ศาลเจ้าแม่ทับทิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศาลเจ้าแม่ทับทิม หรือ ศาลเจ้าจุยบ่วยเนี่ยว เป็นศาลเจ้าของชาวจีนไหหลำ ตุ้ยบ๋วยเต่งเหนี่ยง ทั่วโลก บูชาเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ เรียกว่า "จุยบ่วยเนี่ยว" แปลว่า "เจ้าแม่ชายน้ำ" และชาวจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า " เทียนส่งเซ่งโบ้" แปลว่า "เจ้าแม่สวรรค์ " หรือ "ม่าจ้อโป๋" เป็นที่เคารพบูชาในหมู่ชาวเรือ ชาวประมง

ในประเทศไทย รู้จักเทพธิดาองค์นี้ในชื่อว่า "เจ้าแม่ทับทิม" เพราะมีเครื่องประดับประจำองค์เป็นพลอยสีแดง

ศาลเจ้าแม่ทับทิมที่ป็นที่นิยมสักการะในประเทศไทย


           ตำนานเจ้าแม่ตุ้ยบ๊วยเกิดที่ตำบลตุ้ยบ๊วย เขตบ่นเซียว เกาะไหหลำ มีผู้เฒ่าแซ่พัว เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานขยันขันแข็ง ครั้งหนึ่งแกออกไปหาปลา โดยผูกแหเป็นช้อนดักปลา เวลาผ่านไปแกยังหาปลาไม่ได้ คืนนั้นก็ประสบความล้มเหลว เมื่อช้อนแหขึ้นมาทีไรก้อมีแต่ท่อนไม้ ด้วยความโมโหแกเลยขว้างท่อนไม้นั้นออกไปให้ไกล แต่แล้วเมื่อช้อนแหขึ้นมาใหม่ก็ปรากฏท่อนไม้ท่อนเดิมอีก ต่อจากนั้นแกก็ขว้างท่อนไม้ขึ้นฝั่ง และแกก็ฉุก คิดว่าแปลกที่ท่อนไม้ธรรมดาจะสามารถลอยทวนน้ำได้ คงจะเป็นสิ่งวิเศษ และแกก็ได้นำท่อนไม้นั้นขึ้นฝั่ง และเพ่งมองท่อนไม้นั้นพร้อมกับอธิษฐานว่า หากท่อนไม้นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ขอให้คืนนี้จับปลาได้มาก เมื่อพ้นจากความจนแล้ว เมื่อขึ้นฝั่งจะนำท่อนไม้นี้แกะสลักเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิและสักการะบูชาเช้าวันไม่ให้ขาด เมื่ออธิษฐานจบแกเอาท่อนไม้นั้นวางบนหัวเรือ ปรากฏว่าช้อนเพียงสองถึงสามครั้งก็ได้ปลาตัวโตเต็มเรือ จึงนำปลาขึ้นฝั่งวันนั้นปลาของแกขายได้ราคา เพราะชาวประมงคนอื่นจับได้น้อยแกจึงมีเงินจับจ่ายใช้สอย และทุกครั้งที่แกออกหาปลา และบูชามิขาด แต่แล้วเมื่อขึ้นฝั่งแกได้ลืมสัญญาที่ให้ไว้ แกออกจับปลาอีกปรากฏว่าไม่มีปลาสักตัว และฐานะการเงินแย่ลง คืนหนึ่งแกผลอยหลับไป ในฝันว่าแกได้ลอยไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง บรรยากาศสวยงามมาก ดวงดาวพร่างพราวระยิบระยับ พลันมีหญิงสาวสวมเสื้อหลากสี ในมือถือมีดดาบ ประสานมือคำนับปรากฏกายขึ้น กล่าวกับท่านผู้เฒ่าว่าเจ้าแม่ให้มาเชิญท่านไปพบ ท่านยังมิทันตอบรับ ตัวท่านก้อลอยมายังสถานที่แห่งหนึ่ง บังเกิดแสงตรงหน้า  เห็นบัลลังค์อยู่ที่สูง มีหญิงสาวนั่งอยู่ กรสวมหมวกประดับเพชรรูปหงส์ สวมรองเท้าสีแดงปักดิ้นเงินรูปดอกไม้หน้าตาเป็นผู้มีบุญ อิ่มเอิบ มีรอยยิ้มมุมปาก บุคคลิกของท่านเปี่ยมด้วย หญิงสาวคนดังกล่าวกล่าวทวงคำสัญญาที่ท่านได้บนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์กล่าวให้ชายแซ่พัวแกะสลักเทวรูปให้ท่านและจัดสร้างศาล ขอให้เร่งลงมือโดยเร็วไม่ต้องสร้างให้ใหญ่โตนัก ในคราวต่อไปศาลแห่งนี้นั้นจะค่อยๆพัฒนาใหญ่โตขึ้นมาเอง
            เมื่อผู้เฒ่าแซ่พัวตื่นขึ้นมาจากฝัน แกจึงนึกขึ้นมาได้และหาท่อนไม้ว่าเอาไปไว้ไหน แกจึงเข้าไปดู แกเห็นว่าแกได้นำไปตอกเป็นรั้วกั้นเล้าหมูปรากฏว่าหมูในเล้าได้ตายหมด แกจึงได้นำไม้นั้นไปล้างและจุดธูปขอขมาและนำไปแกะสลักเป็นรูปเจ้าแม่ที่พบในฝัน ณ หมู่บ้านตุ้ยบ๊วยได้ปรากฏศาลเจ้าขึ้น เรียกขนานนามศาลว่า ศาลเจ้าแม่ตุ้ยบ๊วย และประกอบพิธีเบิกพระเนตรในวันที่ 15 เดือน10 ตามจันทรคติกาลจีน ชาวไหหลำจึงกำหนดให้วันที่ฉลองศาลเจ้าแม่เป็นวันเกิดเจ้าแม่

ตำนานเจ้าแม่เกิดในสมัยราชวงศ์ฮั่น จากเสียงร่ำลือมาถึงปี พ.ศ. 2393 ในราชวงศ์เช็ง กษัตริย์ด้าวกวางก็พระราชทานตราตั้งและถวายนามว่า "หน่ำเทียนเอิ้ยมเดิ้ยมก้ำเอ๋ง ห้วยหลุยตุ้ยบ๋วยเต่งเหนี่ยง" มีความหมายว่าสายฟ้าสนองตอบเสียงฟ้าฝ่ายใต้ เจ้าแม่ตุ้ยบ๋วย เจ้าแม่ทับทิมมีทั้งหมด 4 องค์นะครับ (เท่าที่พบเห็นในประเทศไทย) เรียงลำดับดังนี้คือ 1.เทียนโหวเซี้ยบ้อหรือหม่าโจ้ว (เจ้าแม่ทับทิมเดือน 3 )เช่น เจ้าแม่โต๊ะโมะ จ.นราธิวาส เจ้าแม่ม่าผ่อ จ.ยะลา เจ้าแม่เบิกไพร จ.ราชบุรี 2.จุ้ยบ่วยเสี่ยเนี้ยหรือตุ้ยบ้วยเต๋งเหนี่ยง เป็นเจ้าแม่ทับทิมเดือน 10 ที่ชาวไหหลำให้ความเคารพนับถือมาก ตามประวัติที่แกะจากขอนไม้ลอยน้ำแล้วนำมาแกะสลักเป้นองค์เจ้าแม่ 3.ไท้ฮั้วเสี่ยเนี้ยหรือไท้หว่าโผ่ (เจ้าแม่ทับทิมเดือน 6) เป็นเจ้าแม่ที่มีประวัติลึกลับคล้ายๆกับจุ้ยบ่วยเนี้ยคือไม่มีชีวิตเป็นตัวเป็นตนจริง ซึ่งที่ตลาดน้อย ริมคลองผดุงเกษมจะมีศาลของไท้ฮั้วโผ่อยู่ 4.เจี่ยสุ้นเสี่ยเนี้ยหรือเจ้าแม่ทับทิมเดือน 2 ซึ่งศาลท่านที่พบเห็นแถวย่านบางโพ ซึ่งมีประวัติคล้ายๆ ท้าวสุรนารี (ย่าโม) หรือคุณหญิงมุก ของชาวภูเก็ต เป็นวีระสตรีผู้กล้า มีประวัติจารึกอยู่ที่ไหหนำ ประเทศจีน