อินทรีดำ
| อินทรีดำ | |
|---|---|
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | สัตว์ Animalia |
| ไฟลัม: | สัตว์มีแกนสันหลัง Chordata |
| ชั้น: | สัตว์ปีก Aves |
| อันดับ: | เหยี่ยว Accipitriformes |
| วงศ์: | เหยี่ยวและนกอินทรี Accipitridae |
| วงศ์ย่อย: | Aquilinae Blyth, 1843 |
| สกุล: | Ictinaetus (Temminck, 1822) |
| สปีชีส์: | I. malaiensis |
| ชื่อทวินาม | |
| Ictinaetus malaiensis (Temminck, 1822) | |
| ชนิดย่อย[2] | |
| |
| ชื่อพ้อง | |
| |
อินทรีดำ (อังกฤษ: Black eagle, Indian black eagle; ชื่อวิทยาศาสตร์: Ictinaetus malayensis) เป็นนกล่าเหยื่อขนาดใหญ่จำพวกอินทรี และจัดเป็นนกเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Ictinaetus[3] (แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดย่อย-ดูในตาราง)
มีขนปกคลุมลำตัวสีดำสนิท ขนคลุมทั้งจมูก และตีนมีสีเหลือง หางมีลายแถบสีอ่อนคาด ขณะบินปีกกว้าง ปลายปกแตกเป็นรูปนิ้วมือชัดเจน หางยาวมาก ขณะที่ยังเป็นนกที่โตไม่เต็มวัยจะมีสีน้ำตาลหม่น ปากสั้นปลายแหลม มีเล็บนิ้วเท้าแหลมคมและแข็งแรงมาก
ขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 69-81 เซนติเมตร ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะเหมือนกัน
พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่อนุทวีปอินเดียและภูมิภาคอินโดจีน ในประเทศไทยจะพบได้ตามป่าในแนวเขาตั้งแต่เหนือจรดใต้ได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะทางป่าตะวันตก แต่ปัจจุบันก็มีจำนวนลดน้อยลงจากเดิมเนื่องจากถิ่นที่อยู่ถูกทำลาย
อินทรีดำ มีพฤติกรรมล่าเหยื่อที่แตกต่างไปจากอินทรีหรือเหยี่ยวชนิดอื่น คือ การบินมาเกาะใกล้รังนกเล็กหรือกระรอก แล้วไต่กิ่งไปล่าเหยื่อในรัง รวมทั้งไข่นก นอกเหนือจากจากโฉบเหยื่อที่เป็นพฤติกรรมโดยปกติ[4]
จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535[5]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ BirdLife International (2016). "Ictinaetus malaiensis". IUCN Red List of Threatened Species. 2016. doi:10.2305/IUCN.UK.2016-3.RLTS.T22696019A93538909.en. สืบค้นเมื่อ 19 November 2021.
{{cite journal}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์|article-number=ถูกละเว้น (help) - ↑ Gill F, D Donsker & P Rasmussen (Eds). 2020. IOC World Bird List (v10.2). doi : 10.14344/IOC.ML.10.2.
- ↑ จาก ITIS.gov (ในภาษาอังกฤษ)
- ↑ บุญส่ง เลขะกุล น.พ., Bird Guide of Thailand (2) (พ.ศ. 2517)
- ↑ สัตว์ป่าคุ้มครอง