เชน วอร์ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เชน วอร์ด
Shayne ward.jpg
วอร์ดที่ประเทศฮ่องกงในเดือนกันยายน ค.ศ. 2006
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง เชน โทมัส วอร์ด
เกิด 16 ตุลาคม ค.ศ. 1984 (31 ปี)
เทมไซด์, เกรตเตอร์แมนเชสเตอร์, อังกฤษ
แนวเพลง
อาชีพ นักร้อง
ช่วงปี 2005–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง โซนี บีเอ็มจี
เว็บไซต์ shayne-ward.com

เชน วอร์ด (อังกฤษ: Shayne Ward; เกิด 15 ตุลาคม ค.ศ. 1984)[1] เป็นนักร้องและนักแสดงชาวอังกฤษ ผู้ชนะเลิศจากการประกวดแสดงความสามารถ ในรายการดิเอกซ์แฟกเตอร์ เปิดตัวครั้งแรกในซิงเกิล "แดตส์มายโกล" ออกขายในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2005 และกลายเป็นเพลงอันดับ 1 ในช่วงวันหยุดคริสต์มาส 2005[2] กับยอดขาย 313,000 ก๊อปปี้ในวันแรกที่ออกวางขาย กลายเป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดอันดับ 3 รองจาก "แคนเดิลอินเดอะวินด์" ของเอลตัน จอห์น และ "เอเวอร์กรีน" ของวิล ยัง ซึ่งขายได้ 685,000 และ 400,000 ก๊อปปี้ ตามลำดับ[3]

ประวัติ[แก้]

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

เชน วอร์ด เกิดมาในครอบครัวเชื้อสายไอริชขนาดใหญ่ บิดาชื่อมาร์ติน วอร์ด และมารดาชื่อฟิโลมีนา วอร์ด[4] เขามีพี่สาวฝาแฝดชื่อเอ็มม่า และมีพี่น้อง 5 คน คือ มาร์ค มาร์ติน ไมเคิล ลิซ่า และลีโอนา[5] จนอายุได้ 10 ขวบ พ่อแม่ของเขาแยกทางกัน เขาอยู่กับแม่และพี่น้อง และก่อนหน้าที่เขาจะเป็นผู้ชนะรายการดิเอกซ์แฟกเตอร์ เขาเคยมีวงดนตรีชื่อ เดอะเดสทินี่ (The Destiny) กับเพื่อนสมาชิกสองสาวคือ เทรซี่ เมอร์ฟี่ (Tracy Murphy) และ เทรซีย์ ไลล์ (Tracey Lyle) พวกเขาตระเวนเล่นตามผับและงานแต่งงาน เล่นเพลงคัฟเว่อร์ของวงควีน ไปจนถึงเอ็มมา บันตัน และกว่าที่พวกเขาจะได้ค่าเหนื่อยประมาณ 50 ปอนด์ เดอะเดสทินี่ ต้องโชว์ที่ยาว 45 นาที ถึง 2 โชว์ด้วย[6] ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 วอร์ดเริ่มต้นความความสัมพันธ์กับ เฟย์ แม็กคีเวอร์[7] ซึ่งทั้งคู่ได้หมั้นในวันครบรอบเก้าปีของพวกเขาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2012[8] เขายังเป็นญาติของนักร้องและนักวิ่ง ไมค์ วอร์ด ผู้เข้ารอบสุดท้ายของเดอะวอยซ์สหราชอาณาจักร

อาชีพ[แก้]

2005: ดิเอกซ์แฟกเตอร์[แก้]

ในระหว่างการแข่งขันดิเอกซ์แฟกเตอร์ วอร์ดได้รับการสั่งสอนจากนักปั้นศิลปินคนดัง หลุยส์ วอลช์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผู้จัดการของเขา วอร์ดสามารถเอาชนะคู่ดูโอ เจอร์นี่ เซาท์ และ แอนดี อับราฮัม ได้ในรอบตัดสินและขึ้นเป็นผู้ชนะในรายการดิเอกซ์แฟกเตอร์ 2005[9] เขาชนะด้วยคะแนนโหวตจากทางบ้านที่มากถึง 10.8 ล้านโหวต (ในขณะที่จากผลสำรวจมีคนดูรายการนี้ทางช่อง ITV2 เพียง 9.2 ล้านคน แสดงว่ามีคนดูที่โหวตมากกว่าหนึ่งครั้ง)

2006–07:เริ่มอาชีพงานดนตรี[แก้]

เชน วอร์ด ขณะรับรางวัลเวอร์จิน ปี 2007 ในประเทศไทย

ทันทีหลังจากเป็นผู้ชนะในดิเอกซ์แฟกเตอร์ วอร์ดออกซิงเกิลแรกกับสังกัดไซโคมิวสิก "แดตส์มายโกล" ออกขายในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2005 ในสัปดาห์แรกมียอดขาย 742,000 ชุด ซึ่งในวันแรกมียอดขาย 313,000 ก๊อปปี้ และกลายเป็นเพลงอันดับ 1 ในช่วงวันหยุดคริสต์มาส ปี ค.ศ. 2005 ซิงเกิลนี้ขึ้นอันดับ 1 กว่า 4 สัปดาห์และติดอันดับ 75 เพลงยอดนิยม เป็นเวลากว่า 21 สัปดาห์ มันกลายเป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดอันดับ 3 รองจาก "แคนเดิลอินเดอะวินด์" ของเอลตัน จอห์น และ "เอเวอร์กรีน" ของวิล ยัง ซึ่งขายได้ 685,000 และ 400,000 ก๊อปปี้ ตามลำดับ[3] และเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2550 มียอดขาย 1.3 ล้านชุดในสหราชอาณาจักร[10] วอร์ดยังได้รับรางวัลอิวอร์โนเวลอวอร์ด ในสาขาซิงเกิลเดี่ยวมียอดขายยอดเยี่ยม "โนพรอมิสเซส" คือซิงเกิลที่ 2 ออกจำหน่ายวันที่ 10 เดือนเมษายน ค.ศ. 2006 สามารถขึ้นถึงอันดับ 2 ในชาร์ตซิงเกิลแห่งสหราชอาณาจักร

วอร์ดบันทึกเสียงอัลบั้มแรกคือ เชนวอร์ด ออกขายในหนึ่งสัปดาห์ถัดมา และขายได้มากถึง 95,000 ก๊อปปี้ในสองวันแรก ในสัปดาห์แรกขายได้ถึง 2 แสนก๊อปปี้กลายเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ของชาร์ทสัปดาห์นั้น และตกลงมาในอันดับ 2 ในสัปดาห์ต่อมา อัลบั้มชุดนี้บันทึกเสียงที่เมืองสต็อคโฮล์ม โคเปนเฮเกน และ ลอนดอน โดยมีโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงรายหลายที่ร่วมงานในงานชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ แมก (Steve Mac), เพอร์ แอนด์ เดวิด (Per & David), คัทฟาเธอร์ แอนด์ โจย์ (Cutfather & Joe) และ ควิซ/ลารอซซิ(Quiz/Larossi) นอกจากเพลงที่แต่งขึ้นใหม่แล้ว อัลบั้มนี้ยังมีเพลงรักบัลลาดอีกด้วย

เชน ได้เซ็นสัญญากับแบรนด์ คาลวิน ไคลน์ (Calvin Klein) เพื่อเป็นแบบให้เสื้อผ้าคอลเลคชั่น autumn/winter ปีนี้ ด้วยสัญญาที่มีมูลค่าสูงมากกว่า 5 แสนปอนด์ หรือ 35 ล้านบาท ส่วนอัลบั้มของเขานั้นขายไปได้มากกว่า 3 ล้านก๊อปปี้

ผลงานชุดที่ 2 ใช้ชื่อว่า ‘Breathless’ มีซิงเกิลแรกในสหราชอาณาจักรอย่าง "If That's OK with You" เป็นดับเบิลเอไซด์ซิงเกิลกับเพลง "No U Hang Up" ติดชาร์ทอันดับ 2 ในอังกฤษ

ผลงาน[แก้]

อัลบั้ม[แก้]

ซิงเกิล[แก้]

ปี เพลง อันดับเพลงบนชาร์ทซิงเกิล(อังกฤษ) อัลบั้ม
2005 "That's My Goal" #1 "Shayne Ward"
2006 "No Promises" #2 "Shayne Ward"
2006 "Stand By Me" #14 "Shayne Ward"
2007 "No U Hang Up/If That's OK with You" #2 "Breathless"
2007 "Breathless" #6 "Breathless"

ทัวร์คอนเสิร์ต[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Shayne Ward Official Site – Design a Shayne Birthday Card
  2. The Virgin Book of British Hit Singles Volume 2"
  3. 3.0 3.1 "Military Wives enter the Official Christmas Number 1 race in pole position". Official Charts Company. 6 March 2014. สืบค้นเมื่อ 20 December 2011. 
  4. Carroll, Sue (7 July 2006). "SHAYNE WARD EXCLUSIVE". Daily Mirror. UK: Trinity Mirror. สืบค้นเมื่อ 30 April 2010. 
  5. Chua, Dennis (5 October 2008). "The Red Devil in Shayne". New Strait Times. สืบค้นเมื่อ 19 October 2008. [ลิงก์เสีย]
  6. BBC Wiltshire – Shayne Ward is Coming to Town
  7. Levine, Nick (31 July 2007). "EXCLUSIVE: Shayne Ward's girlfriend 'furious' over phone bill". Digital Spy. สืบค้นเมื่อ 9 March 2010. 
  8. Manning, Jenny (27 September 2012). "Shayne Ward gets engaged to girlfriend Faye McKeever". The Sun. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. 
  9. "Shayne Ward wins X Factor". RTÉ Entertainment. 16 December 2005. สืบค้นเมื่อ 30 April 2010. 
  10. "EG 2008: SHAYNE WARD". Evening Post. สืบค้นเมื่อ 2007-12-30. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]