เฟนไซคลิดีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับอุตสาหกรรมเคมีที่เรียกว่าเป็น PCP ใช้เป็นยาฆ่าแมลงยาฆ่าเชื้อและดูที่ Pentachlorophenol ดูเฟนไซคลิดีน(แก้ความกำกวม)
เฟนไซคลิดีน
Phencyclidine structure.svg
Phencyclidine-from-xtal-3D-balls.png
ชื่อสารเคมีในระบบ IUPAC
1-(1-phenylcyclohexyl)piperidine
ตัวระบุ
เลขทะเบียน CAS 77-10-1
รหัส ATC none
PubChem 6468
DrugBank DB03575
ChemSpider 6224
ข้อมูลทางเคมี
สูตรเคมี C17H25N 
น้ำหนักโมเลกุล 243.387 g/mol
SMILES eMolecules & PubChem
ข้อมูลทางเภสัชจลนศาสตร์
ชีวปริมาณออกฤทธิ์  ?
เมแทบอลิซึม  ?
ครึ่งชีวิตของการกำจัด 7–46 hours
การขับถ่าย  ?
ข้อมูลทางคลินิก
ลำดับขั้นของยาต่อการตั้งครรภ์

?

สถานะตามกฎหมาย

Prohibited (S9) (AU) Schedule I (CA) Class A (UK) Schedule II (US)

ช่องทางการรับยา Smoked, Insufflated, Oral
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

Phencyclidine (ชื่อทางเคมีของ 1-(1- phenylcyclohexyl)piperidine), มักรู้จักในชื่อของ PCP หรือชื่อทางการค้า เช่น Angel Dust , Embalming fluid , Killer weed , Rocket fuel , Supergrass , Ozone , Wack , Killer joint[1] ยาเสพติดชนิดนี้ถือกำเนิดเมื่อตอนช่วงยุคทศวรรษ2490ในรูปของยาชา (anesthetic pharmaceutical drug) แต่ตอนหลังถูกห้ามใช้เพราะว่ามีผลข้างเคียงเช่นเดียวกับยาหลอนประสาท(dissociative hallucinogenic) เช่นเดียวกับยาเค ในภายหลังจำนวนอนุพันธ์สังเคราะห์ของ PCP ได้รับการขายเป็นยาเสพติดที่ไว้ใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจและไม่ได้ใช้ในการแพทย์[2]

ในทางโครงสร้างเคมี PCP จัดอยู่ในกลุ่มของ arylcyclohexylamine class และ ในกลุ่มทางเภสัชวิทยาได้อยู่ในกลุ่มของยาชา [3][4]

PCP สามารถเสพได้โดยการทานเข้าไป ใช้ควัน หรือฉีดเข้าเส้นเลือดก็ได้.[5]

ชีวเคมีและเภสัชวิทยา[แก้]

เภสัชพลศาสตร์[แก้]

PCP เป็นที่รู้จักกันดีในแง่ของการดำเนินการหลักใน ionotropic glutamate receptors, อาทิ NMDA receptor ในหนูและใน homogenate ของสมองหนู.[6][7] ดังนั้นผลของ PCP ก็คือศัตรูของตัวรับ NMDA และ NMDAR ด้วยเหมือนกับยาเคที่ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในช่วงยุคทศวรรษพ.ศ. 2520 โดย David Lodge และเพื่อนร่วมงานของเขา[2] ศัตรูของตัวรับ NMDA รวมถึงยาเค (ketamine),[8] tiletamine,[9] dextromethorphan,[10] nitrous oxide, MK-801 และ dexoxadrol.

เภสัชจลนศาสตร์[แก้]

PCP สามารถเมตาบอไลซ์เป็น PCHP, PPC และ PCAA.

เมื่อเผาจะมีบางส่วนแตกตัวเป็น 1-phenyl-1-cyclohexene (PC) และ piperidine.

Conversion of PCP into PC and piperidine by heat.


ผลกระทบต่อสมอง[แก้]

มีหลายผลงานวิจัยกล่าวว่าศัตรูของตัวรับNMDA (NMDA receptor antagonist) ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึง PCP เป็นสาเหตุที่ทำให้หนูเป็นโรคOlney's lesions [11][12] งานวิจัยนั้นได้ทำการทดลองโดยให้ศัตรูของตัวรับ NMDA ในปริมาณที่เข้มข้นมากๆแก่หนู (dizocilpine) เป็นสาเหตุที่ทำให้บางส่วนในสมองของหนูเกิดอาการผิดปกติ โดยผลงานวิจัยทุกชิ้นได้ทดลองในสัตว์ทดลอง ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่า PCP นั้นส่งผลกระทบต่อมนุษย์อย่างไร มีผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งไม่ได้ถูกนำมาเผยแพร่ของ Frank Sharp รายงานว่าสารชนิดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบตัวรับ NMDA และยาเคก็เหมือนกับยาทั่วๆไปถ้าหากใช้ในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้มนุษย์ผ่อนคลาย [13] but due to the study never having been published, its validity is highly controversial.

PCP นั้นได้เป็นสาเหตุของโรคจิตเภทโดย (schizophrenia) เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงสาร N-acetylaspartate และ N-acetylaspartylglutamate ในสมองหนูซึ่งส่งผลกระทบทั้งที่อยู่อาศัยของหนูและรวมถึงการตรวจสอบการชันสูตรศพของเนื้อเยื่อสมอง[14] โดยมันเป็นเหตุการณ์ล้อเลียนของโรคจิตเภทในมนุษย์[15]

ประวัติของการใช้รักษาโรค[แก้]

PCP ถูกสังเคราะห์ในพ.ศ. 2469,.[16] ในการสังเคราะห์ช่วงแรกๆนั้น ในความจริงแล้ว PCP เป็นตัวสื่อของ PCC.[2] PCP ถูกค้นพบอย่างบังเอิญโดย Victor Maddox นักเคมีที่ Parke-Davis ในมิชิแกน ในขณะที่เขากำลังตรวจสอบตัวอย่างยาแก้ปวดที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมา แม้ว่าการไม่ได้คาดหวังในการเกิดของ PCP นั้นแต่ PCP ก็ได้ถูกระบุว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าสนใจและเป็นตัวแทนของตัวอย่างในการทดสอบเภสัชวิทยา แนวโน้มผลของเภสัชวิทยาในทางการสืบสวนเหล่านี้นำไปสู่การพัฒนาอย่างรวดเร็วของ PCP และได้รับการอนุมัติให้เป็นสารใช้ตรวจสอบยาเสพติดภายใต้ชื่อทางการค้าที่มีชื่อว่า Sernyl ในยุคทศวรรศ 2490ได้ถูกใช้เป็นยาระงับความเจ็บปวด (anesthetic) แต่ว่ายาตัวนี้มีค่าครึ่งชีวิตที่ยาวนานและก่อให้เกิดผลข้างเคียง (side effects) อาทิ อาการประสาทหลอน(hallucinations) บ้า(mania) เพ้อ(delirium) และสับสน(disorientation) โดยถูกถอดถอนออกในปีพ.ศ. 2508 และถูกจำกัดการใช้ยา[2][17][18]

PCP ที่ผิดกฎหมายที่ถูกจับโดยปปส.

See Also[แก้]

Reference[แก้]

  1. US Department of Justice, National Drug Intelligence Center. PCP Fast Facts
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Morris, H.; Wallach, J. (2014). "From PCP to MXE: a comprehensive review of the non-medical use of dissociative drugs". Drug Testing and Analysis. 
  3. Drugs and Behavior, 4th Edition, McKim, William A., ISBN 0-13-083146-8
  4. Kapur, S. and P. Seeman. "NMDA receptor antagonists ketamine and PCP have direct effects on the dopamine D2 and serotonin 5-HT2receptorsimplications for models of schizophrenia(2002)
  5. "NIDA InfoFacts: Hallucinogens – LSD, Peyote, Psilocybin, and PCP". DrugAbuse.gov. National Institute on Drug Abuse. สืบค้นเมื่อ 2011-01-26. 
  6. Large, CH; Bison, S; Sartori, I.; Read, K. D.; Gozzi, A.; Quarta, D.; Antolini, M.; Hollands, E.; Gill, C. H.; Gunthorpe, M. J.; Idris, N.; Neill, J. C.; Alvaro, G. S. (2011). "The Efficacy of Sodium Channel Blockers to Prevent Phencyclidine-Induced Cognitive Dysfunction in the Rat: Potential for Novel Treatments for Schizophrenia". Journal of pharmacology and experimental therapeutics 338 (1): 100–113 =. doi:10.1124/jpet.110.178475. สืบค้นเมื่อ July 2011. 
  7. Seeman P, Guan HC, Hirbec H (August 2009). "Dopamine D2High receptors stimulated by phencyclidines, lysergic acid diethylamide, salvinorin A, and modafinil". Synapse 63 (8): 698–704. doi:10.1002/syn.20647. PMID 19391150. 
  8. Caddy C et al. Ketamine as the prototype glutamatergic antidepressant: pharmacodynamic actions, and a systematic review and meta-analysis of efficacy. Ther Adv Psychopharmacol. 2014 Apr;4(2):75-99. doi: 10.1177/2045125313507739. Review. PMID 24688759 PMC 3952483
  9. Klockgether, Thomas; Turski, Lechoslaw, Schwarz, Michael, Sontag, Karl-Heinz, Lehmann, John (1 October 1988). "Paradoxical convulsant action of a novel non-competitiveN-methyl-d-aspartate (NMDA) antagonist, tiletamine". Brain Research 461 (2): 343–348. doi:10.1016/0006-8993(88)90265-X. PMID 2846121. 
  10. Burns JM, Boyer EW. Antitussives and substance abuse. Subst Abuse Rehabil. 2013 Nov 6;4:75-82. doi: 10.2147/SAR.S36761. eCollection 2013. PMID 24648790 PMCID PMC3931656
  11. Olney J, Labruyere J, Price M (1989). "Pathological changes induced in cerebrocortical neurons by phencyclidine and related drugs". Science 244 (4910): 1360–1362. doi:10.1126/science.2660263. PMID 2660263. 
  12. Hargreaves R, Hill R, Iversen L (1994). "Neuroprotective NMDA antagonists: the controversy over their potential for adverse effects on cortical neuronal morphology". Acta Neurochir Suppl (Wien) 60: 15–9. doi:10.1007/978-3-7091-9334-1_4. PMID 7976530. 
  13. Jansen, Karl. Ketamine: Dreams and Realities. MAPS, 2004. ISBN 0-9660019-7-4
  14. Reynolds, Lindsay M.; Susan M. Cochran, Brian J. Morris, Judith A. Pratt and Gavin P. Reynolds (March 1, 2005). "Chronic phencyclidine administration induces schizophrenia-like changes in N-acetylaspartate and N-acetylaspartylglutamate in rat brain". Schizophrenia Research 73 (2–3): 147–152. doi:10.1016/j.schres.2004.02.003. PMID 15653257. 
  15. Murray JB (May 2002). "Phencyclidine (PCP): a dangerous drug, but useful in schizophrenia research". J Psychol 136 (3): 319–327. doi:10.1080/00223980209604159. PMID 12206280. 
  16. Development of PCP
  17. Zukin, Stephen R; Sloboda, Zili; Javitt, Daniel C (2005). "Phencyclidine (PCP)". In Lowinson, Joyce H; Ruiz, Pedro; Millman, Robert B และคณะ. Substance Abuse: A Comprehensive Textbook (4th ed.). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins. ISBN 0-7817-3474-6. สืบค้นเมื่อ 2 December 2010. 
  18. Maisto, Stephen A.; Mark Galizio; Gerard Joseph Connors (2004). Drug Use and Abuse. Thompson Wadsworth. ISBN 0-15-508517-4. 

External Links[แก้]