อังคารอหังการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อังคารอหังการ  
Keys2.jpg
ผู้ประพันธ์การ์ธ นิกซ์
ชื่อเรื่องต้นฉบับGrim Tuesday
ผู้แปลแสงตะวัน
ศิลปินปกหริรักษ์ มงคลพร
ประเทศประเทศไทย
ภาษาไทย
ซีรีย์อาณาจักรแห่งกาลเวลา
ประเภทนวนิยายแฟนตาซี, วรรณกรรมเยาวชน
สำนักพิมพ์สำนักพิมพ์เอ็นเธอร์บุ๊คส์ในเครือสำนักพิมพ์แจ่มใส
วันที่พิมพ์พ.ศ. 2549
ชนิดสื่อหนังสือปกอ่อน พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา
หน้า248 หน้า
ISBNISBN 974-93365-1-8แม่แบบ:Error-small
เรื่องก่อนหน้าอาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน จันทร์มหันตภัย 
เรื่องถัดไปอาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน พุธเพชฌฆาต 

อังคารอหังการ เป็นหนังสือเล่มที่ 2 ของหนังสือชุดอาณาจักรแห่งกาลเวลา ของ การ์ธ นิกซ์ นักเขียนชาวออสเตรเลีย ปัจจุบันได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว โดยสำนักพิมพ์ "แจ่มใส" หนังสือในชุดเดียวกัน คือ จันทร์มหันตภัย พุธเพชฌฆาต พฤหัสเจ้าศาสตรา ศุกร์รัตติกาล และเสาร์มนตรา

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจมหันตภัยของคุณวันจันทร์ อาเธอร์ก็จำต้องกลับเข้าสู่บ้านอีกครั้ง เมื่อได้รับแจ้งจากพินัยกรรมว่าศัตรูคนใหม่นามอังคารเคร่งเข้าอ้างสิทธิ์ของคุณวันจันทร์คนก่อน ด้วยการเข้ามาก่อความวุ่นวายในโลกของอาเธอร์ หากอาเธอร์ไม่ยอมชำระหนี้เก่าของบ้านเบื้องล่าง เขาจะทำลายโลกให้ย่อยยับ

การผจญภัยครั้งใหม่อุบัติขึ้น เพื่อชิงกุญแจดอกที่สองจากผู้ปกครองจอมละโมบ ก่อนที่การเรียกคืนอย่างสมบูรณ์แบบจะตามมา อาเธอร์ต้องพาตนเองเข้าสู่ผืนดินไกล ดินแดนแห่งความสกปรกและความมืด ในหน้าที่ของคนงานต่ำต้อย ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด บุกหอสมบัติ นั่งเรือฝ่าใจกลางดวงอาทิตย์ ทุกด่านที่คอยสกัดกั้นอาเธอร์ล้วนแต่อันตราย อนาคตของเขาและอาณาจักรชั้นที่สองถูกจำกัดด้วยเวลา และมีครอบครัวของเขา ชะตากรรมของชาวโลกเป็นเดิมพัน

ตัวละครสำคัญ[แก้]

  • อังคารเคร่ง

ดูเพิ่มที่ อังคารเคร่ง

  • จาเพ็ท (Japeth)

เขาเป็นนักอภิธานศัพท์ขั้นที่สอง เขามักจะใช้คำเป็นจำนวนมากและสับสนเสมอ เขาเป็นผู้ที่ช่วยเหลืออาเธอร์ในหลุมลึก ภายหลังเขาได้เขียนหนังสือแล้วจัดพิมพ์ส่งไปทั่วบ้าน โดยแต่งให้อาเธอร์สูงสิบฟุต หล่อ กำยำ มีพลังอำนาจ พร้อมอาวุธที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง รวมทั้งซูซี่ซึ่งกลายเป็นนักรบแอมะซอน และพินัยกรรมก็เป็นปีศาจครึ่งกบครึ่งหมี สันนิษฐานว่าเป็นการทำให้พลเมืองในบ้านส่วนอื่นๆ กลัวเพื่อที่จะได้ยอมศิโรราบท่านอาเธอร์ได้อย่างง่ายดาย

  • มาเธียส (Mathias)

เสมียนอุปกรณ์จากหลุมลึกของอังคารเคร่ง เขาเป็นผู้ที่แนะนำอาเธอร์ในหลุมลึก เขาเคยอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ แต่ก็ถูกลดตำแหน่งลงมาเนื่องจากไปร้องเรียนเรื่องตะเกียงเจ้าพายุซึ่งเสีย

  • เขม่า (Soot)

เคยเป็นคิ้วข้างหนึ่งของอังคารเคร่งแต่ถูกตัดออกไป มันมีลักษณะเหมือนเขม่าเนื่องจากต้องอาศัยอยู่บนเพดานของผืนดินไกล เพราะมันไม่สามารถเข้าใกล้ผู้คุมของอังคารเคร่งและนิทลิ่งทั่วไปที่เกิดจากสุญญะได้ เขม่ามีความสามารถในการประดิษฐ์เพชร ซึ่งอาเธอร์และซูซี่ใช้ตัดกระจกเข้าไปในพีระมิดแก้วของอังคารเคร่ง มันยังคงเหลือความทรงจำของอังคารเคร่งอยู่ และความปรารถนาสูงสุดของมัน ก็คือ การเขาไปอยู่ในหอสมบัติและกินเอาสมบัติเข้าไป มันถูกฆ่าโดยกัปตันทอม เชลว็อค จากคำสั่งของอังคารเคร่ง

  • ย่ำค่ำของวันเสาร์ (Saturday's Dusk)

หนึ่งในมนตรีของเสาร์เลอเลิศ เขาเป็นผู้กระตุ้นให้กำแพงค้ำพังลงมา และสังหารยานที่พยายามจะช่วยอาเธอร์ เขาพยายามจะสังหารอาเธอร์ด้วยเช่นกัน แต่ก็ถูกขัดขวางโดยพลังของกุญแจ ก่อนที่จะหลบหนีไปพร้อมกับบาดแผล

เช่นเดียวกับยามเที่ยงของวันเสาร์ เขาเป็นผู้ชายหล่อเหลา ซึ่งมีอำนาจคล้ายกับการสะกดจิต เขาได้ต่อสู้กับร้อยโทผู้รักษาประตูหลายครั้ง เนื่องจากคำสั่งของวันเสาร์เลอเลิศให้เปิดประตูอย่างผิดกฎของบ้านในหลายแห่ง เขามีเลือดสีทอง ซึ่งแตกต่างจากเลือดของพลเมืองทั่วไปซึ่งเป็นสีน้ำเงิน และรวมไปถึงเลือดของย่ำรุ่ง ยามเที่ยง และย่ำค่ำของวันอื่นๆ รวมไปถึงเลือดของวันพุธจมตายด้วย

ขณะนี้เป็นที่ถกเถียงกันว่าเขาผู้นี้เป็นย่ำค่ำของวันเสาร์จริงหรือไม่ เพราะในศุกร์รัตติกาล ปรากฏว่าย่ำค่ำในเรื่องมีเลือดสีฟ้า[1][2]

  • คุณหญิงพรีมัส (Dame Primus)

คือส่วนแรกของพินัยกรรม ที่อยู่ในรูปของหญิงสาว ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งรักษาการณ์ตามที่อาเธอร์มอบหมายอำนาจให้ ส่วนในตอนท้ายของเรื่อง เธอก็ได้รวมเอาพินัยกรรมส่วนที่สองเข้าไปด้วย เนื่องจากเป้าหมายสูงสุดของพินัยกรรม ก็คือ การรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ลักษณะของเธอในเรื่องคือ สุภาพสตรีในชุดสีฟ้าสดกับลูกไม้สีทอง สวมหมวกขนสัตว์ทรงสูงน่าขัน เธอยังรวบผมสีเงินของเธอเหมือนเดิม แต่ปีกเธอบางจนแทบมองไม่เห็น อย่างไรก็ตาม เธอสูงขึ้นกว่าตอนที่อาเธอร์เจอครั้งสุดท้าย และดูเหมือนจะทำตัวรู้ไปเสียทุกอย่าง เธอขอส่งคืนกุญแจดอกแรก และให้อาเธอร์อยู่บูรณะบ้านเบื้องล่างและผืนดินไกลที่นี่ แต่เขาก็ปฏิเสธ มอบกุญแจดอกที่สองให้เธอรักษาการณ์ และให้เธอถอนพลังทั้งหมดออกจากตัวเขา

  • กัปตันทอม เชลว็อค (Captain Tom Shelvocke)

ดูเพิ่มที่ ลูกทะเล

สถานที่สำคัญ[แก้]

  • สถานีบน

เป็นสถานีที่นำพลเมืองจากวันอื่น ๆ เข้ามาทำงานในหลุมลึก ที่หน้าสถานีมีรูปของอังคารเคร่ง ที่สถานีดังกล่าวพวกผู้คุมของอังคารเคร่งจะจัดพลเมืองเป็นแก๊ง แก๊งละ 12 คน เพื่อลงไปทำงาน โดยจะมอบเทียนจับเวลาให้กับคนแรกของแก๊ง โดยที่พวกเขาทั้งหมดต้องเดินทางลงไปจนถึงสถานที่กลางทางที่หนึ่งก่อนเทียนจะไหม้หมด และจากนั้นพวกเขาจะได้รับแจกเทียนจับเวลาอีกอัน ซึ่งพวกเขาต้องเดินทางต่อไปจนถึงสถานีกลางทางอีกแห่ง พวกเขาต้องเดินไปด้วยระบบนี้เรื่อยๆ จนกว่าจะถึงสถานีล่าง ซึ่งพวกเขาจะต้องเริ่มทำงาน ที่สถานีบนยังเป็นที่สำหรับรถไฟและล้อเคลื่อนที่ซึ่งจะเดินทางไปตามรางรถไฟไปจนถึงสถานีล่าง การเดินลงไปยังสถานีล่างใช้เวลาอย่างต่ำ 4 เดือน แต่รถไฟใช้เวลาเพียง 4 วันเท่านั้น

  • หลุมลึก

เป็นหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากการขุดเจาะเป็นเวลาหลายศตวรรษ โดยมันมีขนาดใหญ่มากจนแม้แต่ระเบิดอาทิตย์ก็ยังส่องไปไม่ถึงก้นของมัน ที่หลุมลึกจะมีรางรถไฟสำหรับรถไฟของอังคารเคร่งและลูกล้อเคลื่อนที่ ที่หลุมลึก มันยังมีเศษสุญญะเป็นจำนวนมากและเมื่อมันควบแน่นกลับมาเป็นของเหลว ก็จะก่อให้เกิดฝน เรียกว่า "ฝนสุญญะ" ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความบาดเจ็บได้ พวกเขาจึงต้องมีร่มและเสื้อคลุมกันฝน ในหลุมลึกยังมีอากาศเน่าเสียเป็นจำนวนมาก ซึ่งพวกเขาจะต้องจ่ายเงินกับอากาศเน่าๆ ที่สูดเข้าไปด้วย

  • หอสมบัติของอังคารเคร่ง

มีพีระมิดครอบด้วยแก้ว อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของผืนดินไกล หลังคาหอสมบัติมีเสาบอกทิศลมรูปไก่ ในหอสมบัติของอังคารเคร่งมีสมบัติอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งเขาห้ามไม่ให้คนอื่นๆ เข้าไปในหอสมบัติของเขา ในหอสมบัติของเขายังมีลูกทะเลเฝ้าอยู่ด้วย ในเรื่อง อาเธอร์และซูซี่สามารถเข้าไปข้างในได้โดยการเกาะติดกับเพดาน และใช้เพชรซึ่งได้มาจากเขม่าตัดเข้าไป

  • ดวงอาทิตย์

อยู่ภายในขวดของลูกทะเล ซึ่งใส่เอาส่วนหนึ่งของอาณาจักรชั้นที่สองเข้าไป พวกเขาเดินทางเข้าไปข้างใน โดยเรือท่องอวกาศ ภายในดวงอาทิตย์ยังมีท่าเรือ ซึ่งอังคารเคร่งได้ซ่อนเอาพินัยกรรมส่วนที่สองอันอยู่ในรูปของหมีตะวันไว้ด้านใน เมื่อตอนที่พวกเขากำลังจะเดินทางออกมา พวกเขาก็เจอกับนิทลิ่งซึ่งเดินทางผ่านเข้ามาในท่าเรือได้

  • ก้นหลุมลึก

ที่ซึ่งมีเชิงเทินสำหรับกั้นมิให้นิทลิ่งเข้ามาในผืนดินไกลและส่วนอื่นๆ ของอาณาจักรชั้นที่สอง เดิมทำจากอิฐ แต่เนื่องจากนิทลิ่งสามารถดึงอิฐออกจากกำแพงอันก่อให้เกิดความเสียหายได้ อาเธอร์จึงเปลี่ยนมันให้อยู่ในรูปของกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กไร้สภาพ อันลื่น เหนียวและมีคุณสมบัติอื่นๆ ซึ่งทำให้นิทลิ่งไม่สามารถผ่านกำแพงได้อีกต่อไป

ดูเพิ่มที่ ผืนดินไกล

อ้างอิง[แก้]