อาฟเตอร์สกูล (วงดนตรีเกาหลี)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาฟเตอร์สกูล
After School in AfterSchool's Beauty Bible.jpg
อาฟเตอร์สกูลในงานแถลงข่าว อาฟเตอร์สกูลบิวตีไบเบิล ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2014
จากซ้ายไปขวา: กาอึน, อีย็อง, จ็องอา (อดีต), จูย็อน (อดีต), ลิซซี, เรนา, นานา
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด โซล เกาหลีใต้
แนวเพลง
ช่วงปี 2009 (2009)–ปัจจุบัน (แยกย้าย)
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ pledis.co.kr
สมาชิก
อดีตสมาชิก

อาฟเตอร์สกูล (เกาหลี: 애프터스쿨; อังกฤษ: After School) เป็นกลุ่มนักร้องหญิงของประเทศเกาหลีใต้ สังกัดค่ายเพลดิสเอนเตอร์เทนเมนต์ในปี ค.ศ. 2009 ที่มีระบบการรับสมาชิกเข้าและสำเร็จการศึกษา[1][2]

อาฟเตอร์สกูลเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยซิงเกิล "อา!" ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2009 จากนั้นพวกเธอได้ปล่อยซิงเกิล "ดีวา" และ "บีคอสออฟยู" ในช่วงปลายปี ซึ่งกลายเป็นซิงเกิลยอดฮิตและประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์มากที่สุดของกลุ่ม[3][4] ซิงเกิลถัดมา "แบง!", "แชมพู" และ "แฟลชแบ็ก" ประสบความสำเร็จบนชาร์ต รวมถึงได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ[5][6] ซิงเกิลที่หก "เฟิสต์เลิฟ" ได้รับคำยกย่องในการเต้นแบบโพลแดนซ์จากนิตยสาร บิลบอร์ด[7] ในปี ค.ศ. 2017 อาฟเตอร์สกูลอยู่อันดับที่ 5 จาก 10 ในรายชื่อ "เกิร์ลกรุ๊ปเคป็อปที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งทศวรรษ"[8]

ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกทั้งหมดห้าคนคือ เรนา, นานา, ลิซซี, อีย็อง และกาอึน

ประวัติ[แก้]

ก่อนเดบิวต์[แก้]

ก่อนจะมาเป็นอาฟเตอร์สกูลนั้น กาฮี เคยเป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินชื่อดังหลายคน เช่น โบอา DJ DOC Jinusean Lexy เซเว่น ฮวีซอง ฯลฯ ประมาณปี 2547 - 2548 ช่วงที่ยังเป็นแดนเซอร์อยู่กาฮีเคยคบกับ ปาร์ค ยูชอน นักร้องวง ทงบังชินกี ปัจจุบันนี้ทั้งคู่ได้เลิกรากันไปนานหลายปีแล้ว ในช่วงปี 2548 กาฮีเคยเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุปวง S.Blush ออกดิจิตอลซิงเกิลในอเมริกาชื่อ It's My Life ซึ่งติดอันดับ 2 ใน Billboard Hot Dance Chart ปี 2551 กาฮี ได้มาร้องแร๊พให้กับ ซนดัมบิ ศิลปินในสังกัดเดียวกันในเพลง "Bad Boy" ขณะนั้นกาฮียังเป็นศิลปินฝึดหัดอยู่ ในขณะที่จองอาก็เคยเป็นแดนเซอร์ให้กับซนดัมบิในเพลง "Bad Boy" ส่วนจูยอนก็เคยแสดงมิวสิกวีดีโอให้กับ โทนี่ อัน ในเพลง "Yutzpracachia" ในปี 2549 และในปี 2550 จูยอนก็เคยร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง My Tutor Friend 2 และเคยออกรายการ MBC “Introduce Stars’ Friends” Show ในฐานะเพื่อนสนิทของ ซนดัมบิ เมื่อปี 2551 ด้วย

หลังจากที่กาฮีออกจากวง S.Blush แล้ว เธอได้ติดต่อกับเพื่อนที่ เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ และได้วางโครงการร่วมกันที่จะก่อตั้งเกิร์ลกรุปวงใหม่ขึ้นมา โดยสมาชิกคนแรก(นอกเหนือจากกาฮี)คือเบคก้า ซึ่งเป็นเด็กฝึกหัดในตอนที่กาฮียังเป็นสมาชิกวง S.Blush อยู่ ตามด้วยจองอา จูยอน และโซยองเป็นคนสุดท้าย เพี่อที่จะเดบิวต์เป็นเกิร์ลกรุปที่มีสมาชิก 5 คน

อาฟเตอร์สกูลได้ปรากฏตัวอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2008 ในงาน SBS Song Festival โดยกาฮีและจองอานั้นได้ร่วมแสดงในเพลง "Play Girlz" ร่วมกับ ซนดัมบิ ส่วนโซยอง จูยอน และเบคก้า ก็ได้เป็นแดนเซอร์แบ็คอัพให้กับการแสดงซนดัมบิในงานนี้เช่นกัน

2009: เดบิวต์, "New Schoolgirl", "Diva", "Because of You" และเริ่มมีชื่อเสียง[แก้]

ในวันที่ 15 มกราคม 2009 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ต้นสังกัดได้ปล่อยตัวอย่างความยาว 30 วินาทีของซิงเกิลเดบิวต์ "AH!" ผ่านทาง Gom TV ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากและมีผู้เข้าชมในวันแรกมากกว่าหนึ่งแสนครั้ง[9] ทำให้ค่ายตัดสินใจปล่อยซิงเกิลแรกคือ "AH!" พร้อมกับซิงเกิลอัลบั้มชุดแรก New Schoolgirl ออกมาในวันนั้นทันที อาฟเตอร์สกูลขึ้นแสดงสดครั้งแรกในวันที่ 17 มกราคม 2009 ในรายการมิวสิคคอร์ (Show! Music Core) ของสถานีโทรทัศน์เอ็มบีซี ซึ่งขณะนั้นมีสมาชิก 5 คนคือ กาฮี จองอา จูยอน โซยอง และเบคก้า

After School in July 2009

ในช่วงเดือนเมษายน ยูอี ได้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของวง ทำให้อาฟเตอร์สกูลมีสมาชิกทั้งหมด 6 คน พร้อมกับได้ปล่อยดิจิตอลซิงเกิลใหม่ "Diva" ในวันที่ 9 เมษายน 2009 และขึ้นแสดงครั้งแรกในรายการเอ็ม! เคาต์ดาวน์ (M!Countdown) ของช่องเอ็มเน็ตในวันเดียวกัน ซิงเกิลใหม่ "Diva" นี้ทำให้อาฟเตอร์สกูลได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายน 2009 ของ Cyworld Digital Music Awards อีกด้วย

ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2009 อาฟเตอร์สกูลได้ปล่อยดิจิตอลซิงเกิลใหม่ "Dream Girl" ซึ่งเป็นการนำเพลง "เลิฟแมชีน" (Love Machine) ของวงมอร์นิงมุซุเมะ เกิร์ลกรุปชื่อดังของญี่ปุ่นมาเรียบเรียงใหม่

ในเดือนมิถุนายน 2009 อาฟเตอร์สกูลและซนดัมบิ ได้รับเลือกให้แสดงเปิดคอนเสิร์ตของวงพุสซีแคตดอลส์ เกิร์ลกรุปชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ในการมาทัวร์เอเชีย (Doll Domination Tour) ของพวกเธอ[10]

ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2009 อาฟเตอร์สกูลได้ปล่อยดิจิตอลซิงเกิลร่วมกับ ซนดัมบิ ในเพลง "Amoled" ซึ่งเป็นเพลงโปรโมทโทรศัพท์มือถือของซัมซุง

ในวันที่ 29 ตุลาคม 2009 ยูโซยอง ได้ลาออกจากวงไป โดยให้เหตุผลว่าเพื่อไปทำงานทางด้านการแสดง ภายหลังได้มีการเพิ่มสมาชิกใหม่อีก 2 คน คือ เรนะ และ นานะ ทำให้อาฟเตอร์สกูลมีสมาชิกทั้งหมด 7 คน

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2009 อาฟเตอร์สกูลกลับมาอีกครั้งกับซิงเกิลอัลบั้มชุดที่สอง "Because Of You" ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยชนะรางวัลจากรายการเพลงเป็นครั้งแรก จากรายการอินกิกาโย ของสถานีเอสบีเอส ได้รับรางวัล Mutizen awards จากการที่สามารถชนะรางวัลในรายการเพลงได้ถึง 3 ครั้ง และสามารถขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงได้ทุกชาร์ต (all-kill) ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ รวมถึงยังได้อันดับ 1 จากการจัดอันดับเพลงประจำเดือนธันวาคม 2009 ด้วย (Gaon Monthly Singles Chart for December 2009) ส่งผลให้อาฟเตอร์สกูลเป็นที่รู้จักและได้รับความรักจากแฟนๆมากยิ่งขึ้น

2010: "Bang!", ออเรนจ์ คาราเมล และ "Happy Pledis 1st Album"[แก้]

อาฟเตอร์สกูลเริ่มต้นปี 2010 ด้วยการคว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากการมอบรางวัลของ Billboard Japan Music Awards และ Seoul Music Awards นอกจากนี้ อาฟเตอร์สกูลยังได้จัดงานแฟนมีทติ้งกับแฟนๆเป็นครั้งแรกในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2010

ในวันที่ 15 มีนาคม 2010 เว็บไซต์หลักของอาฟเตอร์สกูลได้มีการเปิดเผยภาพโปรโมทซิงเกิลอัลบั้มชุดที่สามเป็นครั้งแรก โดยในภาพนี้สิ่งที่ทุกฝ่ายให้การจับตามองคือ อาฟเตอร์สกูลไม่ได้ปรากฏตัวแค่ 7 คน แต่กลับมีสมาชิกเพิ่มเข้ามารวมเป็น 8 คนด้วยกัน สำหรับภาพแจ็คเก็ตของ 8 สาวอาฟเตอร์สกูล หนึ่งในสมาชิกใหม่ที่กำลังก้มหน้าก็ได้รับความสนใจจากแฟนๆเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับภาพลักษณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งความสง่างามก็ทำให้ทุกฝ่ายต่างจับตามองถึงการแปลงโฉมในครั้งนี้กับเวทีคัมแบ็คของพวกเธออย่างถ้วนหน้า จนในวันที่ 17 มีนาคม เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์จึงได้เปิดเผยว่าสมาชิกใหม่ของอาฟเตอร์สกูลนั่นก็คือ ลิซซี่ และอาฟเตอร์สกูลก็จะคัมแบ็คด้วยซิงเกิลอัลบั้มชุดที่สาม Bang! ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ โดยซิงเกิล Bang! นั้นสามารถทำยอดขายได้ 2,374,731 แผ่น และอยู่ในอันดับที่ 29 ของการจัดอันดับชาร์ตเพลงประจำปี 2010

ในวันที่ 7 มิถุนายน 2010 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ต้นสังกัดได้เปิดตัวยูนิตย่อยกลุ่มแรกของวงอาฟเตอร์สกูลที่มีชื่อว่า ออเรนจ์ คาราเมล ซึ่งมีสมาชิก 3 คน คือ เรนะ นานะ และลิซซี่ โดยออเรนจ์ คาราเมล นั้นเป็นวงที่มีคอนเซปต์น่ารัก ร่าเริง สดใส ซึ่งแตกต่างจากวงอาฟเตอร์สกูลที่มีคอนเซปต์แข็งแรง เซ็กซี่ และดุดันอย่างสิ้นเชิง

ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2010 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ต้นสังกัดได้เตรียมออดิชั่นเพื่อค้นหาสมาชิกคนที่ 9 เข้ามาร่วมวงอาฟเตอร์สกูล ซึ่งการออดิชั่นจะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม

ในวันที่ 6 ธันวาคม 2010 อาฟเตอร์สกูล ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ Happy Pledis 1st Album ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ "Happy Pledis" ที่ศิลปินของเพลดิสทุกคนจะมอบความสุขให้กับแฟนเพลงเป็นของขวัญส่งท้ายปี โดยรายได้บางส่วนจากการจำหน่ายซิงเกิลนี้ จะถูกนำไปบริจาคให้กับองค์กร "Save The Children" ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือเด็กๆด้วย อย่างไรก็ตาม เบคก้า ไม่ได้เข้าร่วมโปรโมทซิงเกิลนี้กลับสมาชิกคนอื่นๆ โดยต้นสังกัดเปิดเผยว่า "ตอนนี้เบคก้ากำลังอยู่ในระหว่างการพักผ่อนครับ" เขากล่าว "ตั้งแต่เธอเป็นเด็กฝึกหัด เบคก้า ยังไม่เคยเดินทางกลับบ้านไปที่ฮาวายเป็นเวลากว่า 3-4 ปีแล้วครับ ตอนนี้เธอเลยใช้เวลากลับไปผักผ่อน" เสริม "เนื่องจากเธอไปพักผ่อนอยู่ก่อนแล้ว การที่จะให้เธอเดินทางกลับมาแป๊ปนึงเพื่อถ่ายภาพนั้นก็ใช่เรื่อง ทำให้เราตัดสินใจไม่ได้รวมเธอเข้าไปในอัลบั้มนี้ครับ" กล่าวต่อ "อัลบั้มนี้เป็นผลงานอัลบั้มซีซั่นพิเศษ ที่อาฟเตอร์สกูลได้เตรียมเอาไว้เพื่อใช้เป็นเพลงในเทศกาลคริสต์มาสในฤดูหนาวนี้ครับ" เสริม "ส่วนด้านเบคก้าจะกลับมาร่วมกับเพื่อนๆของเธอในอัลบั้มเต็มของอาฟเตอร์สกูลที่จะวางจำหน่ายต้นปีหน้าครับ"

ในวันที่ 31 ธันวาคม 2010 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ได้เปิดตัวสมาชิกคนที่ 9 ของอาฟเตอร์สกูล อียอง (E-Young) ในงาน MBC "Music Festival"

2011: กาฮีโซโล่, "Virgin", เบคก้าจบการศึกษา, เปิดตัวที่ญี่ปุ่น, "Red/Blue" และ "Happy Pledis 2011"[แก้]

ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2011 เพลดิส ต้นสังกัดได้เปิดตัวยูนิตย่อยที่สองคือ Kahi ซึ่งเป็นผลงานเดี่ยวของกาฮีหัวหน้าวง มีผลงานเพลงรวม 4 เพลง ประกอบไปด้วย เพลงไตเติ้ล '돌아와 나쁜 너 (Come Back You Bad) ', 'One Love', 'Gift (선물) ' และ 'Roller Coaster' กาฮีเคยได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประพันธ์เพลงอย่าง 'When I Fall' และ 'With U' ในซิงเกิล 'Because of You', 'Bang!' มาก่อนหน้านี้ การที่เธอได้กลับมาทำหน้าที่ประพันธ์เนื้อเพลงอีกครั้งให้กับเพลง 'Come Back You Bad' และ 'Roller Coaster'

ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2011 เพลดิส ได้เปิดตัวเว็บไซต์หลักของอาฟเตอร์สกูลที่ญี่ปุ่น และได้เซ็นสัญญากับบริษัท AVEX ต้นสังกัดของนะมิเอะ อะมุโระ นักร้องสาวชื่อดัง จากนั้นจึงได้เปิดตัวอาฟเตอร์สกูลที่ญี่ปุ่นในเพลง "Make it Happen" ของนะมิเอะ อะมุโระ โดยมีอาฟเตอร์สกูลร่วมร้องและแสดงมิวสิควิดีโอด้วย

After School in December 2011

ในวันที่ 31 มีนาคม 2011 ยูนิตย่อย ออเรนจ์ คาราเมล ได้เปิดตัวโปรเจกต์ "One of Asia" ตอนที่ 1 "Bangkok City" พร้อมเริ่มทำกิจกรรมในนาม "Chengzi Jiao Tang (橙子焦糖)" ซึ่งเป็นชื่อของออเรนจ์ คาราเมล ที่เขียนเป็นภาษาจีน พวกเธอจะได้เริ่มทำกิจกรรมโดยเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ที่จะใช้ธีมของเมืองต่างๆทั่วเอเชีย โดยในตอนแรกนั้นเริ่มต้นพร้อมกับธีมของ "Bangkok City" ที่พวกเธอนั้นได้แปลงโฉมเป็นสาวฟังกี้สุดเซ็กซี่ เมื่อรวมกับเสน่ห์อันแสนน่ารักโดดเด่นของพวกเธอก่อนหน้านี้ กับอารมณ์ในแบบแฟนตาซีและทรงผมในแบบฟังกี้ก็ช่วยเผยเสน่ห์สุดเซ็กซี่ชวนให้น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ซิงเกิล "Bangkok City" นั้นมาพร้อมกับทำนองแบบหนักๆตามสไตล์ดนตรีฟังกี้คลับ ผสมผสานไปกับซาวน์อิเล็คทรอนิคส์ที่ให้สัมผัสในแบบอนาลอค นับเป็นผลงานเพลงแนวมิกซ์แอนด์แมทช์ที่ให้อารมณ์ซาวน์ในรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะกับเนื้อเพลงในท่อน "เขย่าดวงตาของชายคนหนึ่งสิบเอ็ดครั้งในหนึ่งวินาที / เรียกเธอมา kiss tonight" ก็ถือเป็นเนื้อเพลงฝีมือการประพันธ์โดย 'วอนแทยอน' ที่สามารถช่วยเพิ่มความสนใจจากชาวเกาหลีได้เป็นอย่างมาก [1] แต่น่าเสียดายที่มุมของของเกาหลีมุ่งเน้นแต่เพียงเมืองหลวง ทำให้ขาดอรรถรสที่ชวนนึกถึงประเทศไทย

อาฟเตอร์สกูลนั้นเป็นเกิร์ลกรุปที่มีระบบการเปลี่ยนแปลงสมาชิกอย่างต่อเนื่องภายใต้รูปแบบการรับนักเรียนใหม่และจบการศึกษาเหมือนเกิร์ลกรุปของญี่ปุ่น โดยแบ่งเป็นสมาชิกออกเป็น รุ่นที่ 1 ประกอบไปด้วย กาฮี จองอา จูยอน เบคก้า, รุ่นที่ 2 ยูอี, รุ่นที่ 3 เรนะ นานะ ลิซซี่ และรุ่นที่ 4 อียอง

ในวันที่ 13 เมษายน 2011 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ได้ออกมาประกาศว่าอาฟเตอร์สกูลนั้นจะกลับมาพร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดแรกภายในเดือนนี้ จากนั้นในวันที่ 18 เมษายน ภาพโปรโมทภาพแรกก็ได้ถูกปล่อยออกมา ซึ่งเป็นภาพของสมาชิกรุ่นที่ 4 อียอง โดยเป็นภาพที่เธอมัดผมทั้งสองข้างในชุดเดรสที่ชมพู ทำให้แฟนๆสัมผัสได้ถึงความงามในแบบฉบับของเด็กสาวได้เป็นอย่างดี ในวันที่ 19 เมษายน ได้ปล่อยภาพโปรโมทภาพที่ 2 ซึ่งเป็นภาพของสมาชิกรุ่นที่ 3 เรนะ นานะ ลิซซี่ และได้ปล่อยภาพโปรโมทภาพที่ 3 ซึ่งเป็นภาพของสมาชิกรุ่นที่ 2 ยูอี ในวันเดียวกัน ในวันที่ 20 เมษายน ภาพโปรโมทภาพสุดท้ายซึ่งเป็นภาพของสมาชิกรุ่นแรก กาฮี จองอา จูยอน และเบคก้า ก็ได้ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับรายชื่อเพลงทั้งหมดในอัลบั้มรวมถึงเพลงที่จะใช้โปรโมทคือ "Shampoo" จากนั้นจึงได้ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง "Shampoo" ออกมาในวันที่ 27 เมษายน และได้วางจำหน่ายอัลบั้มเต็มชุดแรก Virgin ในวันที่ 29 เมษายน

ทีมงานได้ถูกถามถึงผลงานอัลบั้มเต็ม Virgin ของอาฟเตอร์สกูล ที่วางจำหน่ายในรอบ 1 ปีหลังจากอัลบั้ม Bang! โดยทีมงานกล่าวว่า "ทุกคนจะสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของ After School ที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากลุคของสาวงามสุดมั่นในแบบเดิมๆ พวกเธอจะมาถ่ายทอดนิยามความงามในแบบ Virgin ผ่านผลงานอัลบั้มชุดนี้ครับ" [2]

ในวันที่ 17 มิถุนายน 2011 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ต้นสังกัดของอาฟเตอร์สกูล ได้เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ อาฟเตอร์สกูลจะมีนักเรียนที่จบการศึกษารุ่นแรก ซึ่งอาฟเตอร์สกูลเป็นวงเกิร์ลกรุปที่ได้รับความสนใจมาตั้งแต่เดบิวท์ด้วยระบบสมาชิกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ คือการเข้าโรงเรียนโดยการเพิ่มสมาชิกใหม่ และการจบการศึกษาโดยการลาออกของสมาชิกวง โดยนักเรียนที่จะจบการศึกษาในครั้งนี้ก็คือ เบคก้า ซึ่งต้นสังกัดกล่าวว่า “หลังจากครุ่นคิดและปรึกษาหารือกับเพื่อนๆ ครอบครัว บริษัทมานาน เบคก้าก็ตัดสินใจโดยสรุปว่า เธอจะจบการศึกษาจากวงอาฟเตอร์สกูล และจะกลับไปฮาวายเพื่อทุ่มเทให้กับการเรียนออกแบบที่เธอใฝ่ฝัน” เสริม “ตอนนี้เราก็กำลังวางแผนเรื่องการถ่ายภาพจบการศึกษาของสมาชิกวงรวมกับเบคก้า ซึ่งอีกไม่นานก็จะมีการเปิดตัวผลงานจบการศึกษาของเบคก้า โดยเธอจะมาพบกับแฟนๆ ก่อนที่จะจบการศึกษาครับ” ส่วนเบคก้าก็ได้กล่าวฝากมาทางต้นสังกัดว่า “ตอนนี้ฉันกำลังเตรียมผลงานจบการศึกษาโดยรวมเอาประสบการณ์และช่วงเวลาที่มีความสุขตอนที่อยู่ด้วยกันมาจนกระทั่งถึงตอนนี้อยู่ค่ะ ต่อไป ถ้าทักษะการออกแบบของฉันเพิ่มขึ้น ฉันก็อยากจะออกแบบอัลบั้มของอาฟเตอร์สกูลให้เป็นของขวัญค่ะ” อนึ่ง เบคก้าจะจบการทำกิจกรรมร่วมกับวงอาฟเตอร์สกูลในผลงานจบการศึกษาที่เธอเป็นผู้แต่งเนื้อเพลงเอง ซึ่งเพลงนี้จะกล่าวถึงความรู้สึกของเธอในการทำกิจกรรมกับอาฟเตอร์สกูลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา[3]

เพลงจบการศึกษาของเบคก้าคือเพลง Take Me To The Place ซึ่งเธอได้แต่งและขับร้องเอง

ในเดือนกรกฎาคม เพลดิสได้ออกมาประกาศถึงการคัมแบ็คครั้งที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งการคัมแบ็คในครั้งนี้จะกลับมาในรูปแบบของยูนิตย่อย "A.S.RED" และ "A.S.BLUE" โดย "A.S.RED" นั้นมาพร้อมกับภาพลักษณ์ในแบบทรงพลังและบรรยากาศที่ชวนให้น่าติดตามในแบบฉบับของออริจินัลริตี้ของอาฟเตอร์สกูล ในขณะที่ "A.S.BLUE" นั้นมาในสไตล์แบบสาวใสบริสุทธิ์

"A.S.RED" ประกอบไปด้วยสมาชิกคือ กาฮี จองอา ยูอี และนานะ มีเพลงโปรโมทคือ "In The Night Sky" ส่วน "A.S.BLUE" ประกอบไปด้วยสมาชิกคือ จูยอน เรนะ ลิซซี่ และอียอง มีเพลงโปรโมทคือ "Wonder Boy" ฮันซองซู โปรดิวเซอร์ของเพลดิสเปิดเผยว่า "หลังจากที่ผ่านการพิจารณามาเป็นอย่างดีเราก็ได้ตัดสินใจวางจำหน่ายอัลบั้มของทั้งสองยูนิตพร้อมกัน โดยเฉพาะกับแนวเพลงและคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้เราคาดหวังว่าทุกคนจะช่วยติดตามผลงานครั้งนี้ของพวกเธอให้มากๆด้วยครับ การที่เราแบ่งสมาชิกออกเป็นสองทีมทำให้พวกเธอได้แข่งขันกันเอง และนั่นทำให้พวกเธอทำงานด้วยความสนุกและเต็มที่กับมันมากๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือการที่เราได้นำเสนอความงามของอาฟเตอร์สกูลออกเป็นสองรูปแบบมันทำให้เป็นอะไรที่มีความหมายมากๆ" เขากล่าว [4]

ในวันที่ 17 สิงหาคม 2011 อาฟเตอร์สกูลได้เดบิวต์ที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการด้วยซิงเกิลแรก "Bang!" เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น โดยอยู่ในอันดับ 7 ของออริกอนชาร์ต

ในวันที่ 13 ตุลาคม 2011 ยูนิตย่อย ออเรนจ์ คาราเมล ได้คัมแบ็คโปรเจกต์ "One of Asia" ตอนที่ 2 "Shanghai Romance" โดยได้เลือกเมืองเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีนเป็นธีมของการคัมแบ็คซิงเกิลในครั้งนี้

ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2011 อาฟเตอร์สคูลได้คัมแบ็คที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยซิงเกิลที่สอง "Diva" เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น

ในวันที่ 1 ธันวาคม 2011 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ Happy Pledis 2011 ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 2 ในโปรเจกต์ "Happy Pledis" โดยในคราวนี้ได้ ซนดัมบิ, อาฟเตอร์สกูล, ศิลปินฝึกหัดในค่าย รวมถึงบอยแบนด์กลุ่มใหม่ของเพลดิสที่มีกำหนดจะเดบิวต์ในปีหน้า มาร่วมกันโปรโมทในอัลบั้มนี้ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งของอัลบั้มนี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับองค์กรยูนิเซฟเพื่อช่วยเหลือเด็กๆต่อไป

ในวันที่ 17 ธันวาคม 2011 อาฟเตอร์สกูลได้ขึ้นแสดงในคอนเสิร์ต MTV EXIT ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ร่วมกับวง เดอะคลิกไฟฟ์ วงดนตรีจากประเทศสหรัฐอเมริกา[11]

2012: "Playgirlz", "Lady Luck/Dilly Dally", กาฮีจบการศึกษา และ "Flashback"[แก้]

อาฟเตอร์สกูลเริ่มต้นปี 2012 ด้วยการปล่อยซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นชุดที่สาม "Rambling Girls/Because of You" ซึ่งเพลง "Rambling Girls" นั้นเป็นเพลงที่ได้แต่งขึ้นมาใหม่ ส่วนเพลง "Because of You" นั้นเป็นการนำเอาเพลงนี้ในเวอร์ชันภาษาเกาหลีมาทำใหม่เป็นเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น ซิงเกิลนี้ถูกปล่อยออกมาในวันที่ 25 มกราคม 2012 โดยสามารถขึ้นอันดับ 6 ของออริกอนชาร์ตรายวัน และอันดับ 7 ของออริกอนชาร์ตรายสัปดาห์ได้สำเร็จ ซิงเกิลนี้สามารถทำยอดขายไปได้มากกว่า 17,000 แผ่นในญี่ปุ่น

ในวันที่ 14 มีนาคม 2012 อาฟเตอร์สกูลได้ปล่อยอัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดแรก Playgirlz ซึ่งนอกจากจะมีซิงเกิลที่ปล่อยออกมาทั้งสามซิงเกิลรวมอยู่ด้วยแล้ว ยังมีเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ถึง 6 เพลง รวมไปถึงการนำเพลง "Shampoo" และเพลง "Shanghai Romance" ของออเรนจ์คาราเมล มาทำใหม่ในเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย อัลบั้มนี้สามารถขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 6 ของออริกอนอัลบั้มชาร์ตรายวันได้สำเร็จ จากการทำยอดขายได้มากกว่า 11,000 แผ่นภายในวันแรกที่ถูกปล่อยออกมา และอยู่ในอันดับที่ 9 ของยอดดาวน์โหลดใน iTunes Japan

After School in July 2012

ในวันที่ 9 เมษายน 2012 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ต้นสังกัดได้ออกมาประกาศให้ทราบถึงการเพิ่มสมาชิกใหม่ของอาฟเตอร์สกูล ซึ่งในวันต่อมาก็ได้มีการเปิดเผยว่าสมาชิกคนดังกล่าวนั้นก็คือ กาอึน ซึ่งเป็นสมาชิกรุ่นที่ 5 ของอาฟเตอร์สกูล และจะเข้าร่วมในซิงเกิลอัลบั้มชุดที่ 5 ที่จะปล่อยออกมาในวันที่ 21 มิถุนายนที่จะถึงนี้

อาฟเตอร์สกูลเริ่มการทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2012 โดยใช้ชื่อว่า "AFTERSCHOOL 1st Japan Tour -PLAYGIRLZ-" โดยเริ่มที่กรุงโตเกียว ในวันที่ 27 เมษายน, นะโงะยะ ในวันที่ 28 เมษายน, โอซะกะ ในวันที่ 30 เมษายน และปิดท้ายที่โตเกียวอีกครั้ง ในวันที่ 17 มิถุนายน ที่ Tokyo Dome City Hall

ในวันที่ 23 เมษายน 2012 ทางเอเว็กซ์ แทรกซ์ ต้นสังกัดที่ญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศถึงเรื่องของการปล่อยซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 4 "Lady Luck/Dilly Dally" ซึ่งมีกำหนดการจะปล่อยในวันที่ 13 มิถุนายน 2012 โดยหลังจากที่ได้ปล่อยออกมานั้น ซิงเกิลนี้ก็สามารถขึ้นอันดับ 3 ของออริกอนชาร์ตรายวันได้สำเร็จ และสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 17,000 แผ่นในญี่ปุ่นตลอดทั้งปี 2012

ในวันที่ 5 มิถุนายน 2012 ทางเพลดิสต้นสังกัดได้ออกมายืนยันถึงการจบการศึกษาหัวหน้าวงกาฮี ซึ่งเป็นการจบการศึกษาเป็นคนที่ 3 ของวงอาฟเตอร์สกูล ทั้งนี้กาฮีจะทำกิจกรรมในฐานะอาฟเตอร์สกูลไปจนถึงเดือนกันยายน และจะออกจากวงเพื่อเตรียมตัวสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวต่อไป

ในวันที่ 11 มิถุนายน 2012 รูปภาพโปรโมทสำหรับการคัมแบ็คซิงเกิลอัลบั้มชุดที่ 5 ได้ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นรูปรวมสมาชิกทั้ง 8 คนรวมไปถึงสมาชิกใหม่อย่างกาอึนด้วย ต่อมาจึงได้เปิดเผยรายชื่อเพลงทั้งหมดในอัลบั้ม รวมถึงชื่อของซิงเกิลอัลบั้มชุดนี้นั่นก็คือ "Flashback" ซึ่งจะเป็นชื่อเดียวกันกับเพลงที่จะใช้โปรโมทในครั้งนี้ ในวันต่อมา ภาพโปรโมทภาพที่ 2 ได้ถูกปล่อยออกมา ซึ่งเป็นภาพเดี่ยวของลิซซี่ จากนั้นภาพเดี่ยวของสมาชิกทุกคนจึงได้ทยอยปล่อยออกมา จากลิซซี่ต่อด้วยยูอี, จองอา, นานะ, เรนะ, จูยอน, อียอง และปิดท้ายด้วยกาอึน

ในวันที่ 16 มิถุนายน 2012 ตัวอย่างมิวสิควิดีโอเพลง "Flashback" ได้ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรก ซึ่งหลังจากถูกปล่อยออกมาก็มียอดการเข้าชมมากกว่า 100,000 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง จากนั้นมิวสิกวิดีโอฉบับเต็มจึงได้ถูกปล่อยตามมาในเที่ยงคืนของวันที่ 20 มิถุนายน ซึ่งหลังจากปล่อยออกมาก็สามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ตเพลงได้ทุกชาร์ต ซึ่งนับเป็นกระแสการตอบรับที่ดีมากหลังจากไม่มีผลงานในเกาหลีมาเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม

2013: "First Love" และ "Heaven"[แก้]

อาฟเตอร์สกูลได้จัดแฟนมีตติ้งขึ้นที่ประเทศไทย ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 และที่ประเทศไต้หวัน ในวันที่ 30 มีนาคม 2013

After School at a fan meeting in 2013

ในวันที่ 27 มีนาคม 2013 อาฟเตอร์สคูลได้ทำการปล่อยอัลบั้ม The Best of AFTERSCHOOL ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลงที่ได้รับความนิยมของอาฟเตอร์สคูลตั้งแต่เดบิวต์ พร้อมๆกับได้ปล่อยดีวีดีบันทึกการแสดง AFTERSCHOOL First Japan Tour 2012 -PLAYGIRLZ- ซึ่งเป็นดีวีดีบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตในญี่ปุ่นของพวกเธอด้วย

ในวันที่ 13 มิถุนายน 2013 อาฟเตอร์สกูลได้ปล่อยซิงเกิลอัลบั้มชุดที่ 6 "First Love" ซึ่งมีเพลงโปรโมทที่ใช้ชื่อเดียวกัน ซิงเกิลชุดนี้เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของอาฟเตอร์สกูลกับโปรดิวเซอร์ Brave Brothers หลังจากที่เคยได้ร่วมงานกันในซิงเกิล "Because of You" เมื่อปี 2009 ในการกลับมาครั้งนี้สมาชิกได้มีการปรับเปลี่ยนลุคส์และภาพลักษณ์ที่มีเสน่ห์ของพวกเธอเข้าไปโดยการเต้น Pole Dance ทื่แสนหรู พวกเธอฝึกฝนกันนานเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผู้บาดเจ็บคือ ลิซซี่ ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้าและขา และเรนะที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนและข้อมือ

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2013 อาฟเตอร์สกูลได้ออกผลงานซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 5 "Heaven" ซึ่งเปิดตัวที่อันดับ 6 บนออริกอนชาร์ต และทำยอดขายได้มากกว่า 18,000+ ก็อปปี้ในสัปดาห์แรกที่ปล่อยซิงเกิลออกมา

ในวันที่ 15 ธันวาคม 2013 ได้มีการปล่อยทีเซอร์มิวสิควิดีโอซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 6 ของอาฟเตอร์สคูล "Shh" ต่อมาในวันที่ 17 ธันวาคม ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MTV Japan ได้ออกอากาศมิวสิควิดีโอเพลงนี้เป็นครั้งแรก ก่อนที่ทางช่องหลักของ Avex Trax ในเว็บไซต์ยูทูปจะปล่อยมิวสิควิดีโออย่างเป็นทางการในอีก 2 วันถัดมา

2014: "Shh", "Dress to Kill", เรนะโซโล่ และ จูยอนจบการศึกษา[แก้]

ในวันที่ 29 มกราคม 2014 อาฟเตอร์สกูลได้วางจำหน่ายซิงเกิลอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 6 "Shh" หลังจากที่ได้ทำการปล่อยมิวสิควิดีโอไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยซิงเกิลนี้เปิดตัวที่อันดับ 7 บนออริกอนชาร์ต และทำยอดขายได้มากกว่า 16,000+ ก็อปปี้ในสัปดาห์แรกที่ปล่อยซิงเกิลออกมา

ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2014 อาฟเตอร์สกูลได้ปล่อยซิงเกิล "Week" ซึ่งเป็นซิงเกิลในโปรเจกต์พิเศษเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ Brave Brothers ซึ่งนี้ทำให้อาฟเตอร์สกูลได้กลับมาทำงานร่วมกับ Brave Brothers อีกครั้ง

ในวันที่ 19 มีนาคม 2014 อาฟเตอร์สกูลได้ทำการปล่อยอัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 2 Dress to Kill ซึ่งได้ปล่อยออกมาถึง 3 เวอร์ชันด้วยกัน

ในวันที่ 28 กันยายน 2014 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ ได้ประกาศว่าเรนะหนึ่งในสมาชิกของอาฟเตอร์สกูลจะทำการปล่อยผลงานเดี่ยวชุดแรกที่ใช้ชื่อว่า "Reset" โดยมีเพลงโปรโมทอย่าง 'You End, And Me' ที่ได้นักร้องฮิปฮอป คันโตะ จากวงทรอย (Troy) มาร่วมร้องในซิงเกิลนี้ด้วย

อาฟเตอร์สกูลเริ่มต้นการทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2014 โดยใช้ชื่อว่า "Dress to SHINE" ที่กรุงโตเกียว และสิ้นสุดในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2014 ที่กรุงโอซะกะ

ในวันที่ 31 ธันวาคม 2014 เพลดิสเอนเตอร์เทนเมนท์ต้นสังกัดของอาฟเตอร์สกูลได้ออกมาแถลงว่า จูยอนนั้นได้หมดสัญญากับทางต้นสังกัดแล้ว และเธอตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญา ทำให้เธอเป็นสมาชิกคนที่ 4 ที่จบการศึกษาจากวงอาฟเตอร์สกูล อนึ่ง จูยอนนั้นได้เขียนจดหมายถึงแฟนๆบอกถึงเหตุผลของการจบการศึกษาในครั้งนี้ นั่นเพราะเธอต้องการที่จะผันตัวไปเป็นนักแสดง

2015  : อัลบั้มภาษาญี่ปุ่น Best[แก้]

ในวันที่ 23 มกราคม 2015 ลิซซี่ หนึ่งในสมาชิกอาฟเตอร์สกูล ได้ปล่อยผลงานเดี่ยวซิงเกิลชุดแรก "Not An Easy Girl" (쉬운 여자 아니에요) ซึ่งเป็นเพลงในรูปแบบทร็อต (เพลงลูกทุ่งของเกาหลี)

ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2015 อาฟเตอร์สกูลได้ปล่อยซิงเกิลภาษาญี่ปุ่น "Shine" เพื่อเป็นซิงเกิลโปรโมทสำหรับอัลบั้ม Best ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลงภาษาญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมของอาฟเตอร์สกูล ที่จะวางขายในวันที่ 18 มีนาคม 2015

2016  : สมาชิกแยกย้ายทำงานเดี่ยว[แก้]

2017 : ยูอีจบการศึกษา[แก้]

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา แหล่งข่าวจาก Pledis Entertainment กล่าวว่า “ปัจจุบันเรากำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการต่อสัญญาใหม่กับเธออยู่” แหล่งข่าวจากสื่อก่อนหน้าบอกว่า ยูอี จะรับงานอิสระและอาจจะออกจากบริษัท หลังจากที่สัญญาสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม ยูอี เป็นสมาชิกของ After School ตั้งแต่ปีพ. ศ. 2009 และได้รับบทละครหลายเรื่องเช่น “High Society”, “Marriage Contract” และ “Night Light”

สมาชิก[แก้]

อาฟเตอร์สกูลมีระบบการเข้าเรียนและสำเร็จการศึกษาที่หมุนเวียนสมาชิกเข้าหรือออกจากกลุ่ม[12]

เส้นเวลา[แก้]

ผลงานเพลง[แก้]

ทัวร์[แก้]

คอนเสิร์ตของตัวเอง[แก้]

  • 2012: อาฟเตอร์สกูลเฟิสต์เจแปนทัวร์ "เพลย์เกิร์ล"
  • 2014: อาฟเตอร์สกูลเซเคินด์เจแปนทัวร์ "เดรสทูชายน์"

คอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินอื่น[แก้]

รางวัลและการเสนอชื่อ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Vitalsign (3 May 2011). "After School discusses their admissions and graduation system". Allkpop.com. สืบค้นเมื่อ 9 March 2012. 
  2. ":: PLEDIS ::". pledis.co.kr. สืบค้นเมื่อ 2016-07-27. 
  3. "Daily K Pop News: [News] After School "Because of You" achieves "All Kill" on main charts". สืบค้นเมื่อ 2016-07-26. 
  4. "After School wins Mutizen on Inkigayo Because of You | allkpop.com". สืบค้นเมื่อ 2016-07-26. 
  5. "After School achieves an all-kill on real time charts with "Flashback" | allkpop.com". สืบค้นเมื่อ 2016-07-26. 
  6. "After School". Rolling Stone. สืบค้นเมื่อ 2016-07-26. 
  7. "After School 'First Love' Comeback: Pole Dancing & Topless Melancholy". สืบค้นเมื่อ 2016-07-26. 
  8. [www.billboard.com/articles/columns/k-town/7865168/best-k-pop-girl-groups-decade "10 Best K-Pop Girl Groups of the Past Decade: Critic's Picks"] Check |url= scheme (help). สืบค้นเมื่อ 2017-10-28. 
  9. Kang Seung-hoon (16 January 2009). "New girl group After School debuts". Asia Entertainment (ใน Korean). Archived from the original on 29 January 2009. สืบค้นเมื่อ 16 January 2009. 
  10. 10.0 10.1 Garcia, Cathy Rose A. (7 June 2009). "Pop Group Pussycat Dolls Sizzle in Seoul". The Korea Times (Hankook Ilbo). สืบค้นเมื่อ 2009-06-22. 
  11. "MTV EXIT RETURNS TO CAMBODIA TO FIGHT HUMAN TRAFFICKING". MTV Exit. สืบค้นเมื่อ 1 December 2011. 
  12. Vitalwarning (19 May 2011). "After School responds to rumors about "graduating", living separately, and revealing their personal lives". Allkpop.com. สืบค้นเมื่อ 9 March 2012. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]