ข้ามไปเนื้อหา

แฟร์รารี 250 GTO

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เฟอร์รารี่ 250 จีทีโอ)
แฟร์รารี 250 GTO
ภาพรวม
ผู้ผลิตแฟร์รารี
เริ่มผลิตค.ศ. 1962 1964
(39 คัน)
ผู้ออกแบบจีออตโท บิซซาร์รินิ (Giotto Bizzarrini)
เซอร์จิโอ สกากลิเอติ (Sergio Scaglietti)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
ตัวถัง2 ประตู เบอร์ลิเนตทา
โครงสร้างเครื่องยนต์หน้าลำ ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (FR)
จำนวนประตู2 แบบบานเปิดธรรมดา
รุ่นที่คล้ายกันแฟร์รารี 330 แอลเอ็มบี
แฟร์รารี 250 แอลเอ็ม
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์3.0 L Tipo 168 Comp/62 V12
300 PS (220 kW; 300 hp)
4.0 L V12
ระบบเกียร์เกียร์ธรรมดา ด็อก-เล็ก 5 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ2,400 mm (94.5 in)
ความยาว4,325 mm (170.3 in)
ความกว้าง1,600 mm (63.0 in)
ความสูง1,210 mm (47.6 in)
น้ำหนัก880 kg (1,940 lb)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า แฟร์รารี 250 เอสดับเบิลยูบี
รุ่นต่อไปแฟร์รารี 250 แอลเอ็ม

แฟร์รารี 250 GTO (อังกฤษ: Ferrari 250 GTO) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง ประเภทจีที (GT car) เครื่องยนต์หน้าลำ ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (FR) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทรถยนต์สัญชาติอิตาลี แฟร์รารี ระหว่างปี 1962 - 1964 ด้วยจุดประสงค์เพื่อเข้าร่วมรายการ เอฟไอเอ (FIA) ซึ่ง 250 GTO ได้เป็นหนึ่งในกรุ๊ปทรี (Group 3) คำว่า "GTO" ย่อมาจาก "Gran Turismo Omologato"[1] หลังเปิดตัวออกมา แฟร์รารี GTO ก็ได้ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ $18,000 ในสหรัฐอเมริกา และผู้ที่จะซื้อได้ต้องเป็นคนที่ เอ็นโซ แฟร์รารี ผู้ก่อตั้งแฟร์รารี อนุมัติให้เท่านั้น

ในปีแรก แฟร์รารี 250 GTO ได้ผลิตออกมาเป็นจำนวนเพียง 36 คัน ใช้ชื่อโฉมว่า 'Series I' จนต่อมาในปี 1964 แฟร์รารี GTO ก็ได้ปรับแต่งตัวถังเล็กน้อย และใช้ชื่อโฉมนี้ว่า 'Series II' ซึ่งได้ผลิตมาเพียง 3 คันเท่านั้นรวมทั้งหมดแล้ว แฟร์รารี 250 GTO ได้ผลิตออกมาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 39 คันเท่านั้น

ในปี 2004 นิตยสาร สปอร์ตคาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จัดอันดับ แฟร์รารี 250 GTO ให้เป็นรถสปอร์ตอันดับที่ 8 ในหัวข้อรถสปอร์ตแห่งศตวรรษที่ 1960 และยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรถสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดการอีกด้วย เช่นเดียวกับ นิตยสาร มอเตอร์ เทรนด์ คลาสสิก ได้จัดอันดับให้ แฟร์รารี 250 GTO เป็น "รถแฟร์รารีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล"[2]

ข้อมูลทั่วไป

[แก้]
แฟร์รารี 250 GTO ที่พิพิธภัณฑ์แฟร์รารี

ข้อมูลทางเทคนิค

[แก้]

แฟร์รารี 250 GTO ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V12 และ 4.0 ลิตร V12 มีกำลัง 300 PS (220 kW; 300 แรงม้า) แรงบิด 294 N.m. ที่ 5500 rpm ระบบเกียร์ เป็นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีฐานล้อยาว 2,400 มม. (94.5 นิ้ว) น้ำหนักเปล่า ที่ 1,100 กิโลกรัม (2,425 lb) ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ที่ 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 280 กม./ชม. (174 ไมล์/ชม.)[3]

การสะสม

[แก้]

ด้วยความที่เป็นรถแฟร์รารีคลาสสิกในยุค 60 และมีจำนวนจำกัดเพียง 39 คัน จึงทำให้แฟร์รารี 250 GTO กลายเป็นรถแฟร์รารีที่มีการเปลี่ยนมือกันมากที่สุด และเป็นรถแฟร์รารีที่มีราคาสูงที่สุด รวมถึงเป็นรถที่มีราคาสูงที่สุดในโลกในฐานะรถประมูล ด้วยราคาประมูลสูงถึง 52 ล้านดอลลาร์[4][5][6]

ราคาของแฟร์รารี 250 GTO ตั้งแต่ปีแรกที่ผลิตออกมา

[แก้]
แฟร์รารี 250 GTO ด้านหน้า
  • 1962-4 (รุ่นใหม่): $18,500
  • 1965 (ธันวาคม): $10,500
  • 1968 (มิถุนายน): $6,000
  • 1969: $2,500
  • 1971 (มกราคม): $9,500
  • 1971 (กรกฎาคม): $12,000
  • 1973 (กรกฎาคม): $17,500 (£7,000)
  • 1975 (ธันวาคม): $48,000
  • 1978: $85,000
  • 1980 (มีนาคม): $180,000-200,000
  • 1983: $300,000
  • 1984: $500,000
  • 1985: $650,000
  • 1986: $1,000,000
  • 1987 (ตุลาคม): $1,600,000
  • 1988 (กรกฎาคม): $4,200,000
  • 1989 (กรกฎาคม): $10,000,000
  • 1990 (มกราคม): $13,000,000
  • 2012 (พฤษภาคม) $35,000,000
  • 2013 (ตุลาคม) $52,000,000

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. http://www.ferrari.com/English/GT_Sport%20Cars/GT/Pages/100408_CAR_Revealed_ferrari_com_new_599_GTO.aspx
  2. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-11-10. สืบค้นเมื่อ 2013-11-08.
  3. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-09-11. สืบค้นเมื่อ 2013-11-08.
  4. http://www.thenational.ae/lifestyle/ferrari-250-gto-sets-new-world-record-but-will-supercar-price-bubble-burst
  5. http://www.autoblog.com/2013/10/03/ferrari-250-gto-world-record-sale-52-million/
  6. http://www.digitaltrends.com/cars/1963-ferrari-250-gto-sells-for-52-million/