เหตุเรือล่มในจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2561

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เหตุเรือล่มในจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2561
วันที่5 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 (2018-07-05)
สถานที่ใกล้จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย
ชื่อเรียกอื่นเรือเดินสมุทรฟีนิกซ์ และเรือเดินสมุทรเซเรนิตา ล่ม
สาเหตุพายุ
เสียชีวิต47 ราย
บาดเจ็บ37 ราย

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เรือท่องเที่ยวสามลำล่มและจมในบริเวณ เกาะเฮ ใกล้จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ในช่วงที่เกิดพายุฉับพลัน มีผู้เสียชีวิตสี่สิบเจ็ดราย และสามรายสูญหายไป[1] ทุกคนอยู่บนเรือสองชั้นฟีนิกซ์ พีซี ไดวฟ์วิง ซึ่งมีผู้คน 105 คน ประกอบด้วยนักท่องเที่ยว 93 คน (ทั้งหมดเป็นชาวจีนยกเว้นเพียง 2 คนเป็นชาวยุโรป)[2] และมีไกด์นำเที่ยวลงเรือไปด้วยอีก 12 คน เรือลำดังกล่าวกำลังเดินทางจากเกาะราชากลับท่าเรืออ่าวฉลอง กำหนดการออกเดินทาง 16.30 น. มี นาย สมจริง บุญธรรม เป็น กัปตันเรือ

เรือลำที่สองที่ล่มในวันดังกล่าวได้แก่ เรือยอซท์ ชื่อเรือ เซเรนิตา ได้ล่มลง บริเวณเกาะไม้ท่อน ผู้โดยสาร 42 คน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือ รอดชีวิตทั้งหมด กัปตันเรือลำเรือได้แก่ นาย เมธา หลิมสกุล[3]

เรือลำที่สามที่ล่มในวันดังกล่าว ได้แก่ เรือเจ็ตสกีของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียล่ม มีผู้โดยสาร 2 คน ล่มบริเวณเกาะราชา ได้รับการช่วยเหลือทั้งสองคน ผู้ประสบภัยเรือล่มในวันนั้นรวม 149 ราย[4]

นับเป็นเหตุการณ์เรือล่มครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย โดยเหตุเรือล่มที่มีผู้เสียชีวิตรองลงมาได้แก่ เหตุเรือล่มที่ เขื่อนอุบลรัตน์ วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2533 มีผู้เสียชีวิต 39 ราย[5]เหตุการณ์ เรือล่มที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559 16.00 น. มีผู้เสียชีวิต 28 ราย[6]และเหตุเรือขนส่งแรงงานต่างด้าวล่ม วันที่ 22 ธันวาคม 2550 ที่จังหวัดระนอง[7] มีผู้เสียชีวิต 22 ราย[8]

การค้นหาและกู้ภัย[แก้]

มีเรือประมงลำหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ มาถึงที่เกิดเหตุและสามารถช่วยเหลือผู้โดยสาร 48 คนขึ้นมาจากน้ำ ส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือในบริเวณห่างจากเรือหลายไมล์ อย่างไรก็ตาม ได้พบว่าบุคคลรายอื่น ๆ ที่อยู่กับเธอนั้นเสียชีวิตทั้งหมด ในขณะที่ผู้บาดเจ็บสามสิบเจ็ดรายได้รับการส่งไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ตเพื่อรับการรักษา[9]

หน่วยงานรัฐจังหวัดภูเก็ตจัดภารกิจการค้นหาและกู้ภัยโดยเฮลิคอปเตอร์, ตำรวจ และเรือประมง ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม มีการพบศพ 33 ราย และผู้คน 23 รายสูญหาย ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวจีน ผู้โดยสารที่พบส่วนใหญ่สวมเสื้อชูชีพ[10]

นักการทูตจากสถานกงสุลจีนและสถานทูตในกรุงเทพฯเดินทางมายังภูเก็ตเพื่อเข้าเยี่ยมผู้รอดชีวิตและช่วยการค้นหาและกู้ภัย[11] ส่วนนักดำน้ำชาวจีนที่เคยไปทางเหนือของประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวงก็เดินทางไปจังหวัดภูเก็ตเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มเช่นกัน ซึ่งเชื่อกันว่าเรืออยู่ใต้น้ำลึกลงไป 120 feet (37 m)[10]

ภายหลังเหตุการณ์[แก้]

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่ง เกี่ยวกับเหตุเรือล่มว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนจีนทำนักท่องเที่ยวจีนเอง สร้างเรือเอง ไม่ทำตามกฎของเรา แล้วจะให้เราเรียกอะไร ก็มันเป็นเรื่องของเขา" ภายหลังการให้สัมภาษณ์คนจีนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อการสัมภาษณ์ในครั้งนี้[12]จน พลเอก ประวิตร ได้ออกมาขอโทษคนจีนในท้ายที่สุด[13]โดย พลเอก ประวิตร อ้างว่าได้รับรายงานมาเช่นนั้น

หลังเกิดเหตุการณ์พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นได้ลดลงเป็นจำนวนมาก[14] ทั้งคนไทยและคนจีนต่างวิจารณ์เพราะโศกนาฏกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 5 ก.ค. แต่กว่าจะมีทีมค้นหาจะออกไปค้นหาก็ 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

สื่อมวลชนของประเทศไทยได้เสนอข่าว อุบัติเหตุทางน้ำที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นอุบัติเหตุเรือชนกัน เกิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2535 มีผู้เสียชีวิต 119 ราย โดยเป็นเหตุเรือบรรทุกน้ำมัน กัปตันเรือ ปรีชา เพชรชู ขับเรือชน เรือโดยสาร 2 ชั้น ชื่อเรือ นาวาประทีป 111 กัปตันเรือ ประยูร ย๊ะกบ ที่อำเภอศรีราชา โดยผลการสอบสวนระบุว่า นาย ประยูร ย๊ะกบ เร่งความเร็วเรือโดยหวังว่าจะพ้นจากการชนจนเรือชนกันในที่สุดบริเวณที่ชนคือท้ายเรือส่งผลให้ท้ายเรือได้จมลง รวมถึงข่าว เรือบรรทุกสินค้าชนเรือประมง ที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2561[15]ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 รายซึ่งเป็นอุบัติเหตุเรือชนกันครั้งร้ายแรงรองลงมาของประเทศไทย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ออกมาตรฐานเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้คนจีนโดยเพิ่มช่องทางพิเศษสำหรับผู้ที่ถือหนังสือตรวจคนเข้าเมืองของประเทศจีนโดยเฉพาะเพื่อเป็นการเอาใจนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน[16]

ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561[17] นาย นิพัฒน์ กลัดนาค อายุ 37 ปี[18]นักประดาน้ำของ บริษัท สปิท เทค จำกัด ได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ภายหลังปฏิบัติหน้าที่กู้เรือจนได้รับบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561

อ้างอิง[แก้]

  1. hermesauto (12 July 2018). "Thailand suspends salvage effort in Phuket tourist boat disaster that killed 46". สืบค้นเมื่อ 14 July 2018.
  2. "Prawit blames tour operators for boat disaster, 5 still missing". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2018-07-09.
  3. https://www.tnnthailand.com/content/3232
  4. https://www.bbc.com/thai/thailand-44734152
  5. http://www.komchadluek.net/news/today-in-history/296542
  6. https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_17926
  7. http://tnews.teenee.com/etc/18512.html
  8. https://prachatai.com/journal/2008/04/16398
  9. "Thai tourist boat death toll rises". BBC News. 6 July 2018. สืบค้นเมื่อ 6 July 2018.
  10. 10.0 10.1 Chan, Angie (6 July 2018). "Tourist Boats Capsize Off Thai Resort Island, Leaving at Least 33 Dead". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 6 July 2018.
  11. Walsh, Carly (6 July 2018). "Tourist Boats Capsize Off Thai Resort Island, Leaving at Least 33 Dead". CNN. สืบค้นเมื่อ 6 July 2018.
  12. https://www.thaipost.net/main/detail/13081
  13. http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/807240
  14. https://www.bbc.com/thai/thailand-45599682
  15. https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_696509
  16. https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1071094
  17. https://www.bbc.com/thai/thailand-45729130
  18. https://www.dailynews.co.th/regional/669110