำหรับยุคในเกมส์ ถ้าเลือกอารยธรรมในเอเซีย (อินเดีย,ญี่ปุ่น,จีน) จะให้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ แต่ถ้าเล่นเป็นชาติในยุโรป หรือ ในทวีปอเมริกา จะให้เลือกการ์ด โดยยุคทั้งหมดประกอบด้วย 5 ยุคได้แก่ ยุคแห่งการค้นพบ (Discovery Age) ยุคแห่งการล่าอาณานิคม (Colonial Age) ยุคแห่งป้อมปราการ (Fortress Age) ยุคอุตสาหกรรม (Industrial Age) และยุคจักรวรรดินิยม (Imperial Age) ในยุคอุตสาหกรรมเป็นยุคที่บางประเทศในยุโรปสามารถปฏิวัติประเทศได้ ทำให้ทุกๆอย่างในอารยธรรมเราอยู่ในสถานะนักรบหมด แม้แต่พลเมืองก็จับปืนเข้ารบด้วย และทำให้ไม่สามารพัฒนาไปยุคอิมพีเรียลได้ ภาคนี้ประกอบด้วยชนชาติทั้งหมด 13 ชนชาติ ได้แก่

ที่ตั้ง ยุโรป เอเซีย อเมริกา
อารยธรรม/ประเทศ

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.gamerankings.com/pc/90380-age-of-empires/index.html
  2. http://www.metacritic.com/game/pc/age-of-empires
  3. "Age of Empires 2: Age of Kings Prima FastTrack Guide". IGN. สืบค้นเมื่อ September 28, 2008. 
  4. http://www.gamerevolution.com/review/age-of-empires
  5. http://ageofempires.wikia.com/wiki/Category:Units
  6. http://www.firingsquad.com/games/aoe2diary/
  7. "Age of Empires 2 HD: The African Kingdoms: Neue Erweiterung erscheint morgen, Trailer zeigt die neuen Zivilisationen". gamona.de (ใน German). สืบค้นเมื่อ 2016-05-09. 
  8. "AoE 2 HD Edition: "The African Kingdoms" erscheint in Kürze". PC GAMES (ใน German). สืบค้นเมื่อ 2016-05-09. 
  9. Peru.com (2015-11-05). "Age of Empires II: The African Kingdoms se muestra en imágenes". Perú.com (ใน Spanish). สืบค้นเมื่อ 2016-05-09. 
  10. "Age of Empires II HD: The African Kingdoms System Requirements | Can I Run Age of Empires II HD: The African Kingdoms PC requirements". www.game-debate.com (ใน English). สืบค้นเมื่อ 2016-05-09. 
  11. "Recensione Age of Empires 2 HD: The African Kingdoms". Everyeye.it (ใน Italian). สืบค้นเมื่อ 2016-05-09. 
  12. Cicarelli, Daniele (2015-11-05). "La nuova espansione di Age Of Empires II, The African Kingdoms, disponibile ora su Steam / Orgoglio Nerd". www.orgoglionerd.it (ใน Italian). สืบค้นเมื่อ 2016-05-09. 
  13. http://ageofempires.wikia.com/wiki/Age_of_Empires_III
  14. http://www.joystiq.com/

เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง[แก้]