เมกาเดธ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมกาเดธ
Megadeth2010.jpg
เมกาเดธขณะกำลังแสดงสดในปี ค.ศ. 2008 (จากซ้าย-ขวา: เดวิด เอลเลฟสัน, เดฟ มัสเทน, ชอน โดรเวอร์และคริส บรอเดริก) โดยมีภาพพื้นหลังเป็นภาพตราประจำวง "วิก แรตเทิลเฮด"
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด สหรัฐอเมริกา ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย
สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง
ช่วงปี
  • ค.ศ. 1983–2002
  • ค.ศ. 2004 ถึงปัจจุบัน
ค่ายเพลง
  • คอมแบท
  • แคปิตอล
  • แซงก์ทัวรี
  • โรดดรันเนอร์
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ megadeth.com
สมาชิก เดฟ มัสเทน
เดวิด เอลเลฟสัน
คิโค ลูเรยโร
คริส แอดเลอร์

เมกาเดธ (อังกฤษ: Megadeth) เป็นวงเฮฟวีเมทัลอเมริกัน จากลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งวงในปี ค.ศ. 1983 โดยเดฟ มัสเทน และมือเบส เดวิด เอลเลฟสัน หลังจากที่มัสเทนถูกขับออกจากเมทัลลิกา วงได้่ออกผลงานสตูดิโออัลบั้ม 15 ชุด, อัลบั้มแสดงสด 5 ชุด, อีพี 2 ชุด, ซิงเกิล 47 ชุด, มิวสิกวิดีโอ 36 เพลง และ 6 อัลบั้มรวมเพลง เมกาเดธ ยังถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการดนตรีแทรชเมทัลในสหรัฐอเมริกาที่สำคัญ ร่วมกับวงอื่นอีกสามในเครือ "บิ๊กโฟร์" ได้แก่ เมทัลลิกา, สเลเยอร์ และแอนแทรกซ์ เมกาเดธได้นำเสนอเทคนิคทางดนตรี ด้วยจังหวะรวดเร็ว การเรียบเรียงเพลงที่ซับซ้อน เสียงร้องที่ข่ม ๆ หนักแน่นรวมไปถึงการลากเสียงของมัสเทน และเนื้อหาเพลงที่มักเกี่ยวข้องกับ ความตาย การเมือง สงคราม และศาสนา

ในปี ค.ศ. 1985 วงได้เปิดตัวอัลบั้มเปิดตัว Killing Is My Business... and Business Is Good! ผ่านทางค่ายอิสระคอมแบตเรเคิดส์[1] ซึ่งประสบความสำเร็จด้านยอดจำหน่ายกลางๆ จนทำให้ค่ายเพลงใหญ่ได้หันมาสนใจในเมกาเดธ ในที่สุดเมกาเดธก็ได้เซ็นต์สัญญากับค่ายแคปิตอลเรเคิดส์ โดยอัลบั้มแรกที่ผ่านทางค่ายนี้อย่าง Peace Sells... but Who's Buying? ซึ่งเปิดตัวไปในปี ค.ศ. 1986 สามารถประสบความสำเร็จและได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลต่อวงการเมทัลใต้ดินสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าวงจะโดดเด่นในวงการแทรชเมทัล แต่เมกาเดธก็มีข่าวเกี่ยวกับปัญหาสมาชิกวงหลายครั้ง จนต้องมีการเปลี่ยนตัวสมาชิกเรื่อยๆ รวมไปถึงปัญหาเกี่ยวกับการเสพยาเกินขนาดของสมาชิก ถึงอย่างไรก็ดีมัสเทนและเอลเลฟสัน ถือเป็นสมาชิกที่อยู่ในวงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก็ตั้งวง

ในสมัยที่วงมีสมาชิกที่มั่นคง เมกาเดธได้เปิดตัวหลายอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จด้านยอดจำหน่าย จนได้ยอดการยืนยันแผ่นเสียงทองคำขาวและแผ่นเสียงทองคำ ไม่ว่าจะเป็น Rust in Peace (1990) และ Countdown to Extinction (1992) วงได้ออกทัวร์ทั่วโลก ถือเป็นการเรียกชื่อเสียงกลับสู่วงอีกครั้ง แต่วงก็ได้สะดุดลงช่วงหนึ่งในปี ค.ศ. 2002 เมื่อมัสเทนเจ็บปวดกับเส้นประสาทที่แขนซ้ายอย่างรุนแรง ในที่สุดก็ได้กลับมารวมวงอีกครั้งในปี ค.ศ. 2004 แต่ก็ขาดมือเบสเอลเลฟสัน ซึ่งเขาได้ออกมาฟ้องมัสเทนจากปัญหาความไม่ลงรอยกันส่วนตัว ปัญหาส่วนตัว เมกาเดธได้ออกผลงานอัลบั้มชุด The System Has Failed (2004) ตามมาด้วย United Abominations (2007) ซึ่งสามารถไต่อันดับในสัปดาห์แรกที่อันดับ 18 และตามมาด้วยอันดับที่ 8 บนบิลบอร์ด 200 และอัลบั้ม Endgame (2009) ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีสาขาการแสดงเมทัลยอดเยี่ยม ในปี ค.ศ. 2010 เอลเลฟสันก็ได้มาร่วมวงอีกครั้ง ภายหลังสิ้นสุดคดีทางศาล เมกาเดธยังเป็นเจ้าของเทศกาลดนตรีในชื่อ "จิแกนทัวร์" (Gigantour) ตั้งแต่ช่วงกลางปี ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา

เมกาเดธนับเป็นวงใต้ดินเพียงไม่กี่วงที่ประความสำเร็จด้านยอดจำหน่าย[2] โดยปี ค.ศ. 2014 วงได้จำหน่ายไปแล้วกว่า 50 ล้านชุดทั่วโลก[3] ได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับแผ่นเสียงทองคำขาวในสหรัฐกว่า 5 ครั้ง จากทั้งหมด 15 อัลบั้ม แม้ว่าวงจะไม่เคยได้รับรางวัลแกรมมีเลย แต่ก็เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงกว่า 11 ครั้ง เมกาเดธ ได้ใช้ตราประจำวงคือ "วิก แรตเทิลเฮด" (Vic Rattlehead) ซึ่งมักปรากฎทุกครั้งในหน้าปกอัลบั้ม และรวมไปถึงภาพพื้นหลังในการแสดงสดต่างๆ วงยังมักถูกวิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อหาเพลง จนมีการแบนทั้งคอนเสิร์ตและอัลบั้ม โดยเอ็มทีวี ได้ปฏิเสธที่จะเล่นวีดิโอของวงผ่านอินเทอร์เน็ตโดยอ้างว่าอาจชักจูงไปสู่การฆ่าตัวตายได้[4]

อัลบั้ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Erlewine, Stephen Thomas. [เมกาเดธ ที่ ออลมิวสิก "Megadeth Biography"]. Allmusic. Rovi Corporation. สืบค้นเมื่อ January 5, 2009. 
  2. Edmondson 2013, p. 49.
  3. McPhate, Christian (July 11, 2013). "Megadeth Bassist Dave Ellefson on the Metal Aging Process". Dallas Observer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2013. 
  4. Mann, Laura (August 1, 2011). "The Ten Best Music Videos Banned by MTV". Dallas Observer. สืบค้นเมื่อ November 22, 2013. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]