เพีย ซุนด์ฮาแก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพีย ซุนด์ฮาแก
Pia Sundhage Jan 2013.jpg
เพีย ซุนด์ฮาแก ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2013
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม เพีย มอร์โรว์ ซุนด์ฮาแก
วันเกิด 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1960 (57 ปี)
สถานที่เกิด สวีเดน อุลริเซฮัมน์ ประเทศสวีเดน
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ทีมชาติสวีเดน (ผู้จัดการ)
สโมสรเยาวชน
ค.ศ. 1975 อีเอฟโคว อุลริเซฮัมน์
ค.ศ. 1975–1976 เอสเกย์อู ฟอลโคปิง
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
ค.ศ. 1977–1978 ฟอลโคปิง โควอีโคว
ค.ศ. 1979–1981 ยีเต็กซ์ เบย์โคว
ค.ศ. 1982–1983 เอิสเตอร์ส อีเอฟ (65)
ค.ศ. 1984 ยีเต็กซ์ เบย์โคว
ค.ศ. 1985 โซชีเอตาสปอร์ตีวาลาซีโอ (17)
ค.ศ. 1985 สตัตเทนา อีเอฟ
ค.ศ. 1985 ยีเต็กซ์ เบย์โคว
ค.ศ. 1986 ฮัมมาร์บี อีเอฟ เดย์เอฟเอฟ
ค.ศ. 1987–1989 ยีเต็กซ์ เบย์โคว
ค.ศ. 1990–1996 ฮัมมาร์บี อีเอฟ เดย์เอฟเอฟ
ทีมชาติ
ค.ศ. 1975–1996 ทีมชาติสวีเดน 146[1] (71[1])
จัดการทีม
ค.ศ. 1992–1994 ฮัมมาร์บี อีเอฟ เดย์เอฟเอฟ (ผู้เล่น/ผู้จัดการ)
ค.ศ. 1998–1999 วัลเลนทูนา เบย์โคว (ผู้ช่วย)
ค.ศ. 2000 อออีโคว ฟุตบอลดาม (ผู้ช่วย)
ค.ศ. 2001–2002 ฟิลาเดลเฟียชาร์จ (ผู้ช่วย)
ค.ศ. 2003 บอสตันเบรกเกอร์ส
ค.ศ. 2004 โคลบอตน์ฟุตบอล
ค.ศ. 2005–2006 โควอีเอฟ เออเรบรู เดย์เอฟเอฟ
ค.ศ. 2007 ทีมชาติจีน (ผู้ช่วย)
ค.ศ. 2008–2012 ทีมชาติสหรัฐ
ค.ศ. 2012– ทีมชาติสวีเดน

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22:53 น., 25 ตุลาคม ค.ศ. 2009 (เวลาสากลเชิงพิกัด)
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22:53 น., 25 ตุลาคม ค.ศ. 2009 (เวลาสากลเชิงพิกัด)

เพีย มารีอันแน ซุนด์ฮาแก (สวีเดน: Pia Mariane Sundhage; 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1960 — ) เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวสวีเดนผู้ซึ่งเล่นตำแหน่งกองหน้ามากสุด แต่ในภายหลังเล่นเป็นกองกลางตลอดจนกองหลัง ซุนด์ฮาแกเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้แก่ฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐตั้งแต่ ค.ศ. 2008 จนถึง 2012 ช่วงที่เธอรับหน้าที่ทีมของเธอชนะสองเหรียญทองโอลิมปิกและได้อันดับสองในฟุตบอลโลก ซุนด์ฮาแกได้รับรางวัลผู้ฝึกสอนฟุตบอลโลกยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2012 และกลายมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติสวีเดนในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2012 นอกจากนี้ เธอได้ออกรายการดิอะเทอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์สารคดีทางช่องเอสวีทีตั้งแต่ ค.ศ. 2013

ผลงานการฝึกสอน[แก้]

ก่อนร่วมกับทีมชาติสหรัฐ[แก้]

ซุนด์ฮาแกได้เริ่มต้นการสอนในฐานะผู้เล่น/ผู้จัดการเมื่อเธออยู่กับทีมฮัมมาร์บี อีเอฟ เดย์เอฟเอฟ ตั้งแต่ ค.ศ. 1992 ถึง 1994 จากนั้น เธอก็ทำงานเป็นผู้ช่วยร่วมกับทีมวัลเลนทูนา เบย์โคว (ค.ศ. 1998 ถึง 1999) และทีมอออีโคว ฟุตบอลดาม (ค.ศ. 2000) ก่อนที่จะเดินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อเป็นผู้ช่วยร่วมกับทีมฟิลาเดลเฟียชาร์จของสมาคมฟุตบอลหญิงแห่งสหรัฐแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา แล้วในที่สุด เธอก็ได้รับการว่าจ้างจากบอสตันเบรกเกอร์สในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน จากการชนะรายการลีก ส่งผลให้เธอได้รับเลือกเป็นผู้ฝึกสอนแห่งปี ค.ศ. 2003 ของสมาคม อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งเมื่อทางสมาคมได้ปิดตัว เธอก็กลับไปสแกนดิเนเวียเพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้ฝึกสอนต่อ

ทั้งนี้ เธอมีความเกี่ยวดองกับคริสติน ลิลลี กัปตันทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐ และเคท มาร์กกราฟ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีม โดยทั้งสองต่างย้ายจากทีมบอสตันเบรกเกอร์ส มาร่วมการแข่งในลีกดามัลสเวนกันของประเทศสวีเดนเมื่อเพียทำหน้าที่ฝึกสอนให้แก่ทีมโควอีเอฟ เออเรบรู เดย์เอฟเอฟ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 ถึง 2006 หลังจากทำหน้าที่ช่วงสั้น ๆ ร่วมกับทีมโคลบอตน์ฟุตบอลในปี ค.ศ. 2004 ซึ่งลิลลีกล่าวว่า "อยากจะเล่นให้กับเพียอีกครั้ง"

ซุนด์ฮาแกทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยมารีกา โดมันสกี-ลีฟอร์ส ให้แก่ฟุตบอลหญิงทีมชาติจีนในช่วงฟุตบอลโลกหญิง 2007

ผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐ[แก้]

เพีย ซุนด์ฮาแก ได้รับการประกาศให้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ส่งผลให้เธอเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนที่เจ็ดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติสหรัฐและนับเป็นผู้หญิงรายที่สามผู้ทำหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งลอเรน เกร็ก อยู่ในตำแหน่งนี้ 3 เกมในปี ค.ศ. 2000 ตามด้วยเอพริล ไฮน์ริช ที่นำทีมตั้งแต่ ค.ศ. 2000–2004 และชนะเลิศในโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ในขณะที่ซุนด์ฮาแกทำหน้าที่เป็นแมวมองสำหรับทีมชาติสหรัฐในช่วงโอลิมปิกฤดูร้อน 2004

ฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐในโอลิมปิกฤดูร้อน 2012

ในขณะที่อยู่ร่วมกับทีมชาติสหรัฐ ซุนด์ฮาแกพาทีมครองแชมป์อัลการ์ฟคัพ 2008 ตลอดจนได้รางวัลเหรียญทอง ทั้งโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 และโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ทีมของเธอเกือบครองแชมป์อัลการ์ฟคัพ 2009 ซึ่งทีมชาติสหรัฐเป็นฝ่ายแพ้ทีมชาติสวีเดนบ้านเกิดของซุนด์ฮาแกในการยิงลูกโทษ อย่างไรก็ตาม ในปีต่อมา ทีมของเธอก็ครองแชมป์อัลการ์ฟคัพ 2010 โดยชนะทีมชาติเยอรมนีซึ่งเป็นแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปในช่วงนั้น ด้วยผล 3 ประตูต่อ 2 ในรอบชิงชนะเลิศ

เธอเป็นผู้ฝึกสอนทีมหญิงจนถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกหญิง 2011 ซึ่งทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ผิดหวังจากการแพ้ทีมชาติญี่ปุ่น ด้วยผล 3 ประตูต่อ 1 ของการยิงลูกโทษ หนึ่งปีต่อมา ซุนด์ฮาแกได้พาฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐเข้ารับรางวัลเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ที่กรุงลอนดอน โดยเป็นฝ่ายชนะทีมชาติญี่ปุ่น 2 ประตูต่อ 1 ในรอบชิงชนะเลิศ ร่วมกับคาร์ลี ลอยด์ ที่ทำได้ทั้งสองประตู

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2012 ซุนด์ฮาแกประกาศว่าเธอกำลังก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐ โดยแสดงความปรารถนาที่จะแสวงหาโอกาสในประเทศสวีเดนซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ ซุนด์ฮาแกประกาศว่าเธอจะเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติสหรัฐจนถึงวันที่ 16 ถึง 19 กันยายนสำหรับทัวร์ชัยชนะโอลิมปิกของทีมก่อนที่จะลาออกอย่างเป็นทางการ "ฉันมีหลายวันที่ฉันคิด 'ฉันกำลังทำอะไร ?' และมีวันอื่น ๆ ที่ฉันเป็นแบบนี้ 'สำหรับความท้าทายครั้งต่อไป'" ซุนด์ฮาแกกล่าวเมื่อประกาศแยกจากทีมชาติหญิงสหรัฐของเธอ[2] เธอเป็นผู้ฝึกสอนครั้งสุดท้ายเมื่อครั้งที่พบกับทีมชาติออสเตรเลียในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ชัยชนะโอลิมปิกเมื่อวันที่ 19 กันยายน โดยทีมของเธอเป็นฝ่ายชนะ 6 ประตูต่อ 2 ด้วยชัยชนะครั้งสุดท้ายนี้ ซุนด์ฮาแกก็ออกจากทีมด้วยสถิติ ชนะ 91 แพ้ 6 เสมอ 10 ซึ่งรวมถึงเหรียญทองโอลิมปิก 2 เหรียญและได้อันดับสองฟุตบอลโลกหญิง 2011 [3]

ผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติสวีเดน[แก้]

สมาคมฟุตบอลสวีเดนประกาศในช่วงต้นเดือนกันยายน ค.ศ. 2012 ว่า ซุนด์ฮาแกได้ลงนามในสัญญาสี่ปีซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ธันวาคม การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นชั่วโมงหลังจากการแข่งขันทีมหญิงสหรัฐของซุนด์ฮาแกในฐานะผู้ฝึกสอน ที่ชนะ 8 ประตูต่อ 0 ในนัดกระชับมิตรกับทีมชาติคอสตาริกาครั้งแรกของรายการที่จัดขึ้นเพื่อฉลองการชนะรางวัลเหรียญทองจากกีฬาฟุตบอลในโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 โดยซุนด์ฮาแกได้รับช่วงแทนโธมัส เดนเนอร์บี ที่ลาออกหลังจากทีมชาติสวีเดนล้มเหลวในการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในโอลิมปิก 2012 [4] "ฉันฝันมานานในการเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติสวีเดนและตอนนี้ฉันมีความสุขมาก" ซุนด์ฮาแกกล่าว[5] การแข่งขันครั้งสำคัญครั้งแรกสำหรับซุนด์ฮาแกในฐานะผู้ฝึกสอนของทีมชาติสวีเดน คือการแข่งฟุตบอลหญิงชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2013 ที่ประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ[6] ซึ่งทีมชาติสวีเดนแพ้ 0 ประตูต่อ 1 ในรอบรองชนะเลิศกับทีมชาติเยอรมนี ที่เป็นแชมป์การแข่งครั้งนี้

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2010 ซุนด์ฮาแกกล่าวในการสัมภาษณ์ทางทีวีของสวีเดนว่าใน ฐานะเลสเบียนคนหนึ่ง เธอไม่เคยรู้สึกว่ามีความรังเกียจเพศที่สามใด ๆ ในฐานะผู้ฝึกสอน "ไม่มีปัญหาใด ๆ ที่ฉันจะเป็นเลสเบียนอย่างเปิดเผยในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนในสหรัฐ" ซุนด์ฮาแกกล่าว[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Caps and goals
  2. U.S. coach Pia Sundhage steps down, ESPN.com. Retrieved 1 September 2012.
  3. U.S. Women's National Team Provides Head Coach Pia Sundhage with 6-2 Victory in Final Match in Charge, ussoccer.com. Retrieved 21 September 2012.
  4. "Sweden women's soccer coach quits following Olympic loss". Associated Press via foxnews.com. 
  5. "Sundhage appointed Sweden coach". Associated Press via Yahoo! Sports. 
  6. "Sundhage to be new Sweden coach". AFP via Yahoo! Sports. 
  7. "Head coach Pia Sundhage of the U.S. Women’s Soccer Team comes out". AfterEllen. 13 January 2010. Archived from the original on 24 July 2012. สืบค้นเมื่อ 14 July 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]