สุลต่านอาบูบาการ์แห่งยะโฮร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สุลต่านอาบูบาการ์แห่งยะโฮร์ (Abu Bakar, Sultan of Jahore; ภาษามาเลย์อักษรยาวี:المرحوم سلطان سير ابو بكر ابن المرحوم تماڠڬوڠ دايڠ إبراهيم سري مهاراج جوهر) พระองค์เป็นผู้สถาปนาราชวงศ์สุลต่านแห่งยะโฮร์ใน พ.ศ. 2428 ซึ่งเป็นต้นราชวงศ์ที่ปกครองยะโฮร์มาจนถึงปัจจุบัน โดยแยกตัวออกมาจากอาณาจักรยะโฮร์-รีเยา พระองค์เป็นชาวมลายูหัวสมัยใหม่และสามารถต้านทานการขยายอำนาจของอังกฤษไว้ได้ระยะหนึ่ง พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2438 ด้วยโรคปอดบวมที่ประเทศอังกฤษ[1]

ประวัติ[แก้]

พระองค์ประสูติในตระกูลขุนนางตำแหน่งเตเมิงกุงแห่งอาณาจักรยะโฮร์-รีเยาเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2375 ปู่ของพระองค์คือเตเมิงกุงอับดุลระห์มานซึ่งเป็นผู้ยินยอมให้อังกฤษเข้ามาตั้งศูนย์การค้าที่สิงคโปร์เมื่อ พ.ศ. 2361 และสนับสนุนให้เจ้าชายฮุสเซนขึ้นเป็นสุลต่านแห่งยะโฮร์-รีเยา พระองค์ได้ตำแหน่งเตเมิงกุงแห่งยะโฮร์ใน พ.ศ. 2405 ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษขยายอำนาจเข้ามาในคาบสมุทรมลายูอย่างจริงจัง พระองค์เปิดกว้างให้กับการค้ากับต่างชาติ และเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง และได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียใน พ.ศ. 2409 พระองค์ได้พยายามที่จะปฏิรูประบบการปกครองและพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจ โดยจัดตั้งสภาที่ปรึกษา แบ่งหน่วยงานเป็นกระทรวง ทบวง กรม สนับสนุนการลงทุนของพ่อค้าชาวจีนและสามารถควบคุมไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวมลายูกับชาวจีนที่จะเป็นข้ออ้างให้อังกฤษเข้ามาแทรกแซงได้ ต่อมา พระองค์ได้เป็นมหาราชาแห่งยะโฮร์และได้เป็นที่ปรึกษาของกลุ่มผู้ครองแคว้นชาวมลายูเชื้อสายมินังกะเบาใน พ.ศ. 2421 แต่บทบาทของพระองค์ก็ถูกลดทอนลงหลังพ.ศ. 2423 เพราะอังกฤษตั้งเป็นรัฐเนกรีเซมบิลันขึ้นแทน

ใน พ.ศ. 2428 พระองค์ได้สถาปนาราชวงศ์สุลต่านแห่งยะโฮร์ขึ้นหลังจากที่สุลต่านอาลีแห่งอาณาจักรยะโฮร์-รีเยาสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2420 โดยสถาปนาเมืองท่าในแคว้นยะโฮร์ขึ้นเป็นเมืองหลวงชื่อยะโฮร์บารูแปลว่ายะโฮร์ใหม่ ต่อมา ใน พ.ศ. 2433 อังกฤษสามารถเข้ามาปกครองรัฐเประ สลังงอร์ เนกรีเซมบิลันและปะหังได้ และพยายามบีบให้ยะโฮร์เข้ามาเป็นรัฐในอารักขาเช่นเดียวกับรัฐอื่นๆ พระองค์ได้พยายามที่จะรักษาสถานภาพของยะโฮร์ และได้เดินทางไปยังลอนดอนใน พ.ศ. 2428 เพื่อทำสนธิสัญญารับประกันความเป็นอิสระของยะโฮร์และยอมรับว่าพระองค์เป็นสุลต่าน ทำให้การขยายตัวของอาณานิคมช่องแคบหยุดชะงักตลอดรัชสมัยของพระองค์

ในช่วงท้ายของพระชนม์ชีพ พระองค์พยายามวางรากฐานให้ยะโฮร์เป็นรัฐอิสระต่อไป โดยตั้งสภาที่ปรึกษาแห่งยะโฮร์ในกรุงลอนดอนโดยมีสมาชิกเป็นชาวอังกฤษที่สนับสนุนยะโฮร์ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2438 ทรงประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งยะโฮร์ ซึ่งกำหนดให้ยะโฮร์เป็นรัฐเอกราช มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ห้ามยกดินแดนของรัฐให้ชาติตะวันตก แต่พระองค์ก็เสด็จสวรรคตหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญได้เพียง 2 เดือน แต่ก็สามารถวางรากฐานให้ยะโฮร์รักษาอำนาจการบริหารภายในไว้ได้จนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

อ้างอิง[แก้]

  1. Winstedt, A History of Johore (1365–1941), pg 137
  • ชุลีพร พงศ์สุพัฒน์. สุลต่านอาบูบาการ์แห่งยะโฮร์ ใน สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย เล่ม 1 อักษร A-B ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กทม.ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. หน้า 33-36