หม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมช
หม่อมเจ้าชั้น 2
สวามีพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร
นายเวร (ผึ้ง)
ออกญานครบาล (มัน)
ออกญาแสรนธิบดี (ปัล)
พระพิทักราชถาน (ทอง)
ขุนศรีมโนไมย
พระบุตรนุด หรือ นุศ
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ
พระมารดาหม่อมราชวงศ์ดวงใจ ปราโมช
ประสูติพ.ศ. 2397 - 2399

หม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมช ประสูติระหว่างพ.ศ. 2397-2399 เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ กับหม่อมราชวงศ์ดวงใจ ปราโมช (พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์)[1] เมื่อเจริญวัยทรงรับการหมั้นหมายกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่มาทราบภายหลังว่าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากรมีหม่อม คือหม่อมสุ่น คัคณางค์ ณ อยุธยา อยู่ในวังแล้วคนหนึ่ง ด้วยทรงแนวความคิดก้าวหน้า หม่อมเจ้าฉวีวาดจึงไม่ทรงยินยอม ทรงบังคับให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากรทรงเลิกรากับหม่อมสุ่น แต่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากรไม่ทรงยินยอม นอกจากหม่อมเจ้าฉวีวาดไม่ทรงยินยอมด้วยแล้ว ยังแสดงพระอาการเอาแต่ทัยผิดวิสัยกุลสตรีในสมัยนั้น คือทรงโยนของหมั้นทิ้งทางพระบัญชรตำหนักเรี่ยราดกับพื้น จนพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ต้องให้มหาดเล็กมาเก็บคืนไป

หม่อมเจ้าฉวีวาด เสกสมรสกับพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีความสนิทสนมกับครอบครัวโทมัส น็อกซ์ กงสุลอังกฤษ ในเวลาต่อมาหม่อมเจ้าฉวีวาดได้เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างวังหลวงและวังหน้า โดยในวันรุ่งขึ้นหลังเหตุระเบิดที่ตึกดินในวังหลวง[2] หม่อมเจ้าฉวีวาดทรงว่าจ้างเรือสำเภาขนสมบัติและผู้ติดตามหนีไปยังเขมร พร้อมคณะละครของเจ้าจอมมารดาอัมพา ในรัชกาลที่ 2 ซึ่งถือเป็นคณะละครที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชสำนักสยาม จนเรือถึงราชสำนักเขมร ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากพระบาทสมเด็จพระนโรดม พรหมบริรักษ์ (พระนามเดิม คือ นักองค์ราชาวดี) ด้วยความพอพระทัยในหม่อมเจ้าฉวีวาดและคณะละครที่หม่อมเจ้าฉวีวาดทรงนำมา โรงละครโรงใหญ่ของเจ้าจอมมารดาอำภา จึงได้กลายเป็นต้นแบบของละครของประเทศกัมพูชาในปัจจุบันนี้

ครั้นเวลาล่วงเลยไป หม่อมเจ้าฉวีวาดคืนสู่สยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และผนวชเป็นชีและใช้ชนม์ชีพอย่างสงบ และสิ้นชีพิตักษัยเมื่อชันษาได้ 80 ปี[3]

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กล่าวอ้างในหนังสือ "โครงกระดูกในตู้" ว่าพระบาทสมเด็จพระนโรดม พรหมบริรักษ์โปรดสถาปนาหม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมช เป็นพระชายา[4] มีพระอิสริยยศเป็นพระราชเทวี มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่งคือ พระองค์เจ้านโรดม พานคุลี[5]

จึงมีการกล่าวถึง "โครงกระดูกในตู้" ว่าให้ข้อมูลเกี่ยวกับหม่อมเจ้าฉวีฉาดผิดจากข้อเท็จจริงทั้งในเว็บพันทิป[6] และเรือนไทย โดยได้ให้ข้อมูลว่าหม่อมเจ้าฉวีวาดมิได้เสกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระนโรดม พรหมบริรักษ์ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับวิกฤตวังหน้า แท้จริงแล้วหม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมชได้สมรสกับสามัญชนกัมพูชา[7] 5 คน มีบุตรชายเพียงคนเดียวคือ นุด หรือ นุศ[8]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๗๐ พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงพระศพ หม่อมเจ้าหญิงคอยท่า ปราโมช ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
  2. วิบูล วิจิตรวาทการ. สตรีสยามในอดีต. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2542. 359 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-7377-29-2
  3. ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2550. 360 หน้า. หน้า หน้าที่ 287. ISBN 978-974-323-989-2
  4. "ความรู้คือประทีป" (PDF). Esso. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2556.
  5. ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2550. 360 หน้า. หน้า หน้าที่ 286. ISBN 978-974-323-989-2
  6. "โครงกระดูกในตู้ โดยคึกฤทธิ์ : ข้อเท็จจริงจากการชันสูตร". พันทิป. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2556.
  7. www.reurnthai.com
  8. "โครงกระดูกในตู้ โดยคึกฤทธิ์ : ข้อเท็จจริงจากการชันสูตร". เรือนไทย. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2556.