เขตผู้ว่าการคูร์ลันด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เขตผู้ว่าการคูร์ลันด์
Курляндская губерния
Kurlyandskaya guberniya
เขตผู้ว่าการของจักรวรรดิรัสเซีย
Księstwo Kurlandii i Semigalii COA.svg
1795–1915
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
เขตผู้ว่าการคูร์ลันด์ของจักรวรรดิรัสเซีย
เมืองหลวง เยลกาวา
โครงสร้างการเมือง เขตผู้ว่าการของจักรวรรดิรัสเซีย
ประวัติศาสตร์
 -  การแบ่งโปแลนด์ครั้งที่ 3 28 มีนาคม 1795
 -  เยอรมนีเข้ายึดครอง 1915
 -  สนธิสัญญาเบรสท์-ลีตอฟสก์ 1918
ประชากร
 -  (1897) ประมาณการ 674,034 

เขตผู้ว่าการคูร์ลันด์, หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ จังหวัดคูร์ลันด์,[1] Governorate of Kurland[2] (รัสเซีย: Курля́ндская губерния), และ รัฐบาลคูร์ลันด์ (เยอรมัน: Kurländisches Gouvernement) เป็นส่วนหนึ่งของ เขตผู้ว่าการบอลติกของจักรวรรดิรัสเซีย พื้นที่ของเขตผู้ว่าการคูร์ลันด์ในอดีตปัจจุบันปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศลัตเวีย

เขตผู้ว่าการคูร์ลันด์ก่อตั้งขึ้นในปี 1795 โดยได้ดินแดนส่วนหนึ่งจาก ดัชชีคูร์ลันด์และเซมีกัลเลีย ซึ่งผนวกเข้ากับจักรวรรดิรัสเซีย โดยได้รวมเป็นจังหวัดคูร์ลันด์ซึ่งมีเมืองหลักที่ เยลกาวา (หรือ Mitau ในอดีต) ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื้องจากการแบ่งเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียครั้งที่สาม จนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เขตผู้ว่าการไม่เคยถูกจักรวรรดิรัสเซียปกครองเต็ม แต่เป็นการปกครองแบบกึ่งอิสระโดยกลุ่มชาวบอลติกเยอรมันภายใต้ Regional Council (เยอรมัน: Landtag)[3]

เขตผู้ว่าการคูร์ลันด์มีเขตชายแดนติดกับ ทะเลบอลติก, อ่าวริกา และ เขตผู้ว่าการลิโวเนีย ทางทิศเหนือ ทางตะวันตกติดกับทะเลบอลติก; ทางใต้ติดกับVilna Governorate และ ปรัสเซีย และทางตะวันออกติดกับ Vitebsk Governorate และ เขตผู้ว่าการมินสค์ โดยที่จำนวนประชากรของเขตผู้ว่าการนี้อยู่ที่ 553,300 ในปี 1846[1]

เขตผู้ว่าการคูร์ลันด์สิ้นสภาพลงในช่วง สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังจากที่ จักรวรรดิเยอรมัน เข้าปกครองภูมิภาคในปี 1915 และรัสเซียยอมจำนนและยกดินแดนตาม สนธิสัญญาเบรสท์-ลีตอฟสก์ ในวันที่ 3 มีนาคม 1918

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 The English Cyclopaedia By Charles Knigh
  2. The Baltic States from 1914 to 1923 By LtCol Andrew Parrott Archived 19 March 2009 at the Wayback Machine.
  3. Smith, David James (2005). The Baltic States and Their Region. Rodopi. ISBN 978-90-420-1666-8.