อุราฮาร่า คิสึเกะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตัวละคร เทพมรณะ
อุราฮาร่า คิสึเกะ.png
อุราฮาร่า คิสึเกะ (Urahara kisuke)
อาชีพ เจ้าของร้านอุราฮาร่า,
อดีตยมทูต หัวหน้าหน่วยที่ 12,
อดีตหัวหน้ากองวิจัยวิทยาการ
วันเกิด 31 ธันวาคม
สีผม เหลืองอ่อน
สีตา เทาเข้ม
ส่วนสูง 183 เซนติเมตร
น้ำหนัก 69 กิโลกรัม
ดาบฟันวิญญาณ เบนิฮิเมะ
พากย์เสียงโดย ชินอิจิโร่ มิกิ

อุราฮาร่า คิสึเกะ (ญี่ปุ่น: 浦原 喜助 โรมาจิUrahara Kisuke) เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องBLEACH เทพมรณะ เป็นเจ้าของร้านอุราฮาร่า และเป็นอดีตยมทูตหัวหน้าหน่วยที่ 12 เป็นผู้ก่อตั้งกองวิจัยวิทยาการและเป็นหัวหน้ากองวิจัยวิทยาการคนแรกอีกด้วย

ลักษณะ/อุปนิสัย[แก้]

คิสึเกะ เป็นเจ้าของร้านอุราฮาร่า ผู้มีเอกลักษณ์คือสวมเสื้อแบบจินเบ ใส่หมวกลายทาง และสวมรองเท้าไม้เกี๊ยะ (ตอนแรกอิจิโกะเรียกอุราฮาร่าว่า "เจ้าหมวกเกี๊ยะ") ภายนอกดูเหมือนเป็นคนบ้าๆบอๆ แต่เมื่อเขาจับดาบฟันวิญญาณแล้วจะเปลี่ยนเป็นคนละคนทันที

ประวัติ[แก้]

ปัจจุบันคิสึเกะเป็นผู้จัดการร้านอุราฮาร่า ชอบสวมเกี๊ยะกับหมวกตลอด จนอิจิโกะเรียกว่า "เจ้าหมวกเกี๊ยะ" มีลูกน้อง 3 คน คือ เท็ตไซ (ซึคะบิชิ เท็ตไซ อดีตหัวหน้าหน่วยวิถีมาร) จินตะ (ฮานะคะริ จินตะ) และอุรุรุ (ซึมุงิยะ อุรุรุ) ซึ่งแต่ละคนมีพลังที่พอจะปราบฮอลโลว์ได้ คิสึเกะเคยเป็นผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากองรุ่นแรกของกองวิจัยวิทยาการ (หน่วย 12 ของโซลโซไซตี้) แต่ต่อมาได้หลบหนีออกจากโซลโซไซตี้ตลอดกาล เนื่องจากตกเป็นแพะรับบาปในคดี การทดลองการกลายสภาพฮอลโลว์ เป็นไปตามแผนการของ ไอเซ็น โซสึเกะ คิสึเกะยังเป็นผู้คิดค้กายหยาบที่ดูดกินพลังของยมทูตขึ้น และต่อมากายหยาบนี้เองที่เป็นสาเหตุให้พลังวิญญาณของลูเคียฟื้นช้า (ที่จริงไม่ฟื้นเลย เพราะเป็นกายหยาบที่ดูดกลืนพลังวิญญาณ) แต่ในคราวนั้นคิสึเกะก็ได้โยรุอิจิที่เป็นเพื่อนสนิทช่วยเหลือ จนได้มาเป็นคนขายของบนโลกมนุษย์ที่มีลูเคียเป็นลูกค้าประจำ ส่วนตัวแล้วนิสัยจะออกแนวกวนๆ ทะลึ่งทะเล้น แต่กลับเก่งกาจอย่างไม่เข้ากับบุคคลิก มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือและฝึกวิชาให้กับอิจิโกะ

บทบาท[แก้]

ภาค โลกมนุษย์[แก้]

คิสึเกะขายของให้ลูเคีย คือ ลูกวิญญาณเทียมหรือโซลแคนดี้ แต่ที่ซื้อกลับมากลายเป็นมอดโซลซึ่งห้ามผลิต คิสึเกะจึงจะเอาไปทำลาย แต่ลูเคีย(อิจิโกะเป็นคนยัดใส่ต่างหากเพราะบอกว่ายังด่าที่นายเอาร่างฉันไปใช้โดยพลการและถามลูเคียว่าต้องอยู่ในร่างมนุษย์เท่านั้นหรือลูเคียตอบว่าไม่แน่ใจพออิจิโกะหันไปเห็นตุ๊กตาหมีที่กองขยะเลยเอามาแล้วเอายายัดใส่และตั้งชื่อว่าคอน )สงสารจึงเอาไปใส่ตุ๊กตายัดนุ่น แล้วคิสึเกะก็ปรากฏอีกครั้งตอนที่ดอน คันออนจิปรากฏตัว แต่ตอนนี้คิสึเกะไม่ช่วยอะไรเพราะอุรุรุอยากดูคันออนจิจึงพามาดู แล้วคิสึเกะก็ปรากฏอีกครั้ง ที่สถานที่ที่ฮอลโลว์มารุมอิจิโกะ ซึ่งคราวนี้คิสึเกะอยู่เฉยๆ แต่ให้พวกจินตะสู้กับฮอลโลว์แทน แล้วก็มาอีก ซึ่งมาช่วยถอดร่างอิจิโกะให้เป็นยมทูตไปชิงตัวลูเคียมา และอีกครั้งก็มากางร่มให้อิจิโกะที่ลงไปนอนกับพื้น แล้วพาไปฝึกบททดสอบสุดโฉดเพื่อเรียกพลังยมทูตคืนมา รอบแรก ให้สู้กับอุรุรุที่พลังสูงม๊ากมากแต่ก็ชนะได้ รอบสอง ให้ชิงพลังยมทูตมา ซึ่งอิจิโกะได้พบซันเงสึ ส่วนรอบสาม คิสึเกะลงมือต่อสู้กับอิจิโกะแต่อิจิโกะก็ผ่านได้ แล้วคิสึเกะก็สร้างประตูเซ็นไกมอนให้พวกอิจิโกะเข้าไปแล้วคิสึเกะก็จบบทบาทโลกที่ตรงนั้น และได้ออกมารับพวกอิจิโกะ หลังจากที่ได้กลับมาจากโซลโซไซตี้แล้ว

ภาคเบาท์[แก้]

อุราฮาระได้สร้างตัวเซนเซอร์ตรวจจับหาเบาท์ขึ้นมา และให้ไปอยู่ในกายหยาบที่สร้างขึ้น (เป็นลูกแก้ววิญญาณ ตอนหลังอยู่ในตุ๊กตาแทน มี 3 ตัว) และได้จัดฉากสร้างการฝึกให้กับพวกอิจิโกะ โดยให้ลูกแก้ววิญญาณ (ตัวเซนเซอร์เบาท์) แกล้งเป็นตัวร้าย ตอนหลังเฉลยให้พวกอิจิโกะได้รู้ถึงศัตรูตัวใหม่ที่แฝงเข้ามาในเมืองคาราคุระ และพวกอิจิโกะก็ได้ต่อสู้กับเบาท์จนไปถึงโซลโซไซตี้

ภาค อารันคาร์[แก้]

คิสึเกะและโยรุอิจิได้มาช่วยอิจิโกะที่โดนฮอลโลว์ครอบงำแล้วถูกยามี่เล่นงานจนแทบสะบักสะบอม แต่แล้วอุลคิโอร่าเข้ามาช่วยยามี่ไว้จึงพาหนีไปได้ต่อมาได้ช่วยรองหัวหน้ารันงิคุจากการถูกลูปีโจมตีและได้ต่อสู้กับ วอนเดอร์ไวซ์ มัลเจร่าซึ่งเป็นอารันคาระดับเอสปาด้าตัวใหม่


ภาค อดีต[แก้]

อุราฮาร่า คิสึเกะ เคยเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยของหน่วย2 ใต้บังคับบัญชาของชิโฮอิน โยรุอิจิ เขาปรากฏตัวขึ้นด้วยการสู้กับโยรุอิจิ และได้พูดคุยถึงเรื่องการเสนอคิสึเกะให้เป็นหัวหน้าหน่วยจากโยรุอิจิ ซุยฟงที่ยังเป็นสมาชิกอยู่คัดค้านการเป็นหัวหน้าของคิสึเกะ จึงได้แอบติดตามไปดูพฤติกรรม แต่ก็ถูกโยรุอิจิจับได้และถุกแซวว่าแอบชอบคิสึเกะ ขณะนั้น หน่วยลับก็มาแจ้งข่าวบางอย่าง คิสึเกะรีบออกไปทันทีโดยทิ้งความสงสัยของซุยฟงไว้เบื้องหลัง และได้สัญญากับโยรุอิจิว่าจะกลับมาให้ทันการทดสอบการเป็นหัวหน้าหน่วยที่12 คิสึเกะกับพรรคพวกได้ซุ่มดูบ้านหลังหนึ่งและเตรียมจะบุก ซุยฟงตามมาเพราะต้องการแก้ข้อสงสัย แต่ก่อนจะพูดอะไร คิสึเกะบอกเพียงแค่ว่า ในนั้นเป็นพวกยมทูตที่หนีออกมา และหายตัวเข้าไปในบ้านหลังนั้น ไม่กี่วินาทีถัดมาบ้านก็ระเบิด ซุยฟงที่รีบวิ่งตามมาดูก็พบเพียงคิสึเกะยืนอยู่ท่ามกลางเหล่ายมทูตหลบหนีที่หมอบราบไปแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ณ ที่ประชุมหัวหน้าหน่วย คิสึเกะก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในชุดคลุมยาวของหัวหน้าหน่วยที่12 เป็นการยืนยันหลักฐานว่าเขาผ่านการทดสอบจากหัวหน้าหน่วย4คนเป็นที่เรียบร้อยทั้งที่รองหัวหน้าคนก่อน ซารุงากิ ฮิโยริ ไม่เห็นด้วย

ภาค ตราตัวแทนยมทูตที่หายไป[แก้]

อุราฮาระ คิสึเกะ ได้เป็นขอให้ทุกหัวหน้าหน่วย มอบพลังใส่ดาบฟันวิญญานที่ อุราฮาระทำขึ้นมา ดาบนั้นใช้เอาไว้ ทำให้พลังยมทูตของ คุโรซากิ อิจิโกะ นั้นกลับคืนมา โดยอุราฮาระ คิสสึเกะ ร่วมมือกับ คุโรซากิ อิชชิน ซึ่งเป็นพ่อของ คุโรซากิ อิจิโกะ

ภาค ศึกสงครามล้างเลือดพันปี (ภาคสุดท้าย)[แก้]

อุราฮาระ คิสสึเกะ ได้ไป ฮูเอโค มุนโด้ พร้อมกลับ คุโรซากิ อิจิโกะ เพราะได้รับ ข่าวจาก เนล ว่า ที่ ฮูเอโค มุนโด้ กำลังได้รับอันตราย อุราฮาระ คิสึเกะ จึงไปด้วยกับ คุโรซากิ อิจิโกะ และได้ปิดชีวิต ควินซี่ ภายหลังจากการกลับมา นั่น อุราฮาระ คิสึเกะ ก็ได้ส่ง คุโรซากิ อิจิโกะไปที่ โซลโซไซตี้ โดยบอกว่า ตน จะตามไปทีหลัง และหลังจากนั้น ควินซี่ที่ อยู่กับตนยังไม่ตาย แต่ควินซี่นั่นก็ต้องถูก ฆ่าอีกครั้งโดย กริมจอว์ แจ็คเกอร์แจ็ค ในตอนที่ย้อนอดีตไปยังเหตุการณ์ที่ คุโรซากิ มาซากิ ได้เข้าไปช่วย ชิบะ อิชชิน และได้รับบาดเจ็บมา อุราฮาระ คิสึเกะ ได้เสนอเข้าช่วย คุโรซากิ มาซากิ

ดาบฟันวิญญาณ[แก้]

  • ลักษณะ : เป็นไม้เท้า หากดึงออกมาจะเป็นดาบอยู่ข้างใน ลักษณะของไม้เท้าเป็นไม้สีน้ำตาลออกเหลือง

ขั้นต้น (ชิไค)[แก้]

  • ชื่อ : เบนิฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 紅姫 โรมาจิBenihime ทับศัพท์เจ้าหญิงโลหิต)
  • คำปลดปล่อย : จงร่ำร้อง (ญี่ปุ่น: 泣け โรมาจิnake)
  • ลักษณะ :เป็นดาบตรง ตรงส่วนที่งอเหมือนไม้เท้าจะเปลื่ยนแบบไป ตัวดาบกับด้ามดาบติดกันโดยไร้กรั่นดาบ(เพราะกรั่นแบนเรียบติดใบดาบ)แต่บริเวณดังกล่าวมีเชือกสีแดงผูกโบว์ด้านนึง อีกด้านมีระย้าโซ่(รูปแบบโซ่สามเหลี่ยม)ห้อยออกมา ด้ามดาบมีไหมญี่ปุ่นทักสีแดงห้อยอยู่
  • ความสามารถ :

'
รูปแบบที่ 1 Nake Benihime เป็นท่าโจมตีด้วยพลังแบบเดียวกับซีโร่ของเหล่าอารันคาร์ มีลักษณะคล้ายคลื่นดาบพุ่งออกไป มีเสียงคล้ายจรวดพุ่ง และ ยังไม่เพียงแต่เป็นจรวดพุ่ง ยังเป็นเสี้ยวเหมือน เก็ทสึกะ เท็นโซ อีกด้วย
รูปแบบที่ 2 เป็นการสร้างโล่ ที่มีชื่อว่า "โล่หมอกโลหิต" กางเป็นม่านพลังรูปหกเหลี่ยม มีตัวอักษรบนโล่หมอก สามารถใช้ป้องกันพลังหรือการโจมตีได้
รูปแบบที่ 3 Kirisaki Benihime เป็นท่าโจมตีที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากใช้โล่หมอกโลหิตแล้ว จะเป็นการยิงกระสุนสีเลือดจำนวนมากจากโล่หมอกโลหิต ( คำว่าคิริซากิ หมายถึง การตัดฉีก หรือแยกออก )
รูปแบบที่ 4 Shibari Benihime จะสร้างพลังสีเลือดคล้ายแหออกไปคลุมศัตรูเอาไว้ ทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวไม่ได้
รูปแบบที่ 5 Hiasobi Benihime Juujutsunagi เป็นท่าต่อเนื่องจาก Shibari benihime ที่เมื่ออุราฮาร่าปักดาบลงบนแหแล้ว จะเกิดเป็นลูกบอลบรรจุไฟเล็กๆ ผุดขึ้นตามแหนั้น ไปจนทั่วแล้วเกิดระเบิดขนาดมหาศาลในเขตพื้นที่ที่แหนั้นปกคลุมไว้

ขั้นสวัสดิกะ (บังไค)[แก้]

  • ชื่อ : คันนนบิราคิ เบนิฮิเมะ อาราตาเมะ 観音開紅姫改メ
  • ลักษณะ : ปรากฏเป็นหญิงร่างยักษ์ขนาดใหญ่ มวนผมสีดำ และสวมชุดไหมสีแดง
  • ความสามารถ : ปรับเปลี่ยนโครงสร้างสิ่งที่ถูกสัมผัสใหม่