เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่

พระนาม เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่
ฐานันดรศักดิ์ เจ้า
ราชวงศ์ ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์
ข้อมูลส่วนพระองค์
ราชสมภพ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2461
พิราลัย 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 (91 ปี)
พระบิดา เจ้าราชภาติกวงศ์ (หนานคำตัน)
พระมารดา เจ้าอินหวัน
พระมเหสี นางภัทรา ณ เชียงใหม่

เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่ (9 ธันวาคม พ.ศ. 2461 - 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553) เจ้านายฝ่ายเหนือ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่[1] และอดีตประธานรุ่นปรินส์รอยส์แยลวิทยาลัย 2478[2]

ประวัติ[แก้]

เจ้ากุลวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2461 เป็นบุตรของเจ้าราชภาติกวงศ์ (หนานคำตัน) กับเจ้าอินหวัน มีพี่น้อง 2 คน เข้าศึกษาที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ต่อมาได้ศึกษาจนสำเร็จปริญญาทางด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้ประกอบอาชีพทนายความ รวมทั้งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายพิรุณ อินทราวุธ อดีต ส.ส.เชียงใหม่[1]

เจ้ากุลวงศ์ สมรสกับนางภัทรา ณ เชียงใหม่[3] มีบุตรธิดา 3 คน คือ ภัทรกุล, ตระกูลวัฒนาและ กุลกันยา เจ้ากุลวงศ์ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การทำงาน[แก้]

เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่ ประกอบอาชีพทนายความ และมีรายได้เสริมจากการทำห้องแถวให้เช่าบริเวณหน้าตลาดเอื้องคำ ต่อมาได้เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ในระหว่างปี พ.ศ. 2496 ถึงปี พ.ศ. 2501

เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่ เป็นเจ้านายฝ่ายเหนือที่ได้เข้าร่วมฟ้อนในกระบวนเครื่องพระขวัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีถวายพระขวัญเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดทางภาคเหนือ วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2501[4]

เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่ เป็นผู้ที่มีบทบาทในการสนับสนุนเงินทุนในการทำนุบำรุงวัดพระธาตุดอยคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าอินหวัน ณ เชียงใหม่ มารดาของเจ้ากุลวงศ์ มีความศรัทธาเลื่อมใสมาก นอกจากนี้เจ้ากุลวงศ์ ณ เชียงใหม่ยังร่วมกับญาติมิตรสร้างพระพุทธนภีสีพิงครัตน์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้งที่วัดแห่งนี้ด้วย

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 นักการเมืองถิ่นจังหวัดเชียงใหม่สถาบันพระปกเกล้า
  2. ทำเนียบประธานรุ่น ปีการศึกษา 2476 - 2505
  3. http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=3506.0;wap2
  4. วรชาติ มีชูบท, เจ้านายฝ่ายเหนือ และตำนานรักมะเมียะ, กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊คส์, หน้า 190-192