เทวทูต

เทวทูต หมายถึง ทูตของเทพ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้ระลึกถึงธรรมดาของชีวิต จนเกิดความสังเวชแล้วเร่งทำความดี[1]
ใน "ทูตสูตร" พระโคตมพุทธเจ้าตรัสว่าเทวทูตมี 3 จำพวก ได้แก่[2]
เมื่อรวม "บรรพชิต" ด้วย เรียกว่า นิมิต 4[3] พระพุทธเจ้าตรัสว่าเพราะได้ทอดพระเนตรนิมิตทั้ง 4 นี้ จึงตัดสินพระทัยออกผนวชในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ใน "เทวทูตสูตร" พระพุทธเจ้ายังตรัสถึงเทวทูต 5 ซึ่งหมายถึงทูตของพระยม ได้แก่
พระยมจะสอบถามสัตว์นรกว่าเคยพบเห็นเทวทูตเหล่านี้หรือไม่ เพื่อให้สัตว์นรกนั้นได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเคยทำมา หากสัตว์นรกจำได้ก็จะพ้นจากนรก หากจำไม่ได้ยมบาลก็จะนำตัวสัตว์นรกนั้นไปลงโทษตามบาปกรรมที่ได้ทำมา[4]
เรื่องราวตำนานว่าด้วยการพบเห็นเทวทูตทั้งสี่
[แก้]ปูมหลัง
[แก้]พระสิทธัตถะกุมาร (สันสกฤตว่า สิทฺธารฺถ) ทรงมีกำเนิดเป็นกษัตริยวรรณในตระกูลศากยะ ประสูติที่สวน ลุมพินี ใกล้เมืองกบิลพัสดุ์ใน ประเทศเนปาล พระบิดาเป็นกษัตริย์ตระกูลศากยะ หลังจากประสูติแล้ว พระเจ้า พระเจ้าสุทโธทนะ ทรงให้หา พราหมณ์ แปดรูปมาพยากรณ์ชะตาอนาคตของพระโอรส พราหมณ์เจ็ดรูปพยากรณ์ว่า พระโอรสอาจเป็นพระพุทธเจ้าหรือเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เว้นแต่พราหมณ์ โกณฑัญญะ ผู้มั่นใจว่าพระองค์จะสละทางโลกและจะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า [5]
พระเจ้าสุทโธทนะ ตั้งใจแน่วแน่ให้พระโอรสกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ได้กักพระสิทธัตถกุมารไว้ในพระราชวังและอำนวยความสุขสบายและความหรูหราทางโลกแก่พระกุมาร เพื่อปกปิดสัจธรรมของชีวิตที่อาจเร้าให้พระโอรสละทิ้งความสุขสบายทางโลกและไปบวชเป็น นักพรต [6]
ทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้งสี่
[แก้]
หลังจากใช้ชีวิตในที่กักอันรื่นรมย์หรูหราเมื่อทรงพระเยาว์ เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกจากพระราชวังเป็นครั้งแรกเมื่อพระชนมายุได้ 29 พรรษา [6] [7] พระสิทธัตถะเสด็จทรงราชรถออกจากพระราชวังไปสู่ตัวเมือง มีสารถีชื่อ ฉันนะ (สันสกฤต: ฉันทกะ) โดยเสด็จด้วย [8]
เรื่องที่ละเอียดกว่า เช่น คัมภีร์มหายานชื่อ ลลิตวิสฺตร แรกแต่งเป็น ภาษาสันสกฤต เอาเก่าแก่ถึงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 3 ระบุว่า เรื่องเทวทูตทั้งสี่ เป็นมาโดยที่เทพเทวดาเนรมิตประดิษฐ์ไว้ตามทางที่พระสิทธัตถะผ่านไป เพื่อเร้าความคิดของพระองค์ให้เกิดสังเวชแก่สงสารทุกข์ ภาพสลักนูนต่ำสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ที่บุโรพุทโธ เป็นเรื่องราวตามคัมภีร์นี้
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2556. 1,544 หน้า. ISBN 978-616-7073-56-9, หน้า 582
- ↑ ทูตสูตร, พระไตรปิฎก เล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 12 อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
- ↑ โคตมพุทธวงศ์ที่ ๒๕, พระไตรปิฎก เล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 25 ขุททกนิกาย อปทาน ภาค 2 พุทธวังสะ
- ↑ เทวทูตสูตร, พระไตรปิฎก เล่มที่ 14 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 6 มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
- ↑ Keown, Damien; Hodge, Stephen; Tinti, Paola (2003). A Dictionary of Buddhism. Oxford University Press. น. 15. ISBN 0-19-860560-9.
- 1 2 "A Young People's Life of the Buddha by Bhikkhu Silacara". AccessToInsight. สืบค้นเมื่อ 2014-07-18. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "silacara" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - ↑ McFaul, Thomas R. (2006). The future of peace and justice in the global village. Greenwood Publishing Group. น. 30, 31. ISBN 0-275-99313-2.
- ↑ Trainor, Kevin (2004). Buddhism. Oxford University Press. ISBN 0-19-517398-8.