เดวิด ดีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เดวิด แบร์รี่ ชาร์ลส์ ดีน เป็นอดีตรองประธานสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลและอดีตรองประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ นอกจากนั้นยังเคยเป็นประธานของกลุ่มจี-14ในช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2006 ถึงพฤษภาคม ค.ศ. 2007อีกด้วย ดีนเกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1943 ในเดือนสิงหาคม ปี 2007 นั้นเขาได้ขายหุ้นของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลให้กับบริษัทธุรกิจเรดแอนด์ไวท์ที่ตั้งอยู่ในลอนดอนจนกลายเป็นข่าวโด่งดังว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร

ผลงานที่อาร์เซนอล[แก้]

เดวิด ดีน เป็นหนึ่งในผู้บริหารของ สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล ในปี ค.ศ. 1983 ถึง ค.ศ. 2007 เขาได้ก้าวเข้ามาเป็นชุดบริหารของ อาร์เซนอล นี้ เมื่อเขาซื้อหุ้น 16.6% ของสโมสร เป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท (ภายหลังได้ขายส่วนแบ่งให้กับผู้ร่วมบริหารแดนนี่ ฟิซแมน) แม้การซื้อนี้จะก่อให้เกิดความยุ่งยากด้านการเงินเมื่อเทียบกับประสบการณ์ด้านนี้ของเขาในสมัยนั้น;[1] แต่ในปีต่อมา เขาได้รับหน้าที่เป็นถึงรองประธานสโมสร โดยดูแลความเคลื่อนไหวต่างๆในวงการฟุตบอลของสโมสร และมีบทบาทในการเจรจาซื้อขายนักเตะรวมไปถึงการปรับค่าเหนื่อยนักเตะในทีม เดวิด ดีน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก้าวเข้ามารับตำแหน่งของบุคคลไร้ชื่อเสียงในสมัยนั้นอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นผู้จัดการทีมในปี 1996 จนกระทั่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย เอฟเอคัพ 4 สมัยภายใต้การคุมทีมของเวนเกอร์ คนนี้ และนอกจากนั้น ยังช่วยสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่อีกด้วย[2]

เดวิด ดีน ยังช่วยให้ อาร์เซนอล เป็นหนึ่งในกลุ่ม จี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรป ในปี 2002 และเคยเข้ารับตำแหน่งประธานกลุ่ม จี-14.[3] นี้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2006 อีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นประธานของสโมสรฟุตบอลหญิง อาร์เซนอล อันเป็นสโมสรฟุตบอลหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษ

วันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 2007 สโมสร อาร์เซนอล ได้เปิดเผยว่า เดวิด ดีน ได้ลาออกจากเก้าอี้รองประธานสโมสรอย่างกะทันหัน หลังจากภาวะ irreconcilable differences หรือความขัดแย้งในสโมสรระหว่างตัวเขาเองและบอร์ดบริหารคนอื่น กล่าวกันว่า เดวิด ดีน ต้องการส่งเสริมการเข้าเทคโอเวอร์ของ สแตน โครเอนเค นักธุรกิจใหญ่ชาวอเมริกัน แต่บอร์ดบริหารคนอื่นได้เซ็นสัญญากันไว้แล้วว่าจะไม่ยอมขายหุ้นของพวกเขาเป็นระยะเวลา 1 ปีและประกาศว่าจะเก็บหุ้นของพวกเขาเองไว้จนกว่าสัญญานี้จะหมดอายุ ทำให้ เดวิด ดีน ตัดสินใจลาออกจากสโมสร.[4] และผู้ที่ก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานกลุ่ม จี-14 นี้คือ Jean-Michel Aulas ประธานสโมสรฟุตบอลโอลิมปิก ลียงในเดือนถัดมา[5]

ปัจจุบัน (เมษายน 2007) เขาเป็นผู้ถือหุ้น 9,072 หุ้น (คิดเป็น 14.6%) ในสโมสร ถือเป็นหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของสโมสรเลยทีเดียว

ผลงานที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ[แก้]

นอกจากนี้ ในปี 1986 เดวิด ดีน ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกของอังกฤษ และจากนั้น ได้ก้าวเข้ามาเป็นคณะกรรมการสภาสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เดวิด ดีน เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการจัดตั้งเอฟเอ พรีเมียร์ลีก ในปี 1992 และรับตำแหน่งรองประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ของอังกฤษในปี 2000 จนกระทั่งพ้นตำแหน่งในปี 2004 เมื่อครบวาระ จากนั้นได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ รวมไปถึงตัวแทนของเอฟเอ พรีเมียร์ลีก อีกด้วย

เดวิด ดีน เป็นกุญแจสำคัญในการดึง สเวน โกรัน อิริกสัน เป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในปี 2001 จนถึง 2006 โดยเป็นหนึ่งในสี่ตัวแทนของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (รายอื่นได้แก่ Brian Barwick, Noel White และ Dave Richards) ในการค้นหาผู้ที่รับตำแหน่งต่อจากอิริกสัน จนในที่สุด FA ได้เลือก สตีฟ แมกคาเรน เป็นผู้ที่ก้าวเข้ามารับตำแหน่งต่อจากอิริกสัน

เดวิด ดีน ได้ออกจากชุดบริหารของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ โดยมี เดวิด กิล นักบริหารระดับสูงของ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก้าวเข้ามาแทนที่ในวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 2006

ปัจจุบัน เขายังเป็นหนึ่งในตัวแทนของเอฟเอ พรีเมียร์ลีก ในคณะกรรมการของยูฟ่าในเรื่องการแข่งขันระหว่างสโมสร และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาสมาคมฟุตบอลอังกฤษ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]