หญ้าแพรก
| หญ้าแพรก | |
|---|---|
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Plantae |
| (unranked): | Angiosperms |
| (unranked): | Monocots |
| (unranked): | Commelinids |
| อันดับ: | Poales |
| วงศ์: | Poaceae |
| สกุล: | Cynodon |
| สปีชีส์: | C. dactylon |
| ชื่อทวินาม | |
| Cynodon dactylon (L.) Pers. | |
หญ้าแพรก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cynodon dactylon) เป็นพืชพื้นเมืองในทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และยุโรปใต้ ส่วนชื่อ หญ้าเบอร์มิวดา มาจากการที่หญ้าแพรกเป็นพืชต่างถิ่นรุกรานในเบอร์มิวดา แต่ไม่ได้เกิดขึ้นที่นั่น ในประเทศไทย ชาวเหนือ เรียกว่า "หญ้าเป็ด" ส่วนชาวกะเหรี่ยง เรียกว่า "หน่อเก่เด"
ลักษณะ
[แก้]เป็นพืชที่ขึ้นบนผิวดินและมีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเรียวปลายแหลม บริเวณใบมีขนปกคลุมเล็กน้อย มีช่อดอกที่ปลายยอด ดอกออกตลอดทั้งปี พบได้ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 40-400 เมตร บนพื้นที่แห้งแล้ง ทนดินเค็มและทนที่น้ำท่วมขัง แพร่พันธุ์เร็วมาก
หญ้าชนิดนี้เป็นหญ้ายืนต้น ก่อตัวเป็นแผ่นหนาด้วยไหลและเหง้า ( Gibbs Russell et al. 1991) ลำต้นหยั่งรากที่ข้อล่าง แผ่นใบแบนปลายแหลม มีขนหรือไม่มีขน กาบใบกลมไม่มีขน ลิกุลมีวงขนหรือเยื่อสั้น ช่อดอกประกอบด้วยช่อดอกเรียว 3-7 ช่อ ยาวได้ถึง 60 มม. เรียงตัวกันที่ปลายยอดบนแกนดอก ช่อดอกย่อยไม่มีก้านและไม่มีหนาม ออกดอกช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายน
ต้นหญ้าแพรก มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียและยุโรป เจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและอากาศอบอุ่น โดยจัดเป็นพรรณไม้จำพวกหญ้า ต้นมีขนาดเล็ก มีอายุได้หลายปี ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาปกคลุมดิน เจริญเติบโตแบบแผ่ราบไปตามพื้นดินหรือเลื้อยปกคลุมดินไปได้ยาวประมาณ 1 เมตร และลำต้นชูตั้งขึ้นสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร ลักษณะของลำต้นเป็นข้อและมีรากงอกออกมา ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด กิ่ง ราก และแตกลำต้นไปตามพื้นดิน เจริญเติบเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ต้องการความชื้นในปริมาณค่อนข้างมาก หญ้าชนิดนี้มักพบขึ้นเองตามพื้นที่แห้งแล้ง ที่ว่างริมถนน หรือในบริเวณสนามหญ้า ทนน้ำท่วมทังและสามารถขึ้นได้ในดินเค็ม ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 40-400 เมตร
ใบหญ้าแพรก ใบจะออกเป็นกระจุกตามข้อของลำต้น โดยจะออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปเส้นยาวหรือรูปใบหอกเรียว ปลายใบแหลมยาว โคนใบมีขนสั้น ๆ สีขาวก่อนถึงส่วนที่หุ้มรอบข้อ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1-6 เซนติเมตร
ดอกหญ้าแพรก ออกดอกเป็นช่อกระจะ ในช่อหนึ่งจะมีดอกย่อยอยู่ประมาณ 3-6 ช่อย่อย ก้านช่อดอกร่วมยาวได้ประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร ช่อดอกย่อยมีลักษณะเป็นเส้นสีเขียวเทาถึงสีม่วง ยาวได้ประมาณ 2-5 เซนติเมตร มีดอกย่อยเรียงกันเป็นแถว 2 แถว ดอกย่อยมีขนาดยาวประมาณ 1.5-3 มิลลิเมตร อัดกันแน่นอยู่บนด้านหนึ่งของก้านดอกย่อย ดอกมีเกสรเพศผู้ 3 อัน มีอับเรณูสีม่วงยาว 1.1-5 มิลลิเมตร ส่วนรังไข่มีก้านเกสรเพศเมีย 2 เส้น ส่วนปลายเป็นฝอยลักษณะคล้ายขนนก สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี
ผลหญ้าแพรก เมื่อดอกร่วงจะติดผล ผลหรือเมล็ดจะมีขนาดเล็กมาก ยาวได้ประมาณ 11.5 มิลลิเมตร มีลักษณะเป็นรูปไข่ สีน้ำตาลไปจนสีแดง
ประโยชน์
[แก้]ในสภาพแวดล้อมและการดูแลที่เหมาะสม เป็นหญ้าที่มีความสม่ำเสมอ คุณภาพดีพอใช้จึงจะได้หญ้าที่สีเขียวสด ใช้ปลูกเป็นสนามหญ้า ทั่ว ๆ ไป เช่น สนามฟุตบอล รักบี้ ในสวนสาธารณะ ปลูกตามขอบถนน สนามเด็กเล่น ปลูกเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกในพื้นที่ ที่กว้าง ๆ เพียงเพื่อต้องการปลูกปกคลุมดินป้องกันไม่ให้เกิดการพังทลายของดินได้ หญ้านี้มีความต้องการดูแลในระดับที่ปานกลางถึงระดับสูง จึงจะได้คุณภาพดี ถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งและความร้อนได้สูงก็ตาม แต่หญ้านี้จะคุณภาพไม่ดี ถ้าไม่ได้ให้น้ำอย่างเพียงพอ การใช้หญ้าแพรกทำสนามหญ้าต้องระมัดระวังอย่างหนึ่งคือ หญ้านี้จะกลายเป็นวัชพืชที่สำคัญได้ เนื่องจากการเจริญเติบโตเร็ว ทั้งยังมีเมล็ดแพร่พันธุ์ได้อีก และจะเป็นวัชพืชที่เข้าไปในแปลงดอกไม้ ไม้พุ่มเล็ก ๆ แม้กระทั่งตามถนนที่มีรอยแตก หญ้านี้จะแทรกตัวไปขึ้นได้ แต่ไม่พบว่ามีคุณสมบัติในการชะลอน้ำแต่อย่างใด สรรพคุณทางสมุนไพรทั้งต้น รสขมเย็น ตำกับสุราพอกหรือทาแก้พิษอักเสบ ปวด บวม [1] ในการไหว้ครูก็ใช้หญ้าแพรก เปรียบเสมือนกับให้นักเรียนทุกคนมีความอดทน นอกจากนี้ สารสกัดจากหญ้าแพรกยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มภูมิต้านทานไวรัสในกุ้งก้ามกราม (กุ้งแม่น้ำ) ซึ่งทำให้ลูกกุ้งมีความทนต่อการเกิดโรคหางขาว ซึ่งมีไวรัสเป็นสาเหตุ และทำให้ลูกกุ้งตายเป็นจำนวนมาก [2]
ในวัฒนธรรม
[แก้]หญ้าแพรกนั้นเป็นสัญลักษณ์ของการไหว้ครู ของประเทศไทย มีความหมายว่า หญ้าแพรกสื่อถึงขอให้เรียนได้เร็วเหมือนหญ้าแพรก ที่โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือน คำสั่งสอนของครูบาอาจารย์
ในพุทธประวัติกล่าวว่าพระสิทธัตถะได้ทรงพระสุบินก่อนที่จะสำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณคำรบสองว่า ต้นหญ้าแพรกต้นหนึ่งได้ขึ้นแต่พื้นพระนาภี และเจริญสูงขึ้นไปจนจดคัดนาดลนภากาศ ซึ่งทำนายว่าการที่หญ้าแพรกงอกจากพระนาภี สูงไปจดอากาศนั้น เป็นบรรพนิมิตที่ได้ตรัสเทศนาพระอริยมรรคมีองค์ 8 แก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งปวง[3]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ http://thaiherb-tip108.blogspot.com/2011/03/blog-post_7645.html
- ↑ https://doi.org/10.1111/are.12789
- ↑ หญ้าแพรก เก็บถาวร 2009-09-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ข้อมูลพรรณไม้ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุ กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี