อะชีนวีระตู
วีระตู | |
|---|---|
| ส่วนบุคคล | |
| เกิด | 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1968 |
| ศาสนา | พุทธ |
| สัญชาติ | พม่า |
| สำนัก | เถรวาท |
| ฉายาทางศาสนา | วีรสู (Vīrasū) |
| อาชีพ | ภิกษุ |
| วัด | อาราม Masoyein ใหม่ มัณฑะเลย์ |
| ตำแหน่งชั้นสูง | |
| ครู | Dhammapiya |
วีระตู (พม่า: ဝီရသူ; วีรสู, บาลี: Vīrasū) หรือ อะชีนวีระตู (အရှင်ဝီရသူ; ชื่อเกิด Win Khaing Oo (พม่า: ဝင်းခိုင်ဦး); 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1968) เป็นภิกษุและผู้ทำสงครามชาวพม่าที่เป็นผู้นำขบวนการ 969 ในประเทศพม่า[1]
เขาได้รับฉายาว่า "โฉมหน้าแห่งความหวาดกลัวในศาสนาพุทธ"[2] เขาได้ยุยงให้เกิดการกดขี่ข่มเหงชาวมุสลิมในประเทศพม่า โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยโรฮีนจา ผ่านคำพูดของเขา[3] ทางเฟซบุ๊กแบนเพจของเขา โดยกล่าวหาว่าเผยแพร่ความเกลียดชังทางศาสนาต่อชุมชนอื่น หลังจากเตือนไม่ให้โพสต์เนื้อหาที่ปลุกปั่นความขัดแย้งทางศาสนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า[4]
ภูมิหลัง
[แก้]วีระตูมีชื่อเกิดว่า Win Khaing Oo[5] เกิดใน ค.ศ. 1968 ที่หมู่บ้านมยีนไซ่ง์ เจาะแซ ใกล้มัณฑะเลย์ วีระตูออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ 14 ปีเพื่อบวชเป็นสามเณรใน ค.ศ. 1985 และพระภิกษุใน ค.ศ. 1988[5]
ใน ค.ศ. 2001 เขาเริ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ 969[6] สองปีต่อมาใน ค.ศ. 2003 เขาถูกตัดสินจำคุก 25 ปีเนื่องจากการเทศนาของเขา[7] แต่ได้ปล่อยตัวใน ค.ศ. 2012 ร่วมกับนักโทษทางการเมืองคนอื่น ๆ[8] นับตั้งแต่การปฏิรูปรัฐบาลใน ค.ศ. 2011 เขาจึงใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะยูทูบ[9] หลังถูกไม่ให้โพสต์เนื้อหาที่ปลุกปั่นความขัดแย้งทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง เฟซบุ๊กจึงแบนเพจของเขาเนื่องจากเผยแพร่ความเกลียดชังทางศาสนาต่อชุมชนอื่น[4]
ขบวนการ 969
[แก้]วีระตูเป็นผู้นำภิกษุเดินขบวนในมัณฑะเลย์เมื่อกันยายน ค.ศ. 2012 เพื่อสนับสนุนแผนที่เป็นข้อพิพาทของประธานาธิบดีเต้นเซนที่มีแผนส่งมุสลิมโรฮีนจาไปยังประเทศที่สาม[10] หนึ่งเดือนต่อมา เกิดความรุนแรงขึ้นในรัฐยะไข่[10] วีระตูอ้างว่าความรุนแรงในรัฐนี้เป็นต้นกำเนิดของความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามมาในเมะทีลา ซึ่งข้อพิพาทในร้านขายทองได้ลุกลามบานปลายกลายเป็นการปล้นสะดมและวางเพลิง หลังมีการวาเพลิงอาราม ร้านค้า และบ้านทั่วทั้งนคร ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 14 คน[11][12] มีรายงานคนถูกทำร้ายและทรมานโดยฝูงชนในเมะทีลาเมื่อ 5 มีนาคม อย่างน้อยสองคนคือพระภิกษุชาวพม่าชื่อ ชิน ทอบิตา และชายชาวมุสลิม[13]
วีระตูถูกกล่าวถึงในเรื่องราวหน้าปกของนิตยสาร ไทม์ เรื่อง "โฉมหน้าแห่งความหวาดกลัวในศาสนาพุทธ" เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2013[14] วีระตูกล่าวอ้างถึงมุสลิมว่า "คุณเต็มไปด้วยความกรุณาและความรักได้ แต่คุณไม่สามารถนอนหลับใกล้หมาบ้าได้ ถ้าเราอ่อนแอ แผ่นดินของเราจะกลายเป็นมุสลิม"[3] โดยอ้างถึงความรุนแรงและการครอบงำของชาวมุสลิมในประเทศเพื่อนบ้าน และยกตัวอย่างกรณีของการเผยแผ่ศาสนาอิสลามในประเทศอินโดนีเซีย[15] วีระตูอ้างว่ามุสลิมฝ่ายศัตรูเรียกเขาเป็น "บินลาเดนชาวพม่า" หลังบทความในนิตยสารไทม์รายงานผิดพลาดว่าเขาอธิบายตัวเองในลักษณะนี้[16] เขากล่าวว่าตน "รังเกียจความรุนแรง" และ "ต่อต้านการก่อการร้าย"[16] วีระตูได้แสดงความชื่นชมและปรารถนาที่จะปฏิบัติตามแบบอย่างของ English Defence League โดยการ "ปกป้องประชาชน"[17]
เต้นเซนกล่าวหานิตยสารไทม์ว่าให้ร้ายศาสนาพุทธ และทำลายกระบวนการปรองดองแห่งชาติด้วยการกล่าวหาว่าพระสงฆ์ผู้พูดตรงไปตรงมาคนนี้ยุยงให้เกิดความรุนแรงต่อชาวมุสลิมในประเทศพม่า ประธานาธิบดีกล่าวถึงเขาเป็น "พุทธบุตร" และปกป้องวีระตูว่าเป็น "บุคคลผู้สูงส่ง" ที่มุ่งมั่นในสันติภาพ เต้นเซนกล่าวว่า "บทความในนิตยสารไทม์อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับศาสนาพุทธ ซึ่งมีมานานนับพันปี และเป็นศาสนาที่ผู้คนส่วนใหญ่ในพม่านับถือ" [18] ในการให้สัมภาษณ์กับ DVB วีระตูกล่าวหาว่านิตยสารไทม์ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยปฏิเสธที่จะนำเสนอความคิดเห็นของเขาในรูปแบบคำถามและคำตอบแบบคำต่อคำ เขากล่าวว่า "ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยิน[ข่าวลือ]ว่าโลกอาหรับครอบงำสื่อระดับโลก แต่ครั้งนี้ผมได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว"[18] วีระตูกล่าวโทษชาวมุสลิมอย่างเปิดเผยว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรงเมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาอ้างว่าชาวมุสลิมในประเทศพม่าได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกองกำลังในตะวันออกกลาง โดยกล่าวว่า "พวกมุสลิมท้องถิ่นนั้นหยาบคายและป่าเถื่อน เพราะพวกหัวรุนแรงชักใยอยู่เบื้องหลัง ให้การสนับสนุนทางการเงิน การทหาร และอำนาจทางเทคนิค"[19]
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 เขาตกเป็นเป้าหมายของการวางระเบิดอย่างชัดเจน แต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 5 คน วีระตูอ้างว่าการวางระเบิดเป็นฝีมือของมุสลิมสุดโต่งเพื่อปิดปากเขา[20][21][22]
เขาเรียกร้องให้จำกัดการแต่งงานระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม[23] และคว่ำบาตรธุรกิจของมุสลิม[9]
กระนั้น ใช่ว่าทุกคนที่นับถือศาสนาเดียวกันเห็นด้วยกับคำสอนของเขา เจ้าอาวาส Ashin Ariyawuntha Biwunsa แห่งอาราม Myawaddy Sayadaw ที่มัณฑะเลย์ ประณามเขา โดยกล่าวว่า "เขาเอนเอียงไปทางความเกลียดชังเล็กน้อย [และนี่ไม่ใช่] แนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงสอน สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนคือความเกลียดชังนั้นไม่ดี เพราะพระพุทธองค์ทรงมองทุกคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่เท่าเทียมกัน พระพุทธเจ้าไม่ได้มองผู้คนผ่านศาสนา"[10] The Guardian อธิบายสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นความสุดโต่งของเขาว่าเป็นเพียงเพราะความไม่รู้ แม้ว่ามุมมองของเขาจะมีอิทธิพลในประเทศพม่า ซึ่งธุรกิจจำนวนมาก "ชาวมุสลิมดำเนินกิจการได้สำเร็จ"[10]
Maung Zarni นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวพม่า ประณามขบวนการ 969 ของวีระตูที่เผยแพร่ประทุษวาจา[10] และโต้แย้งว่าประเทศในสหภาพยุโรปควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากพม่าเป็น "ประเทศรายใหญ่ที่รับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป"[10]
กิจกรรมหลังขบวนการ 969 ถูกแบน
[แก้]ขบวนการ 969 ถูกคณะกรรมการสังฆมหาเถระแห่งรัฐสั่งห้ามในเดือนกันยายน ค.ศ. 2013 จากร่างกฎหมายสิทธิพลเมืองเพื่อจำกัดประชากรมุสลิม[24] แต่หลังจากนั้นไม่นานในเดือนมกราคม ค.ศ. 2014 ผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับขบวนการ 969 ได้ก่อตั้งสมาคมรักชาติแห่งเมียนมาร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อภาษาพม่าว่า Ma Ba Tha ดำเนินการส่งเสริมแนวคิดการปกป้องเชื้อชาติ หลังจากถูกสั่งห้ามในลักษณะเดียวกัน สมาคมนี้จึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นมูลนิธิพุทธธรรมการกุศลใน ค.ศ. 2017 วีระตูตอบโต้คำสั่งห้ามเหล่านี้โดยชี้ว่าคณะกรรมการสังฆมหาเถระถูกควบคุมโดยกองทัพและตัดสินใจ "ภายใต้แรงกดดัน"[24]
แม้ว่า Ma Ba Tha จะนำโดยคณะกรรมการร่วม แต่วีระตูได้รับการอธิบายว่าเป็นผู้นำที่พูดตรงไปตรงมาของ Ma Ba Tha[25] ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเข้าร่วมในการรณรงค์ของ Ma Ba Tha เพื่อสนับสนุนกฎหมายจำกัดสิทธิพลเมืองของชาวมุสลิม และห้ามไม่ให้พวกเขามีภรรยาหลายคน แต่งงานกับหญิงชาวพุทธ หรือมีครอบครัวใหญ่[25]
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 วีระตูเรียก Yanghee Lee ทูตพิเศษของสหประชาชาติว่า "นังแพศยา" และ "โสเภณี"[26][27] หลังจากที่เธอแสดงปฏิกิริยาต่อการรณรงค์ล็อบบี้ทางกฎหมายอย่างเปิดเผย และเชิญชวนให้เธอไป "ถวายตูดให้พวกกะลาร์" (kalar; คำดูหมิ่นที่ใช้เรียกชาวมุสลิม)[28][29]
วีระตูนำการสวดมนต์และประท้วงที่วัดพระมหามัยมุนีในมัณฑะเลย์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 เพื่อประณามการบุกโจมตีวัดพระธรรมกายในกรุงเทพมหานครของรัฐบาลไทย[30]
สังฆมหานายกประจำภาคอิรวดีได้สั่งห้ามวีระตูเผยแพร่ธรรมในภาคนี้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2017[31]
ถูกจับและปล่อยตัว
[แก้]หลังคำสั่งห้ามสิ้นสุดลง เขายังคงกล่าวสุนทรพจน์ปลุกระดมทางศาสนาต่อไป เมียนมาร์ไทมส์รายงานว่า เขายังกล่าวเป็นนัยถึงการโค่นล้มอองซานซูจีโดยพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างเธอกับกองทัพ "ประชาชนควรบูชา สส. ฝ่ายทหารราวกับบูชาพระพุทธเจ้า..."[32] และยังเปรียบเทียบซูจีกับ "โสเภณีผู้ประจบประแจงแก่ผลประโยชน์ของต่างชาติ" ในสุนทรพจน์ที่เมืองมะริดซึ่งกลายเป็นไวรัล[32][33] มีการออกหมายจับในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2019[34] ในข้อหาปลุกระดมและหมิ่นประมาท หลังจากหลบหนีการจับกุมเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง เขาก็ยอมมอบตัวต่อตำรวจในย่างกุ้งหนึ่งสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศพม่า ค.ศ. 2020 และถูกจับกุม[34][35]
ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2021 คณะรัฐบาลทหารได้ยกเลิกข้อกล่าวหาปลุกระดมต่อวีระตู และเขาได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา[36] ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2022 เขาได้รับรางวัล Thiri Pyanchi ซึ่งเป็นหนึ่งในเกียรติยศสูงสุดของประเทศ[37][38]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Two documentaries probe Myanmar's religious strife". The Economist (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 28 February 2018.
- ↑ "Myanmar's military honours anti-Muslim monk, frees prisoners". Al Jazeera (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-06-14.
- 1 2 Thomas Fuller (20 June 2013). "Extremism Rises Among Myanmar Buddhists". The New York Times.
- 1 2 "Facebook removes Myanmar monk's page for 'inflammatory posts' about Radical Islamists". Scroll.in (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 27 February 2018. สืบค้นเมื่อ 27 October 2020.
- 1 2 "မြန်မာပြည်က ကမ္ဘာသိ ဆရာတော် ဦးဝီရသူ". BBC News မြန်မာ (ภาษาพม่า). สืบค้นเมื่อ 2025-02-20.
- ↑ Alan Strathern (1 May 2013). "Why are Buddhist monks attacking Muslims?". BBC.
- ↑ Kate Hodal (28 April 2013). "Buddhist monk uses racism and rumours to spread hatred in Burma". The Guardian.
- ↑ The Irrawaddy (2 April 2013). "Nationalist Monk U Wirathu Denies Role in Anti-Muslim Unrest". Irrawaddy.com. สืบค้นเมื่อ 28 February 2018.
- 1 2 Gianluca Mezzofiore (26 March 2013). "Fanatical Buddhist Monk Saydaw Wirathu Calling for Boycott of Myanmar Muslims". International Business Times.
- 1 2 3 4 5 6 Kate Hodal (18 April 2013). "Buddhist monk uses racism and rumours to spread hatred in Burma – The Guardian". The Guardian.
- ↑ Phyo Wai Lin, Jethro Mullen and Kocha Olarn (22 March 2013). "Armed Buddhists, including monks, clash with Muslims in Myanmar". CNN.
- ↑ "Inteview [ตามต้นฉบับ] with Myanmar's President". CNN. 24 May 2013.
- ↑ "The Rohingya Saga". Korean Press News. 21 June 2013. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 September 2017. สืบค้นเมื่อ 4 July 2013.
- ↑ Hannah Beech (1 July 2013). "The Face of Buddhist Terror". Time. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 June 2013.
- ↑ "Militant Buddhist monks are stoking sectarian tensions in Myanmar". The Economist. 10 August 2017. สืบค้นเมื่อ 11 August 2017.
- 1 2 Khin Khin Ei (21 June 2013). "Myanmar Monk Rejects Terrorist Label Following Communal Clashes". Radio Free Asia.
- ↑ "Radical Buddhist monk accused of inciting riots that have killed hundreds of Muslims". New York Post. 21 June 2013.
- 1 2 Hanna Hindstrom (26 June 2013). "Burma president backs anti-Muslim 'hate preacher' Wirathu". Democratic Voice of Burma. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 December 2018. สืบค้นเมื่อ 22 March 2015.
- ↑ Hodal, Kate (18 April 2013). "Buddhist monk uses racism and rumours to spread hatred in Burma". The Guardian.
- ↑ Shibani Mahtani and Myo Myo (22 July 2013). "Blast Near Monk Injures 5 in Myanmar". The Wall Street Journal.
- ↑ "Burma police: Explosion near Wirathu sermon in Mandalay wounds 5". AP News. 22 July 2013. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 December 2018. สืบค้นเมื่อ 23 July 2013.
- ↑ Khin Maung Soe and Yadanar Oo (22 July 2013). "Myanmar's Nationalist Monk Claims Bombers Sought to 'Silence Him'". Radio Free Asia.
- ↑ Shibani Mahtani (22 July 2013). "Myanmar Plan to Curb Interfaith Marriage Gains Support". The Wall Street Journal.
- 1 2 "Myanmar Buddhist committee bans anti-Muslim organizations". Reuters. 11 September 2013. สืบค้นเมื่อ 18 March 2021.
- 1 2 Fisher, Jonah (8 October 2015). "Myanmar's Ma Ba Tha monks flex their political muscle". BBC News. สืบค้นเมื่อ 18 March 2021.
- ↑ Tim Hume (22 January 2015). "Top U.N. official slams Myanmar monk over 'whore' comments". CNN.
- ↑ "UN condemns Myanmar monk Wirathu's 'sexist' comments". BBC Asia. 22 January 2016.
- ↑ Mangala Dilip (20 January 2015). "Anti-Muslim Myanmar Buddhist Monk Wirathu Calls UN Envoy 'Bitch and Whore'". International Business Times.
- ↑ Maddie Smith (22 January 2016). "Myanmar's Extremist Monk Doesn't Regret Calling UN Envoy a 'Whore'". Vice News.
- ↑ Zarni Mann "U Wirathu Leads Protest in Solidarity with Dhammakaya Temple", The Irrawaddy, Myanmar, 24 February 2017
- ↑ EMG Reporter "Buddhist monk banned from preaching in Ayeyarwady" เก็บถาวร 4 กันยายน 2017 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, Weekly Eleven, 11 March 2017
- 1 2 "Warrant issued for arrest of ultranationalist monk". The Myanmar Times. 30 May 2019. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 March 2021. สืบค้นเมื่อ 9 September 2020.
- ↑ "Gov't Weighs Legal Action against Monk for Speeches Attacking State Counselor". The Irrawaddy (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 8 May 2019. สืบค้นเมื่อ 9 September 2020.
- 1 2 "Fugitive Myanmar monk gives himself up after 18 months on run". France 24 (with AFP). 2 November 2020. สืบค้นเมื่อ 17 March 2021.
- ↑ "Myanmar fugitive monk Wirathu hands himself in to face sedition charges". Deccan Herald (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). Reuters. 5 November 2020. สืบค้นเมื่อ 5 November 2020.
- ↑ "Myanmar Junta Drops Sedition Case Against Firebrand Ultranationalist Monk". The Irrawaddy. 7 September 2021.
- ↑ "Wirathu, preacher of hate, receives top honour from Myanmar junta chief". Myanmar NOW (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2023-01-05.
- ↑ "'Buddhist bin Laden' monk feted by Myanmar junta chief". Bangkok Post (ภาษาอังกฤษ). 3 January 2023. สืบค้นเมื่อ 2023-01-05.