เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอล-คลาส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอล-คลาส
Mercedes-Benz SL 350 (R 231) – Frontansicht geöffnet (1), 22. Mai 2013, Düsseldorf.jpg
เอสแอล 350 โฉมที่หก (R231)
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตเมอร์เซเดส-เบนซ์
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 1954 – ปัจจุบัน
แหล่งผลิตเบรเมิน, ประเทศเยอรมนี
ซันเตียโกเตียงกิสเตงโก, ประเทศเม็กซิโก
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งประเภทหรูหราสมรรถนะสูง (Luxury grand tourer)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนตร์หน้าลำ ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (FMR)
จำนวนประตู2 แบบกัลวิงตอร์ (Gull-wing doors; เฉพาะคูเปในโฉมแรก)
2 แบบบานเปิดธรรมดา
รุ่นที่คล้ายกันเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค-คลาส
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสเอสเค
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 540เค

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอล-คลาส (อังกฤษ: Mercedes-Benz SL-Class) เป็นชื่อสายการผลิตรถยนต์นั่งประเภทหรูหราสมรรถนะสูง เครื่องยนตร์หน้าลำ ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (FMR) 2 ประตู 2 หรือ 4 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทรถยนต์สัญชาติเยอรมัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ชื่อรุ่นว่า "เอสแอล" ซึ่งย่อมาจาก "สปอร์ต น้ำหนักเบา (Sport Leicht)" เอสแอล-คลาส 300เอสแอล เป็นคันแรกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ใช้ "ประตูปีกนกนางนวล" (Gull-wing door) ซึ่งสามารถเปิดขึ้นลง แทนแบบปกติที่เปิดข้าง ซึ่งเป็นการใช้แค่โฉมแรกในรุ่นนั้นรุ่นเดียว และไม่เคยทำมาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ได้ออกรุ่น เอสแอลเอส เอเอ็มจี เมื่อปี ค.ศ. 2010 ก็ได้นำแบบประตูแบบนี้มาใช้อีกครั้งหนึ่ง

ปัจจุบัน เอสแอล-คลาส ได้ออกโฉมต่าง ๆ มาทั้งหมดแล้ว 6 โฉม ดังต่อไปนี้

โฉมแรก (1954-1963)[แก้]

โฉมที่ 1

แบ่งเป็นสองรุ่นคือ "300เอสแอล โรสเตอร์" (300SL roadster) ซึ่งใช้ ประตูปีกนกนางนวลเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1957 ส่วน 190เอสแอล (190SL) ซึ่งผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ถึง 25,881 รถคันนี้ได้เริ่มการผลิต ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 จนถึงปี ค.ศ. 1963 ลักษณะตัวถังแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดที่เป็นรถหลังคาแข็ง 2 ประตู ซึ่งเป็นประตู ปีกนกนางนวล (กัลวิง) และ ชนิดที่ 2 คือ โรสเตอร์ หลังคาผ้าใบ (Soft top) ในลักษณะประตูปกติ และหลังจากโฉมนี้เป็นต้นไป ประตูแบบกัลวิง ก็จะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป ทำให้ โฉมแรกนี้ จึงดูเป็นโฉมที่มูลค่ามากกว่าโฉมไหนๆ ซึ่งปัจจุบัน ก็ได้จัดให้เป็นหนึ่งใน "รถยูโรคลาสสิก" และอยู่ในฐานะรถประมูลอีกด้วย

300เอสแอล กัลวิง ถือเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกในเวลานั้น และยังถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มีการบัญญัติศัพท์ว่า "ซูเปอร์คาร์" ขึ้น ทำให้ 300เอสแอลกัลวิง ได้รับการยกย่องให้เป็นซูเปอร์คาร์คันแรกของโลก

รุ่นต่างๆ ของโฉมแรก[แก้]

  • 300SL ("กัลวิง"): ค.ศ. 1954–1957, 3.0 ลิตร I6, กำลัง 215 hp (160 kW)
  • 300SL (Roadster): ค.ศ. 1957–1963 3.0 ลิตร I6, กำลัง 225 hp (168 kW)
  • 190SL: ค.ศ. 1955–1963, 1.9 ลิตร I4, กำลัง 105 hp (78 kW)

โฉมที่สอง (ค.ศ. 1963-1971)[แก้]

โฉมที่ 2

ต่อจากโฉมแรก เอสแอล-คลาส ก็ได้ใช้ชื่อโฉมใหม่นี้ว่า "230SL" และใช้รหัสว่า "W113" ได้รับการออกแบบโดย นักออกแบบรถชาวฝรั่งเศส Paul Bracq มาพร้อมกับการออกแบบใหม่ เครื่องยนต์ขนาด 2.3 ลิตร 6 สูบ (I6) และเปลี่ยนประตูจาก "กัลวิง" หรือที่เรียกว่า "ประตูปีกนกนางนวล" ไปเป็นรถเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ (บางครั้งเรียกเป็นชื่อเล่นว่า Pagoda top) แทนทั้งหมด

รุ่นต่างๆ ของโฉมที่ 2[แก้]

  • 230SL: ค.ศ. 1963–1967, 2.3 ลิตร I6, กำลัง 150 hp (112 kW)
  • 250SL: ค.ศ. 1966–1968, 2.5 ลิตร I6, กำลัง 150 hp (112 kW)
  • 280SL: ค.ศ. 1967–1971, 2.8 ลิตร I6, กำลัง 170 hp (127 kW)

โฉมที่สาม (ค.ศ. 1972-1989)[แก้]

โฉมที่ 3

โฉมที่สาม นับเป็นโฉมที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังเป็นโฉมที่มีรหัสรโฉมถึง 2 รหัส ได้แก่ R107 หรือ SL ซึ่งเป็นลักษณะรถ 2 ประตู เปิดประทุนด้วยหลังคาผ้าใบ และ C107 หรือ SLC ซึ่งเป็นลักษณะรถ 2 ประตู คูเป้ ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1972 จนถึง ปี ค.ศ. 1989 รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 300,175 คัน[1]

รุ่นต่างๆ ของโฉมที่สาม[แก้]

  • 350SL: ค.ศ. 1971–1980, 3.5 ลิตร V8
  • 450SL: ค.ศ. 1973–1980, 4.5 ลิตร V8
  • 280SL: ค.ศ. 1974–1985, 2.8 ลิตร I6
  • 300SL: ค.ศ. 1986–1989 เป็นรุ่นที่ใช้เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ แต่จำหน่ายน้อยมาก
  • 380SL: ค.ศ. 1980–1986, 3.8 ลิตร V8
  • 500SL: ค.ศ. 1980–1986, 5.0 ลิตร V8
  • 420SL: ค.ศ. 1986–1989, 4.2 ลิตร V8
  • 500SL: ค.ศ. 1986–1989, 5.0 ลิตร V8
  • 560SL: ค.ศ. 1986–1989, 5.6 ลิตร V8

สำหรับรุ่น 560SL จำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย เพียงเท่านั้น แต่ถึงจะเรียก 560SL ก็ยังคง ขนาดเครื่องยนต์ไว้ที่ 5.0 ลิตร เช่นเดียวกับ 500SL เนื่องจากติดที่กฎหมายเกี่ยวกับอัตราปล่อยมลพิษ ในทั้ง 4 ประเทศ

โฉมที่สี่ (1989-2002)[แก้]

โฉมที่ 4

โฉมที่สี่ ใช้รหัสว่า "R129" ได้รับการออกแบบโดย Johann Tomforde และ Bruno Sacco นับเป็นที่ไม่ต่างกับโฉมก่อนหน้านี้มากนัก แต่เป็นโฉมแรกของ เอสแอล-คลาส ที่ได้มีการติตตั้งเครื่องยนต์เสริม เอเอ็มจี (AMG) โฉมนี้ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 จนถึงปี ค.ศ. 2002 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 213,089 คัน[2][3]

รุ่นต่างๆ ของโฉมที่สี่[แก้]

ด้านท้ายของ เอสแอล600
รุ่น โครงรถยนต์ เครื่องยนต์ ปีที่ผลิต ปีที่ยุติการผลิต
SL280 129.058 104.943 1993 1997
SL280 129.059 112.925 1998 200
300SL-24 129.061 104.981 1990 1993
SL320 129.063 104.991 1994 1998
SL320 129.064 112.943 1998 2002
500SL 129.066 119.960 1990 1992
500SL 129.067 119.972 1993 1993
SL500 129.067 119.972 1994 1995
SL500 129.067 119.982 1996 1998
SL500 129.068 113.961 1999 2002
600SL 129.076 120.981 1993 1993
SL600 129.076 120.981 1994 1995
SL600 129.076 120.983 1996 2002

โฉมที่ห้า (2001-2011)[แก้]

โฉมที่ 5

โฉมที่ 5 เอสแอล ได้ใช้ชื่อรหัสว่า "R230" เปิดตัวครั้งแรกที่งาน แฟรงเฟิร์ตมอเตอร์โชว์ ปี ค.ศ. 2002 ได้รับการออกแบบโดย Steve Mattin และ Bruno Sacco ในปี ค.ศ. 1997 เอสแอล โฉมที่ 5 นับเป็นโฉมที่มีการปรับเปลี่ยนเกือบๆทุกด้าน ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือตัวถัง การใช้หลังคาแบบฮาร์ดท็อป (Hardtop) หรือสไตล์คูเป้ ทั้งหมด รวมถึงเครื่องยนต์ขนาด 5.4 ลิตร V8 ซึ่งได้ติดตั้ง เอเอ็มจี เสริมเข้าไปด้วย โดยชื่อว่า "SL55 AMG" ส่วนเครื่องยนต์ V12 ใช้กับรุ่น "SL600" นอกจากนี้ยังมีรุ่นจำกัดจำนวน อย่าง เอสแอล65 เอเอ็มจี (SL65 AMG) ส่วน เอสแอล350 (SL350) จำหน่ายบางประเทศเท่านั้น จนในปี ค.ศ. 2008 เอสแอล โฉมที่ 5 ก็ได้ยุติการผลิตลง

รุ่นต่างๆ ของโฉมที่ห้า[แก้]

รุ่น ปี ชนิดเครื่องยนต์ กำลัง แรงบิด
SL 350 2006–2008 3,498 cubic centimetres (3.5 L; 213.5 cu in) V6 (M272) 272 PS (200 kW; 268 hp)@6000 350 N·m (260 lb·ft) @2400–5000
SL 500, SL 550 2006–2008 5,461 cubic centimetres (5.5 L; 333.3 cu in) V8 (M273) 388 PS (285 kW; 383 hp)@6000 530 N·m (390 lb·ft) @2800–4800
SL 55 AMG 2006–2008 5,439 cubic centimetres (5.4 L; 331.9 cu in) V8 supercharged (M113) 517 PS (380 kW; 510 hp)@6100 720 N·m (530 lb·ft) @2600–4000
SL 600 2006–2008 5,513 cubic centimetres (5.5 L; 336.4 cu in) V12 BiTurbo (M275) 517 PS (380 kW; 510 hp)@5000 830 N·m (610 lb·ft) @1900–3500
SL 63 AMG 2008–2011 6,208 cubic centimetres (6.2 L; 378.8 cu in) V8 (M156 AMG) 525 PS (386 kW; 518 hp) @ 6800 630 N⋅m (465 lbf⋅ft) @ 5250
SL 65 AMG 2004–2011 5,980 cubic centimetres (6.0 L; 365 cu in) V12 BiTurbo (M275 AMG) 612 PS (450 kW; 604 hp)@4800–5100 1,000 N·m (740 lb·ft) @2000–4000
SL 65 AMG Black Series 2008–2011 5,980 cubic centimetres (6.0 L; 365 cu in) V12 BiTurbo (M275 AMG) 670 PS (493 kW; 661 hp) @ 5400 1,000 N·m (740 lb·ft) @2000–4000

ปรับโฉม (2008-2012)[แก้]

โฉมที่ 5 (ปรับโฉม)

เป็นปรับโฉม (facelift) เปิดตัวในปี 2008 ในรูปลักษณ์ใหม่ ที่เห็นได้ชัดคือ ไฟหน้าที่เปลี่ยนเป็นรูปทรงตัว L แทนไฟหน้าทรงเดิมที่เป็น วงกลม 2 วงซ้อนกัน มีออปชั่น "Intelligent Light System" เพิ่มเข้ามาด้วย และมี SL63 AMG เข้ามาแทนที่ SL55 AMG ในโฉมเดิม

โฉมที่หก (2012-2020)[แก้]

โฉมที่ 6

เปิดตัวครั้งแรกที่งาน นอร์ท อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล โชว์ ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2012 ใช้รหัสใหม่ว่า "R231" เป็นครั้งแรกที่ใช้ชิ้นส่วน ส่วนใหญ่มาจากอะลูมิเนียม เป็นครั้งแรกของเมอร์เซเดส ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4.6 ลิตร V8 กับกำลังสูงสุดที่ 435 hp (324 kW) เป็นโฉมแรกในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ที่มีรุ่นเปิดประทุน นอกจากนี้ เอสแอล ตัวนี้ยังมีน้ำหนักกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 140 กิโลกรัม (ราวๆ 308 lbs)[4]

ระบบเกียร์[แก้]

รุ่น ปี ประเภท
SL 350 BlueEFFICIENCY 2012- เกียร์อัตโนมัติ 7 จัวหวะ
SL 500 BlueEFFICIENCY 2012- เกียร์อัตโนมัติ 7 จัวหวะ
SL 63 AMG 2012- 7 จัวหวะ (AMG SPEEDSHIFT MCT)
SL 65 AMG 2012- เกียร์อัตโนมัติ 7 จัวหวะ (AMG SPEEDSHIFT PLUS)

เครื่องยนต์[แก้]

รุ่น ปี ชนิดเครื่องยนต์ กำลัง&แรงบิด
SL 350 BlueEFFICIENCY 2012- 3,498 cc (213.5 cu in) V6 (M 276 DE 35) 306 PS (225 kW; 302 hp)@6500, 370 N·m (273 lbf·ft)@3500-5250
SL 500 BlueEFFICIENCY 2012- 4,663 cc (284.6 cu in) V8 Biturbo (M 278 DE 46 AL) 435 PS (320 kW; 429 hp)@5250, 700 N·m (516 lbf·ft)@1800-3500
SL 63 AMG 2012- 5,461 cc (333.3 cu in) V8 twin turbo (M 157 DE 55 AL) 537 PS (395 kW; 530 hp)@5500, 800 N·m (590 lbf·ft)@2000–4500

AMG Performance Package: 564 PS (415 kW; 556 hp)@5500, 900 N·m (664 lbf·ft)@2250–3750

SL 65 AMG 2012- 5,980 cc (365 cu in) V12 twin turbo (M 279 E 60 AL) 630 PS (463 kW; 621 hp)@4800–5400, 1,000 N·m (738 lbf·ft)@2300–4300 (จำกัดจำนวน)
SL 400 2015– 3,000 cc (183 cu in) 24V V6 biturbo (M276 DELA 30 AL Biturbo) 329 hp (245 kW; 334 PS) at 5,250–6,000, 354 lb⋅ft (480 N⋅m) at 1,600–4,000
0–100 km/h 5.1sec
SL 450/400 2017– 3,000 cc (183 cu in) 24V V6 biturbo (M276 DELA 30 AL Biturbo) 367 PS (270 kW; 362 bhp) at 5,500-6,000, 369 lb⋅ft (500 N⋅m) at 2,000–4,200
0–100 km/h 4.9sec

ปรับโฉมใหม่ (2016–2020)[แก้]

SL550 โฉมที่ 6 รุ่นปรับโฉม (Japan)
โฉมที่ 6 รุ่นปรับโฉม ปี 2019

ปรับโฉมใหม่กับรุ่นปี 2016 และ 2017 เปิดตัวครั้งแรกที่งาน นอร์ท อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล โชว์ ช่วงต้นปี 2016 ใน California, พร้อมเปิดตัว SL400 (renamed SL450 in the US) มีเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 362 hp (367 PS) เทอร์โบคู่ V6 และเกียร์อัตโนมัติ 9-speed Mercedes-Benz 9G-Tronic PLUS.

โฉมที่เจ็ด (2021-ปัจจุบัน)[แก้]

เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอสแอล-คลาส R232
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตDaimler AG
เริ่มผลิตเมื่อพ.ศ. 2565–ปัจจุบัน
แหล่งผลิตGermany
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทSports car/Grand tourer (S)
รูปแบบตัวถัง2-door roadster
โครงสร้างFront-engine, rear-wheel-drive
Front-engine, four-wheel-drive (4matic)
แพลตฟอร์มMercedes-Benz R232
รุ่นที่คล้ายกันเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
ระบบเกียร์9-speed 9G-Troic automatic
มิติ
ระยะฐานล้อTBA
ความยาวTBA
ความกว้างTBA
ความสูงTBA
น้ำหนักTBA
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าMercedes-Benz R231
Mercedes-Benz C217
Mercedes-Benz R190 (AMG GT S / GT R / GT R Pro)
Mercedes-Benz SLK / SLC (ทางอ้อม)

ในเดือนกรกฎาคม ค่ายดาวสามแฉกได้ปล่อยภาพ Teaser ห้องโดยสารของ Mercedes-Benz SL หรือ ที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Mercedes-AMG SL ล่าสุด มีภาพหลุดด้านหน้าของรถยนต์คันจริงมาให้ชมกันแล้ว ซึ่งดูเหมือนงานจัดแสดงแบบปิด ก่อนถึงกำหนดการเปิดตัวที่มีกระแสว่า อาจจัดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคมนี้

ถึงภาพจะไม่ชัดเท่าใดนัก แต่ก็เผยให้เห็นว่า Mercedes-AMG SL มีไฟหน้าคล้าย AMG GT และมีสันช่องดักลมกันชนหน้าสีดำตัดสีตัวถัง ล้อเป็นลาย 8 ก้านคู่ดีไซน์ใหม่ใหญ่เต็มซุ้ม และดูเหมือนว่าจะเป็นน็อตล้อล็อกกลางด้วย มีจุดน่าสนใจว่าบริษัทเลือกใช้สีแดงสด แทนที่จะเป็นโทนสีเทาตามที่ MB นิยมใช้ในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ นำไปสู่การวิเคราะห์ที่ว่า บริษัทต้องการเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตให้มากขึ้น


ส่วนกระจังหน้าคาดว่าจะเป็นแบบ Panamericana แบบซี่ตั้งถี่เหมือนของ AMG GT เนื่องจากมีภาพ Spyshot ของรถยนต์ทดสอบก่อนหน้านี้ ห้องโดยสารยังไม่มีภาพชุดใหม่มาด้วย แต่ยืนยันจากภาพ Teaser ได้ว่าดีไซน์จะผสานโลก analog เข้ากับ digital มาพร้อมเบาะแบบ 2+2 ที่นั่ง เสริมด้วยหน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 และ 11.9 นิ้ว ส่วนขุมพลังยังไม่แน่ชัดเช่นกัน แต่อาจมีเครื่องยนต์เบนซินให้เลือกดังนี้

  • แบบ 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร เทอร์โบ Mild Hybrid กำลังสูงสุด 429 แรงม้า
  • แบบ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุดราว 600 แรงม้า
  • ขุมพลังของ Plug-in Hybrid จาก AMG GT 63 S E Performance กำลังสูงสุด 843 แรงม้า[5]

วันที่ 28 ตุลาคม 2021 DAIMLER ได้เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุน Mercedes-AMG SL-Class ในฐานะตัวแทนของ Mercedes-Benz SL-Class R231 ที่ทำตลาดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2011 อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ SL-Class ถูกนำไปไว้ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG โดยมีความสปอร์ตเข้ามาผสมกับความหรูหรามากขึ้น

การเผยโฉมของ Mercedes-AMG SL-Class ในครั้งนี้ นับเป็นการสืบทอดตำนานของรถสปอร์ต Mercedes-Benz ที่เริ่มต้นจาก Mercedes-Benz 300SL ในปี 1954 โดย SL นั้นย่อมาจากคำในภาษาเยอรมันว่า Sport Leicht ที่แปลได้ว่า รถสปอร์ตน้ำหนักเบา รถ Mercedes-Benz SL ในรุ่นถัด ๆ มามีน้ำหนักที่มากขึ้น ให้ความสำคัญกับความหรูหรามากขึ้น จนกลายมาเป็นตัวเลือกหลัก ๆ ของบรรดาเศรษฐีที่อยากได้รถยนต์สปอร์ตที่มีความสะดวกสบาย เรียกได้ว่า SL เป็นหนึ่งในไอค่อนของแบรนด์ Mercedes-Benz เลยทีเดียว

ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG SL-Class มีความโดดเด่นอยู่ไม่น้อย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นตระกูลอย่าง 300SL มีการติดตั้งเบาะนั่งแบบ 2 + 2 ซึ่งเคยใช้ครั้งสุดท้ายในรุ่น R129 ที่เลิกผลิตไปในปี 2000

ธีมการออกแบบนั้น เป็นการผสมผสานความเป็นอนาล็อก เข้ากับความเป็นดิจิตอล หรือ “Hyperanalogue” นอกเหนือจากคุณภาพของวัสดุที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดี ยังมีเทคโนโลยีดิจิตอลต่างๆ ที่ทันสมัยเข้ามารวมเป็นแพ็คเกจ

ระบบ Infotainment ของ Mercedes-AMG SL-Class เป็นแบบ MBUX Multimedia เจเนอเรชั่นที่ 2 โดยชุดมาตรวัดเป็นแบบ LCD ความละเอียดสูง ขนาด 12.3 ริ้ว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมาตรวัดบนเครื่องบิน ในขณะที่หน้าจอกลางนั้นมีขนาด 11.9 นิ้ว โดยสามารถปรับองศาของหน้าจอเพื่อลดการสะท้อนขณะเปิดหลังคาได้ อีกทั้งยังปรับโหมดการแสดงผลได้ถึง 5 โหมด ตามความต้องการ ประกอบด้วย Classic, Sport, SuperSport, Track Pace และ Discreet

มีจุดเด่นพิเศษอยู่ที่ฟังก์ชัน AMG Track Pace ซึ่งติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ AMG SL63 และเป็นอุปกรณ์ทางเลือกเสริมสำหรับ AMG SL55 ซึ่งรวมอยู่ในระบบของ MBUX อันเป็นฟังก์ชันที่สามารถเก็บข้อมูลการขับขี่ของรถได้ถึง 80 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว อัตราเร่ง องศาพวงมาลัย ฯลฯ รวมไปถึงการจับเวลาต่อรอบสำหรับการลงสนาม ฟังก์ชันนี้สามารถแสดงผลผ่านหน้าจอ โดยที่คนขับสามารถเลือกค่าที่ต้องการดูได้ และถ้าหากเลือกออปชั่น Dash Cam ก็จะสามารถบันทึกภาพการขับขี่ โดยแสดงผลข้อมูลนี้ในวีดีโอได้ด้วย

ระบบ MBUX นั้น ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันของระบบนำทางหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Live Traffic การรายงานสภาพการจราจร อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อกับระบบ what3words ที่ซึ่งทุก 3 ตารางเมตรบนโลกนี้ ถูกตั้งที่อยู่ใต้คำ 3 คำ ทำให้แม้จะไม่มีที่อยู่แบบปกติก็สามารถตั้งค่าระบบนำทางได้ อีกทั้งระบบ MBUX ยังมาพร้อมกับระบบ Voice Assistant ที่สามารถสั่งการผ่านเสียงด้วยประโยคง่าย ๆ ได้ทันที เหมือนกับระบบ Voice Assistant ของโทรศัพท์มือถือ

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

AMG SL 55

เครื่องยนต์รหัส M177 เบนซิน 8 สูบ V ขนาด 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 83.0 x 92.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 8.6 : 1 พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ Bi-Turbocharged กำลังสูงสุด 476 แรงม้า (PS) ที่ 5,500-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่ 2,250-4,500 รอบ/นาที

ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน

อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง

AMG SL 63

เครื่องยนต์รหัส M177 เบนซิน 8 สูบ V ขนาด 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 83.0 x 92.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 8.6 : 1 พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ Bi-Turbocharged กำลังสูงสุด 585 แรงม้า (PS) ที่ 5,500-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที

ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน

อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความแตกต่างของสองรุ่นนั้น อยู่ที่การปรับตั้งค่า ECU โดยมีปริมาณ Boost เป็นความแตกต่างหลัก

ทั้งสองรุ่นจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT MCT 9G พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC+ ที่สามารถส่งกำลังไปยังล้อต่าง ๆ ได้แบบ Variable นี่เป็นครั้งแรกใน Mercedes SL ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

อนาคตจะมีเครื่องยนต์มาเสริมทัพอีก 2 ชนิด โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นแบบ E Performance Hybrid

ยอดจำหน่าย[แก้]

ตารางปี ยอดจำหน่ายในสหรัฐ
2001 4,217[6]
2002 13,717
2003 13,318[7]
2004 12,885
2005 10,080[8]
2006 8,462
2007 6,126[9]
2008 5,464
2009 4,025[10]
2010 1,449
2011 4,899[11]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Werner Oswald: Deutsche Autos 1945-1990, vol.5. Motorbuch Verlag, Stuttgart 2001, ISBN 3-613-02131-5, p. 52.
  2. Werner Oswald: Deutsche Autos 1945–1990, vol.5. Motorbuch Verlag, Stuttgart 2001, ISBN 3-613-02131-5, p. 165.
  3. Auto Katalog, 2003 edition, p. 312. Note: Figures for 2001 are for calendar year and include early R230 production. Actual Grand Total for R129 probably around 203.000 units.
  4. "New Mercedes SL: Topgear.com". BBC Worldwide-Topgear.com. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-01-09. สืบค้นเมื่อ 2011-12-18.
  5. "All NEW Mercedes-AMG SL-Class คาดเตรียมเปิดตัวเดือน ตุลาคม 2021 นี้ !". Headlight Magazine. 2 ตุลาคม 2564. สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2564. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  6. "Mercedes-Benz USA Records Highest Sales in Its History. - Free Online Library". Thefreelibrary.com. 2003-01-03. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-06-27. สืบค้นเมื่อ 2011-02-11.
  7. "2004 Highest Year on Record for Mercedes-Benz USA". Theautochannel.com. สืบค้นเมื่อ 2010-03-21.
  8. "Mercedes-Benz Rings in the New Year with Record 2006 Sales". Theautochannel.com. สืบค้นเมื่อ 2010-03-21.
  9. "Mercedes-Benz USA's Sales Drop 32.1 Percent In December 2008 | eMercedesBenz - The Unofficial Mercedes-Benz Weblog". eMercedesBenz. 2009-01-05. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-06-27. สืบค้นเมื่อ 2010-03-21.
  10. "Highest Sales Month for the Year at 21,469 Brings Mercedes-Benz to an 18 Percent Increase for 2010". New Jersey: Prnewswire.com. 2011-01-04. สืบค้นเมื่อ 2011-02-11.
  11. "Mercedes Sales 2011 Best on Record! Strong December Sales Report Caps off 2011 with 264,460 Vehicles Sold". daveknowscars.com. 2012-01-09. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-06-27. สืบค้นเมื่อ 2013-11-09.