เบลด รันเนอร์ 2049

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เบลด รันเนอร์ 2049
โปสเตอร์ภาพยนตร์ฉบับเผยแพร่ในประเทศไทย
กำกับเดนิส วิลล์เนิฟ
อำนวยการสร้างฝ่ายงานสร้าง:
ฝ่ายบริหาร:
เขียนบท
เขียนเรื่องแฮมป์ตัน แฟนเชอร์
เค้าโครงจากตัวละครจากนวนิยาย Do Androids Dream of Electric Sheep? โดย
ฟิลิป เค. ดิก
นำแสดง
ดนตรีประกอบ
กำกับภาพโรเจอร์ ดีกินส์
ตัดต่อโจ วอล์เกอร์
ค่าย
จำหน่าย/เผยแพร่
ฉาย6 ตุลาคม ค.ศ. 2017 (สหรัฐอเมริกา)
ความยาว163 นาที[3]
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ150–185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[4][5][6]
รายได้259.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[7]

เบลด รันเนอร์ 2049 (อังกฤษ: Blade Runner 2049) เป็นภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์เชิงนีโอ-นัวร์ ภาคต่อของเบลดรันเนอร์ กำกับโดย เดนิส วิลล์เนิฟ และริดลีย์ สก็อตต์ ผู้กำกับในภาคก่อนหน้าเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร นำแสดงโดย ไรอัน กอสลิง และแฮริสัน ฟอร์ด ดำเนินเรื่องในช่วงเวลา 30 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน เบลดรันเนอร์ ภาคแรก กอสลิ่งรับบทเป็น เค ผู้มีหน้าที่ตามล่าเรพลิแคนท์นอกระบบ ในฐานะเบลดรันเนอร์

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวผลิตโดย อัลคอน เอนเตอร์เทนเมนต์ ร่วมกับ โคลัมเบีย พิคเจอร์ส และจัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เฉพาะในอเมริกาเหนือ ส่วน โซนี่ พิคเจอร์ส รีลีซซิ่ง ได้สิทธิ์ในการจัดจำหน่ายทั่วโลก โดยภาพยนตร์เข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 2017

เนื้อเรื่อง[แก้]

ค.ศ. 2049 มนุษย์สังเคราะห์ที่เรียกว่าเรพลิแคนท์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นทาสและผู้รับใช้ของมนุษย์ธรรมดา เคเป็นเรพลิแคนท์ตนหนึ่งที่ทำงานให้กับกรมตำรวจลอสแอนเจลิสในฐานะเบลดรันเนอร์ ผู้มีหน้าที่ตามล่าและ "ปลดเกษียณ" (สังหาร) เรพลิแคนท์ที่หลบหนี ระหว่างปฏิบัติภารกิจ เคได้พบกับแซปเปอร์ มอร์ตัน เรพลิแคนท์หลบหนีที่ซ่อนตัวอยู่ที่ฟาร์มผลิตโปรตีนแห่งหนึ่ง หลังจากปลดเกษียณมอร์ตันแล้วเขาได้พบกล่องกล่องหนึ่งถูกฝังอยู่ใต้ซากต้นไม้ ซึ่งเมื่อได้ตรวจดูแล้วพบว่าข้างในมีชิ้นส่วนของศพของเรพลิแคนท์เพศหญิงที่เสียชีวิตระหว่างการผ่าตัดคลอด ทางหน่วยจึงสรุปว่าเกิดความเป็นไปได้ที่เรพลิแคนท์จะสืบพันธุ์ด้วยการมีเพศสัมพันธ์เช่นมนุษย์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเชื่อกันว่าเป็นไปไม่ได้ ร้อยโทโจชิซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเคเกรงว่าหากข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ จะทำให้เกิดการสู้รบระหว่างมนุษย์กับเรพลิแคนท์จนอาจกลายเป็นสงครามใหญ่ เธอจึงสั่งให้เคตามหาและปลดเกษียณเด็กเรพลิแคนท์ที่คลอดออกมารายนี้ให้ได้

เคเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทวอลเลซ และได้ทราบข้อมูลจากฐานข้อมูลดีเอ็นเอของบริษัทฯ ว่าเรพลิแคนท์หญิงที่ตั้งครรภ์ได้ตนนี้ชื่อว่าเรเชล ซึ่งเป็นเรพลิแคนท์รุ่นทดลองที่ได้รับการออกแบบโดยดอกเตอร์ไทเรลล์ เขาได้ทราบว่าเรเชลมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับริค เดคคาร์ด อดีตเบลดรันเนอร์ ในขณะเดียวกันนี้ เนียนเดอร์ วอลเลซ ประธานบริษัทวอลเลซ ได้พยายามค้นหาความลับของการทำให้เรพลิแคนท์สามารถสืบพันธุ์ได้ ด้วยหวังจะใช้เรพลิแคนท์เป็นกำลังสำคัญในการสร้างอาณานิคมระหว่างดวงดาว เขาส่งลัฟซึ่งเป็นเรพลิแคนท์ส่วนตัวไปขโมยร่างของเรเชลออกมาจากกรมตำรวจ และตามหาบุตรของเรเชลด้วยการสะกดรอยเค

เคเดินทางกลับมายังฟาร์มโปรตีนของมอร์ตัน และพบตัวเลขวันที่ 6-10-21 ถูกสลักอยู่บนซากต้นไม้ แล้วจึงจำได้ว่าวันที่นี้เป็นวันที่เดียวกันกับที่ถูกสลักไว้ในม้าไม้ของเล่นของเขาในวัยเด็ก เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วความทรงจำของเรพลิแคนท์จะเป็นความทรงจำประดิษฐ์ที่ถูกใส่เข้ามา แฟนสาวโฮโลแกรมของเคนามว่าจอยจึงเชื่อว่านี่เป็นหลักฐานว่าเคเป็นเรพลิแคนท์ที่ "เกิด" ขึ้นมา ไม่ได้ "ถูกสร้าง" เช่นเรพลิแคนท์ตนอื่นๆ เคเผาฟาร์มนี้แล้วเดินทางจากไป เขาค้นข้อมูลของกรมตำรวจแล้วพบว่ามีฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่งเกิดในวันเดือนปีนั้น ทั้งสองมีดีเอ็นเอที่เหมือนกันทุกประการ ต่างกันแต่เพียงโครโมโซมเพศ และมีเพียงเด็กชายเท่านั้นที่มีข้อมูลว่ายังมีชีวิตอยู่ เคอาศัยข้อมูลนี้ติดตามไปยังโรงงานในซานดิเอโกที่ใช้แรงงานจากเด็กกำพร้า และพบว่าบันทึกข้อมูลในช่วงปีดังกล่าวนั้นหายสาบสูญไป เคจำได้ว่าที่นี่เองคือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อยู่ในความทรงจำของเขา และได้ค้นพบม้าไม้ของเล่นในที่ซ่อน ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่อยู่ในความทรงจำของเขา ว่าเป็นเขาในวัยเด็กนั่นเองที่ซ่อนม้าไม้นี้ไว้

เคตามหาดอกเตอร์แอนา สเตลลีน ผู้ออกแบบความทรงจำของเรพลิแคนท์ เธอยืนยันกับเขาว่าความทรงจำเรื่องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เคจึงสรุปได้ว่า เขาเองคือบุตรชายที่หายไปของเรเชล เมื่อกลับมายังกรมตำรวจเครับการทดสอบสมรรถนะพื้นฐานหลังเหตุการณ์สะเทือนอารมณ์ตามปกติของเรพลิแคนท์ แต่ครั้งนี้เขาไม่ผ่านการทดสอบ เขารายงานเหตุการณ์กับโจชิเป็นนัยว่าเขาได้สังหารเด็กเรพลิแคนท์ที่ตามหาไปแล้ว โจชิให้โอกาสเคเดินทางหลบหนีภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อกลับมาถึงที่พัก เคย้ายข้อมูลของจอยเข้ามาในอุปกรณ์พกพาตามคำขอร้องของจอยที่อยากเดินทางไปพร้อมกับเคด้วย หลังจากนั้นจึงนำม้าไม้ไปวิเคราะห์ที่ร้านค้าและพบว่ามีร่องรอยของกัมมันตภาพรังสีที่นำทางเขาไปยังซากปรักหักพังแห่งลาสเวกัส ที่นั่นเขาได้พบกับเดคคาร์ด ซึ่งได้เปิดเผยกับเคว่าเขาเป็นพ่อของเด็กที่สาบสูญของเรเชล และเป็นเขาเองที่ทำลายหลักฐานการเกิดต่างๆ เพื่อปกปิดตัวตนของเด็กคนนี้ และมอบเด็กให้อยู่การดูแลของกลุ่มเรพลิแคนท์ที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ

ลัฟสังหารโจชิ และติดตามเคมายังที่ซ่อนตัวของเดคคาร์ดในลาสเวกัส เธอลักพาตัวเดคคาร์ด ทำลายจอย และปล่อยเคให้ตาย กลุ่มเรพลิแคนท์ต่อสู้เพื่ออิสรภาพเข้ามาช่วยเหลือเคเอาไว้ เฟรย์ซาซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่มนี้เปิดเผยกับเคว่าเด็กที่เกิดจากเรเชลกับเดคคาร์ดเป็นเด็กหญิง และเคไม่ใช่เด็กคนนี้ เฟรย์ซาขอร้องให้เคสังหารเดคคาร์ด เพื่อป้องกันไม่ให้วอลเลซตามหาเด็กคนนี้พบ รวมถึงกลุ่มต่อสู้เพื่ออิสรภาพนี้ด้วย ถือเป็นการสังหารเพื่อประโยชน์ที่สูงกว่าของเหล่าเรพลิแคนท์ทั้งมวล

ลัฟพาเดคคาร์ดมายังบริษัทวอลเลซสำนักงานใหญ่เพื่อพบกับเนียนเดอร์ วอลเลซ เขาเรียกร่างโคลนสร้างใหม่ของเรเชลมาพบ เพื่อล่อให้เดคคาร์ดเปิดเผยความลับ แต่เดคคาร์ดดื้อดึงปฏิเสธ วอลเลซจึงให้ลัฟสังหารเรเชลคนนี้ ระหว่างที่ลัฟกำลังพาเดคคาร์ดขึ้นยานเดินทางไปนอกโลกเพื่อสอบสวนด้วยการทรมาน เคก็เข้าขัดขวางและสังหารลัฟลง แต่เคก็บาดเจ็บหนัก เขาจัดฉากการตายของเดคคาร์ดเพื่อไม่ให้วอลเลซและเหล่าเรพลิแคนท์ติดตามมาได้ และได้พาเดคคาร์ดไปยังที่ทำงานของสเตลลีน จากข้อมูลทั้งหมดเคสรุปได้ว่าดอกเตอร์สเตลลีนคนนี้คือเด็กที่หายสาบสูญไปของเรเชลและเดคคาร์ด ม้าไม้และความทรงจำนั้นก็เป็นของสเตลลีนนี้เอง เคตายอย่างสงบระหว่างที่เดคคาร์ดกำลังจะได้พบกับสเตลลีน

อ้างอิง[แก้]

  1. D'Alessandro, Anthony; Tartaglione, Nancy (October 4, 2017). "'Blade Runner 2049' Poised To Fly Around The World With Estimated $100M Bow". Deadline. สืบค้นเมื่อ October 23, 2017.
  2. McNary, Dave (January 25, 2016). "'Blade Runner' Sequel: Sony Takes International Rights". Variety. สืบค้นเมื่อ October 23, 2017.
  3. McNary, Dave. Variety, August 30, 2017, "‘Blade Runner 2049’s’ Lengthy Run Time Revealed". Retrieved August 30, 2017.
  4. "'Blade Runner 2049' Kicks Off October Box Office as Clear Favorite". TheWrap. October 7, 2017.
  5. "'Blade Runner 2049' Poised To Fly Around The World With Estimated $100M Bow". Deadline.com. October 7, 2017.
  6. "'Blade Runner 2049' Tracking for $40M-Plus U.S. Debut". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ September 14, 2017.
  7. "Blade Runner 2049 (2017)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ January 22, 2018.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]