เดอะวอลล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เดอะวอลล์
เดอะวอลล์.jpg
สตูดิโออัลบั้ม โดย พิงก์ ฟลอยด์
วางตลาด30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1979
บันทึกเสียงธันวาคม ค.ศ. 1978 - พฤศจิกายน ค.ศ. 1979 ที่สตูดิโอ
แนวเพลง
ความยาว80:54
ค่ายเพลง
  • ฮาเวสต์/อีเอ็มไอ
  • โคลัมเบีย
ลำดับอัลบั้มของ พิงก์ ฟลอยด์
แอนิมัลส์
(1977)
เดอะวอลล์
(1979)
อะคอลเลคชันออฟเกรตแดนซ์ซองส์
(1981)

เดอะวอลล์ (อังกฤษ: The Wall) เป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 11 ของวงโพรเกรสซิฟร็อกจากประเทศอังกฤษ พิงก์ ฟลอยด์ และนับเป็นสตูดิโออัลบั้มสุดท้ายที่รวมสมาชิกดั้งเดิมของวง ได้แก่ เดวิด กิลมอร์ (มือกีตาร์), โรเจอร์ วอเทอรส์ (มือกีตาร์/ร้องนำ), ริชาร์ท ไรท์ (มือคีย์บอร์ด) และนิค เมสัน (มือกลอง) ก่อนที่ไรท์จะออกจากวง อัลบั้มได้รับการเปิดตัวในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1979 จนภายหลังการทัวร์ "The Wall Tour" (1980–81) ได้ออกภาพยนตร์กึ่งมิวสิกวีดิโอในปี ค.ศ. 1982 ในชื่อ "Pink Floyd – The Wall" ในซิงเกิล Another Brick in the Wall, Part 2 ซึ่งครองอันดับ 1 บนชาร์ทต่าง ๆ เพียงซิงเกิลเดียวในอัลบั้ม

เช่นเดียวกับ 3 อัลบั้มก่อนหน้าของพิงก์ ฟลอยต์ ที่เน้นแต่งปรัชญากับเนื้อเพลง เดอะวอลล์ ได้นำเสนอคอนเซปต์ในธีมของความโดดเดี่ยว และการถูกทิ้ง ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวอันข่มขื่นของ ซิด บาร์เร็ตต์ อดีตสมาชิกวง ที่ได้สูญเสียพ่อในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาถูกต่อต้านจากครูในโรงเรียน ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่แม่เข้มงวด และการแต่งงานที่ล้มเหลว จากทั้งหมดนี้เองได้เปลี่ยนแปลงเขาเป็นคนโดดเดี่ยวในสังคม จึงได้นำมาเปรียบในมุมมองของผนังกำแพง โดยวอร์เทอรส์ในฐานะหัวหน้าวงได้คิดขึ้นระหว่างทัวร์ "In the Flesh Tour" ปี ค.ศ. 1977 จากจินตนาการภาพที่เห็นผู้ฟังกับเขาบนเวทีว่าเป็นดั่งกำแพง อัลบั้มยังนับว่าได้นำเสนอเนื้อหาที่รุนแรงขึ้นกว่าอัลบั้มก่อนหน้านี้มาก ไรท์ได้ออกจากวงในระหว่างบันทึกเสียง แต่ก็ยังคงร่วมเล่นให้กับวงเป็นครั้งคราวในทัวร์ "The Wall Tour" หน้าปกอัลบั้ม เดอะวอลล์ นับว่าเป็นหนึ่งในแบบหน้าปกมีความเรียบง่ายที่สุดของวง ด้วยการแสดงเพียงลายเส้นกำแพงอิฐสีขาว และไม่มีตัวหนังสือใด ๆ เลย

อัลบั้มได้ถูกนำไปใช้ในวงการต่อต้านเป็นวงกว้างโดยเฉพาะการศึกษา ในปี ค.ศ. 1980 ประเทศแอฟริกาใต้ ได้ทำการแบนเพลง Another Brick in the Wall ที่นักศึกษาได้นำเพลงมาปรับใช้ในการออกมาประท้วงด้านความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติในโรงเรียนภายใต้ระบอบการแบ่งแยกสีผิว[4][5]

อัลบั้ม ประสบผลสำเร็จในยอดขายด้วยการเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ขายดีที่สุดใน ปี ค.ศ. 1980 และในปี ค.ศ. 1999 ก็สามารถจำหน่ายไปแล้วกว่า 23 ล้านการยืนยันจากสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของสหรัฐ (RIAA) หรือคิดเป็นกว่า 15 ล้านชุด ทำให้เป็นอัลบั้มที่ได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ในสหรัฐ นิตยสารโรลลิงสโตน ได้จัดอันดับ เดอะวอลล์ ไว้ที่ 87 บนหัวข้อ "500 อัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล"

คอนเซปต์และเรื่องราว[แก้]

เดอะวอลล์เป็นแนวร็อกโอเปรา[6] ที่นำเสนอการถูกละทิ้งและความโดดเดี่ยว ผ่านกำแพง ในเพลงได้ถ่ายทอดเนื้อเรื่องของตัวละครเอก คือ "พิงก์" (Pink) ซึ่งมีความหมายถึง ซิด บาร์เร็ตต์[7] และเช่นเดียวกับวอร์เทอรส์เอง ที่พ่อของพวกเขาเสียชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2[8] "พิงก์" จึงอยู่ในครอบครัวที่มีแม่เป็นเสาหลัก ซึ่งแม่ของเขาก็เป็นคนที่เข้มงวด เจ้าระเบียบ แต่ในเพลง "Mother" กลับสื่อออกมาในเชิงชื่นชมว่า แม่ของเขาต่างหากที่ช่วยพิงก์ในการสร้างกำแพงเพื่อปกป้องเขาจากโลกภายนอกนี้ จากประโยคที่ว่า "Of course Momma's gonna help build the wall," โดยได้เน้นว่าแม่จะอยู่เคียงข้างเขาจนกว่าเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ และเมื่อเขาโตขึ้นก็กังวลที่จะเอาความรักไปให้กับหญิงอื่น

เมื่อเขาไปโรงเรียนก็ถูกรังแกกดขี่ข่มเหง จากคุณครู ความชอกช้ำนี้เองที่ทำให้ตอกย้ำว่า "เป็นกลุ่มก้อนอิฐในกำแพง" (Bricks in the wall) เช่นเดียวกับในเพลง "Another Brick in the Wall Part II" ที่ได้สื่ออย่างชัดเจนว่า เขาต้องการประท้วงความเข้มงวดและความเจ้าระเบียบของโรงเรียนลง รวมถึงต้องการเสรีภาพ เมื่อพิงก์ เติบโตขึ้นได้กลายเป็นร็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียง เขาก็พบกับการนอกใจ ที่ทำให้การแต่งงานเขายุติลง จนเขาติดยา และระเบิดความรุนแรงที่สะสมมาเนิ่นนานในตัวของเขา ในที่สุดเขาก็สร้างกำแพงสำเร็จ เป็นการสิ้นสุดความโดดเดี่ยวของเขาจากการติดต่อกับโลกมนุษย์[9]

จากนั้นพิงก์ได้พบว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้า จึงได้ไปปรึกษาแพทย์ไห้ช่วยรักษาอาการของเขา แต่ปรากฎว่าการรักษาครั้งนี้มีผลข้างเคียงจนทำให้พิงก์เชื่อว่าตนเองเป็นเผด็จการฟาสซิสต์ที่กำลังทำการแสดงอยู่ในคอนเสิร์ตธีมนีโอนาซี เมื่อเขาได้ฟื้นคืนสติมา เขากลับตกอยู่ในห้วงความคิด ที่เขากำลังถูกไต่สวนจากศาลในสิ่งที่เขาทำลงไป และเขาได้ถูกพิพากษาจากศาล (หรือคือความคิดของเขา) ให้ "ทลายกำแแพงลงเสีย" จนทำให้พิงก์กลับเข้าสู่ความจริงอีกครั้ง[10]

เช่นเดียวกับอัลบั้มอื่น ๆ ของวง ยังคงมีการรำลึกถึงซิด บาร์เร็ตต์อยู่หลายครั้งในอัลบั้ม อาทิเช่นในเพลง "Nobody Home" และเพลง "Comfortbly Numb"[11]

รายชื่อเพลง[แก้]

เพลงแต่งโดยโรเจอร์ วอร์เทอรส์ เป็นหลัก

แผ่นที่หนึ่ง
ลำดับ ชื่อเพลงผู้แต่งร้องนำ ยาว
1. "In the Flesh?"   วอร์เทอรส์ 3:16
2. "The Thin Ice"   กิลมอร์, วอร์เทอรส์ 2:27
3. "Another Brick in the Wall"   วอร์เทอรส์ 3:21
4. "The Happiest Days of Our Lives"   วอร์เทอรส์ 1:46
5. "Another Brick in the Wall"   กิลมอร์, วอร์เทอรส์ 3:59
6. "Mother"   กิลมอร์, วอร์เทอรส์ 5:32
ความยาวทั้งหมด:
20:21
แผ่นที่สอง
ลำดับ ชื่อเพลงผู้แต่งร้องนำ ยาว
1. "Goodbye Blue Sky"   กิลมอร์ 2:45
2. "Empty Spaces"   วอร์เทอรส์ 2:10
3. "Young Lust"  วอร์เทอรส์, กิลมอร์กิลมอร์ 3:25
4. "One of My Turns"   วอร์เทอรส์ 3:41
5. "Don't Leave Me Now"   วอร์เทอรส์ 4:08
6. "Another Brick in the Wall (Part III)"   วอร์เทอรส์ 1:48
7. "Goodbye Cruel World"   วอร์เทอรส์ 0:48
ความยาวทั้งหมด:
18:45
แผ่นที่สาม
ลำดับ ชื่อเพลงผู้แต่งร้องนำ ยาว
1. "Hey You"   กิลมอร์, วอร์เทอรส์ 4:40
2. "Is There Anybody Out There?"   วอร์เทอรส์ 2:44
3. "Nobody Home"   วอร์เทอรส์ 3:26
4. "Vera"   วอร์เทอรส์ 1:35
5. "Bring the Boys Back Home"   วอร์เทอรส์ 1:21
6. "Comfortably Numb"  กิลมอร์, วอร์เทอรส์วอร์เทอรส์, กิลมอร์ 6:23
ความยาวทั้งหมด:
20:09
แผ่นที่สี่
ลำดับ ชื่อเพลงผู้แต่งร้องนำ ยาว
1. "The Show Must Go On"   กิลมอร์ 1:36
2. "In the Flesh"   วอร์เทอรส์ 4:15
3. "Run Like Hell"  กิลมอร์, วอร์เทอรส์วอร์เทอรส์, กิลมอร์ 4:20
4. "Waiting for the Worms"   วอร์เทอรส์, กิลมอร์ 4:04
5. "Stop"   วอร์เทอรส์ 0:30
6. "The Trial"  วอร์เทอรส์, เอซรินวอร์เทอรส์ 5:13
7. "Outside the Wall"   วอร์เทอรส์ 1:41
ความยาวทั้งหมด:
21:39

ชาร์ท[แก้]

อัลบั้ม
ชาร์ท (1979–80) อันดับ
Australia (Kent Music Report)[12] 1
Austrian Albums (Ö3 Austria)[13] 1
Canada Top Albums/CDs (RPM)[14] 1
Dutch Albums (MegaCharts)[15] 1
German Albums (Offizielle Top 100)[16] 1
New Zealand Albums (RMNZ)[17] 1
Norwegian Albums (VG-lista)[18] 1
Swedish Albums (Sverigetopplistan)[19] 1
UK Albums (OCC)[20] 3
US Billboard 200[21] 1
ชาร์ท(1990) อันดับ
Dutch Albums (MegaCharts)[22] 19
ชาร์ท (2005–06) อันดับ
Austrian Albums (Ö3 Austria)[23] 11
Belgian Albums (Ultratop Flanders)[24] 85
Belgian Albums (Ultratop Wallonia)[25] 81
Danish Albums (Hitlisten)[26] 19
Finnish Albums (Suomen virallinen lista)[27] 21
Italian Albums (FIMI)[28] 13
Spanish Albums (PROMUSICAE)[29] 9
Swiss Albums (Schweizer Hitparade)[30] 29
ชาร์ท (2011–12) อันดับ
Australian Albums (ARIA)[31] 20
Austrian Albums (Ö3 Austria)[32] 15
Belgian Albums (Ultratop Flanders)[33] 44
Belgian Albums (Ultratop Wallonia)[34] 20
Czech Albums (ČNS IFPI)[35] 7
Danish Albums (Hitlisten)[36] 10
Dutch Albums (MegaCharts)[37] 15
Finnish Albums (Suomen virallinen lista)[38] 17
French Albums (SNEP)[39] 12
German Albums (Offizielle Top 100)[16] 4
Irish Albums (IRMA)[40] 38
Italian Albums (FIMI)[41] 4
New Zealand Albums (RMNZ)[42] 14
Norwegian Albums (VG-lista)[43] 10
Polish Albums (ZPAV)[44] 11
Portuguese Albums (AFP)[45] 10
Spanish Albums (PROMUSICAE)[46] 15
Swedish Albums (Sverigetopplistan)[47] 13
Swiss Albums (Schweizer Hitparade)[48] 8
UK Albums (OCC)[49] 22
US Billboard 200[50] 17

อ้างอิง[แก้]

  1. Murphy, Sean (17 November 2015). "The 25 Best Classic Progressive Rock Albums". PopMatters. สืบค้นเมื่อ 7 June 2016.
  2. Breithaupt, Don; Breithaupt, Jeff (2000), Night Moves: Pop Music in the Late '70s, St. Martin's Press, p. 71, ISBN 978-0-312-19821-3
  3. Brown, Jake (2011). Jane's Addiction: In the Studio. SCB Distributors. p. 9. ISBN 978-0-9834716-2-2.
  4. "Counting out time Pink Floyd the wall – song was banned in South Africa in 1980". Dprp.net. 30 November 1979. Archived from the original on 6 June 2011. สืบค้นเมื่อ 11 May 2011.
  5. (UPI) "South Africa Bans Floyd's 'The Wall'" The New York Times 15 July 1980: C6
  6. "Rock Milestones: Pink Floyd – The Wall", The New York Times, สืบค้นเมื่อ 30 May 2010; Pink Floyd's Roger Waters Announces The Wall Tour, MTV, สืบค้นเมื่อ 30 May 2010; Top 14 Greatest Rock Operas/Concept Albums Of All Time, ign.com, สืบค้นเมื่อ 30 May 2010
  7. Schaffner 1991, pp. 225–226
  8. Scarfe 2010, p. 57
  9. Schaffner 1991, pp. 210–211
  10. Fitch & Mahon 2006, pp. 71, 113
  11. Blake 2008, p. 274
  12. Kent, David (1993). Australian Chart Book 1970–1992 (Illustrated ed.). St. Ives, N.S.W.: Australian Chart Book. p. 233. ISBN 0-646-11917-6.
  13. "Austriancharts.at – Pink Floyd – The Wall" (in German). Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  14. "Top RPM Albums: Issue 9481a." RPM. Library and Archives Canada. Retrieved 9 June 2016.
  15. "Dutchcharts.nl – Pink Floyd – The Wall" (in Dutch). Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  16. 16.0 16.1 "Offiziellecharts.de – Pink Floyd – The Wall" (in German). GfK Entertainment. Retrieved 9 June 2016.
  17. "New Zealand charts portal (23/12/1979)". charts.org.nz. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  18. "Norwegian charts portal (50/1979)". norwegiancharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  19. "Swedish charts portal (14/12/1979)". swedishcharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  20. "Pink Floyd | Artist | Official Charts". UK Albums Chart Retrieved 11 June 2016.
  21. "Pink Floyd – Chart history" Billboard 200 for Pink Floyd. Retrieved 11 June 2016.
  22. "Dutchcharts.nl – Pink Floyd – The Wall" (in Dutch). Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  23. "Austriancharts.at – Pink Floyd – The Wall" (in German). Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  24. "Ultratop.be – Pink Floyd – The Wall" (in Dutch). Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  25. "Ultratop.be – Pink Floyd – The Wall" (in French). Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  26. "Danishcharts.com – Pink Floyd – The Wall". Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  27. "Pink Floyd: The Wall" (in Finnish). Musiikkituottajat – IFPI Finland. Retrieved 22 June 2016.
  28. "Italiancharts.com – Pink Floyd – The Wall". Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  29. "Spanishcharts.com – Pink Floyd – The Wall". Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  30. "Swisscharts.com – Pink Floyd – The Wall". Hung Medien. Retrieved 22 June 2016.
  31. "Australiancharts.com – Pink Floyd – The Wall". Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  32. "Austriancharts.at – Pink Floyd – The Wall" (in German). Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  33. "Ultratop.be – Pink Floyd – The Wall" (in Dutch). Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  34. "Ultratop.be – Pink Floyd – The Wall" (in French). Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  35. "Czech Albums – Top 100". ČNS IFPI. Note: On the chart page, select 201209 on the field besides the word "Zobrazit", and then click over the word to retrieve the correct chart data. Retrieved 17 June 2016.
  36. "Danish charts portal (09/03/2012)". danishcharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  37. "Dutchcharts.nl – Pink Floyd – The Wall" (in Dutch). Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  38. "Finnish charts portal (10/2012)". finnishcharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  39. "Les charts francais (03/03/2012)". lescharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  40. "GFK Chart-Track Albums: Week 9, 2012". Chart-Track. IRMA. Retrieved 22 June 2016.
  41. "Italian charts portal (08/03/2012)". italiancharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  42. "New Zealand charts portal (05/03/2012)". charts.org.nz. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  43. "Norwegian charts portal (10/2012)". norwegiancharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  44. "Oficjalna lista sprzedaży :: OLIS - Official Retail Sales Chart". OLiS. Polish Society of the Phonographic Industry. Retrieved 22 June 2016.
  45. "Portuguese charts portal (10/2012)". portuguesecharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  46. "Spanish charts portal (04/03/2012)". spanishcharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  47. "Swedish charts portal (02/03/2012)". swedishcharts.com. สืบค้นเมื่อ 9 June 2016.
  48. "Swisscharts.com – Pink Floyd – The Wall". Hung Medien. Retrieved 9 June 2016.
  49. "Pink Floyd | Artist | Official Charts". UK Albums Chart Retrieved 11 June 2016.
  50. "Pink Floyd – Chart history" Billboard 200 for Pink Floyd. Retrieved 11 June 2016.