ศิลานักปราชญ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศิลานักปราชญ์ (อังกฤษ: philosopher's stone, ละติน: lapis philosophorum) เป็นสสารทางการเล่นแร่แปรธาตุอันเป็นตำนานซึ่งกล่าวกันว่าสามารถเปลี่ยนโลหะฐาน (เช่น ตะกั่ว) ให้เป็นทองคำหรือเงินได้ นอกจากนี้ บางครั้งยังเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะด้วย มีประโยชน์ทำให้กลับเป็นวัยหนุ่มสาว (rejuvenation) และอาจถึงขั้นบรรลุความเป็นอมตะ เป็นเวลาหลายศตวรรษ ที่มันเป็นเป้าหมายการแสวงหามากที่สุดในการเล่นแร่แปรธาตุตะวันตก ศิลานักปราชญ์เป็นสัญลักษณ์ใจกลางของการเล่นแร่แปรธาตุ โดยเป็นสัญลักษณ์แสดงความสมบูรณ์แบบที่ความดีเลิศที่สุด การเห็นแจ้งและความสุขสำราญปานสวรรค์

ในศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู จินดามณีเป็นวัตถุที่เทียบเท่ากับศิลานักปราชญ์[1]

คุณสมบัติ[แก้]

เชื่อกันว่าศิลานักปราชญ์มีคุณสมบัติทางเวทมนตร์หลายอย่าง คุณสมบัติที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางที่สุด คือ ความสามารถในการเปลี่ยนโลหะฐานให้เป็นทองคำหรือเงิน และความสามารถในการรักษาความเจ็บป่วยทุกประเภท และการต่อชีวิตให้ยืนยาวของผู้ใดที่บริโภคศิลานักปราชญ์ส่วนหนึ่ง[2] คุณสมบัติอื่นที่กล่าวถึงได้แก่ การสร้างตะเกียงที่ลุกไหม้ชั่วกัลปาวสาน[2] การเปลี่ยนผลึกธรรมดาให้เป็นอัญมณีมีค่าและเพชร[2] ชุบชีวิตพืชที่ตายแล้ว[2] การสร้างแก้วที่ยืดหยุ่นหรือนำมาตีเป็นแผ่นได้[3] หรือการสร้างโคลนหรือโกเลม[4]

รูปลักษณ์[แก้]

คำบรรยายลักษณะของศิลานักปราชญ์นั้นมีมากหลากหลาย ตามตำราเล่นแร่แปรธาตุ ศิลานักปราชญ์มีสองประเภท ซึ่งเตรียมได้โดยวิธีการเกือบเหมือนกัน คือ สีขาว (สำหรับทำเงิน) และสีแดง (สำหรับทำทอง) ศิลาสีขาวเป็นรุ่นที่เสร็จสมบูรณ์น้อยกว่าศิลาสีแดง[5] ตำราเล่นแร่แปรธาตุโบราณและสมัยกลางบางเล่มทิ้งคำใบ้ถึงรูปลักษณ์ทางการภาพที่ควรเป็นของศิลานักปราชญ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลาสีแดง ศิลานักปราชญ์มักกล่าวขานกันบ่อยครั้งว่า จะมีสีส้ม (สีหญ้าฝรั่น) หรือแดงเมื่อบดให้เป็นผง หรือในรูปของแข็ง สีกลางระหว่างแดงกับม่วงแดง โปร่งใส คล้ายแก้ว[6] เชื่อกันว่าศิลานักปราชญ์นั้นหนักกว่าทอง[7] และเชื่อกันว่าละลายได้ในของเหลวทุกชนิด แต่ไม่เผาไหม้กับไฟ[8]

นักประพันธ์เล่นแร่แปรธาตุบางครั้งเสนอว่า การบ่งชี้ของศิลานั้นเป็นการอุปมา แม้ถูกเรียกว่าศิลา แต่มิใช่เพราะมันดูเหมือนศิลา[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. Guénon, René (2004) (1962). Symbols of Sacred Science. Sophia Perennis, USA. ISBN 0900588780. pp. 277.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Theophrastus Paracelsus. The Book of the Revelation of Hermes. 16th century
  3. An Unknown German Sage. A Very Brief Tract Concerning the Philosophical Stone. (unknown date, possibly 16th Century)
  4. Theophrastus Paracelsus. Of the Nature of Things. 16th century
  5. A German Sage. A Tract of Great Price Concerning the Philosophical Stone. 1423.
  6. John Frederick Helvetius. Golden Calf. 17th Century.
  7. Anonymous. On the Philosopher's Stone. (unknown date, possibly 16th century)
  8. Eirenaeus Philalethes. A Brief Guide to the Celestial Ruby. 1694 CE
  9. Charles John Samuel Thompson. Alchemy and Alchemists. p.70

ดูเพิ่ม[แก้]