วีลออฟฟอร์จูน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

วีลออฟฟอร์จูน (Wheel of fortune) เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเกมโชว์ที่รู้จักเป็นอย่างดีในนาม "Wheel" สร้างสรรค์โดย เมฟฟ์ กราฟิน มีเนื้อเกมโชว์เป็นการเสี่ยงโชคและประโยคปริศนาภาษาอังกฤษซึ่งมีรูปแบบมาจาก Hangman เพื่อลุ้นรับรางวัลพวกเงินสด รถยนต์และอื่นๆ ตามที่รายการกำหนด ผลิตโดย โซนี่พิคเจอร์สเทเลวิชั่น และ ซีบีเอสเทเลวิชั่นดิสทรีบิวชัน ปัจจุบันดำเนินรายการโดย Pat Sajak กับ Vanna White

ประวัติการออกอากาศ[แก้]

"Wheel" เริ่มออกอากาศครั้งแรกในช่วงของ Daytime ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2518 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2532 และย้ายมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ในช่วงของ Daytime เช่นเดียวกับระยะแรกตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 ถึงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2534 และย้ายกลับไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีอีกครั้งจนกว่าจะยุติออกอากาศรายการในช่วงของ Daytime อย่างเป็นทางการ แต่ที่ออกอากาศอยู่ในปัจจุบันนั้น ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของอเมริกาเท่านั้นในช่วง Daytime ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2526 เป็นต้นไป และในปัจจุบันออกอากาศเป็นซีซั่นที่ 34 อีกด้วย (ในการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น)

กระแสของรายการ[แก้]

"Wheel" เป็นรายการที่ติดอันดับรายการออกอากาศมาอย่างยาวนานในอเมริกา ด้วยจำนวนกว่า 6,000 ตอน และ TV Guide ได้เสนอชื่อรายการนี้ให้เป็นรายการที่มี Top rate ในปี พ.ศ. 2551 และในปี พ.ศ. 2556 นิตยสารรายการทีวีอเมริกาได้จัดให้เป็นรายการเกมโชว์ที่ดีที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 2 จาก 60 รายการทีวีในอเมริกาที่เป็นรายการเกมโชว์ และมีการซื้อลิขสิทธิ์ไปยังประเทศอื่นๆ อีกด้วย จนได้ฉายาว่า"เกมแห่งอเมริกา"

รูปแบบการแข่งขัน[แก้]

แบ่งออกเป็น 3 รอบ คือรอบปกติ, รอบ Toss-up, และรอบแจ๊คพอตสำหรับผู้ชนะจากรอบปกติ

รอบ Toss-up[แก้]

มีอยู่ในรอบปกติ 3 รอบ เริ่มด้วย 2 รอบแรกก่อนเกมรอบที่ 1 ในรอบปกติ และรอบที่ 3 ก่อนเกมรอบที่ 4 ในรอบปกติ โดยมูลค่าเงินในรอบ Toss-up จะเป็นดังนี้

  • รอบที่ 1 มีมูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • รอบที่ 2 มีมูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • รอบที่ 3 มีมูลค่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ

กติการอบนี้คือ จะมีประโยคปริศนาซึ่งพบเห็นจากสิ่งต่างๆ (เช่น สถานที่, เนื้อเพลงประโยคหนึ่ง, คิดว่าประโยคนี้เขาพูดว่าอะไร, อาหารหรือเครื่องดื่ม เป็นต้น) ซึ่งมีหลายช่องว่างแทนตัวอักษะหรือเครื่องหมายวรรคตอนตามตำแหน่งในประโยคที่ถูกต้อง หลังจากนั้นเราจะสุ่มให้ปรากฏตัวอักษรทีละตัวแบบไม่เรียงตำแหน่ง จนกว่าจะมีคนกดปุ่ม คนที่กดปุ่มชิงสิทธิ์ได้ก่อน จะต้องแก้ประโยคให้ถูกต้อง ถ้าแก้ไม่ถูก ตัวอักษรจะถูกนำมาเติมต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนกดปุ่มชิงสิทธิ์ตอบได้ ผู้ที่แก้ประโยคได้ถูกต้องในรอบนี้ก็จะได้รับเงินสะสมตามที่ระบุไว้ข้างบน

โดยการเล่นรอบ Toss-up นั้นจะมีผลต่อลำดับการเล่นด้วย โดยคนที่ชนะรอบ Toss-Up รอบแรกจะถูกสัมภาษณ์ก่อน ส่วนผู้ชนะในรอบ Toss-up รอบที่ 2 จะได้เล่นก่อนในรอบแรก และผู้ชนะในรอบ Toss-up รอบที่ 3 จะได้เล่นก่อนในรอบที่ 4

รอบปกติ[แก้]

ปัจจุบันในวงล้อจะประกอบด้วยมูลค่าในวงล้อตั้งแต่ 500-900 ดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าสูงสุดอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับรอบแรก, 3,500 ดอลลาร์สหรัฐในรอบ 2-3 และ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในรอบที่ 4 จนถึงรอบ Final Spin อย่างไรก็ดี ในวงล้อจะมีช่องพิเศษที่ให้ทั้งคุณและโทษปรับ รวมทั้งไอเทมหรือรางวัลพิเศษเฉพาะในรอบ

ช่องพิเศษที่มีทุกรอบจะประกอบด้วยช่อง Lose a Turn (พักการเล่น) 1 ช่อง, ช่อง Bankrupt (ล้มละลาย) 2 ช่อง และช่อง Free Play 1 ช่อง

ไอเทมในวงล้อจะประกอบด้วย Gift Tag ซึ่งให้รางวัลเป็นบัตรของขวัญมุลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ, Featured prize ซึ่งให้รางวัลหลากลายหลายตามเทป ซึ่งมีมูลค่าขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ, Wild Card (สำหรับเลือกตัวอักษรเพิ่ม 1 ตัวเมื่อเข้ารอบแจ๊คพอตหรือใช้เลือกตัวอักษรอีกครั้งด้วยมูลค่าเดียวกับที่หมุนวงล้อในครั้งที่แล้ว), ป้ายทะเบียน Half Car จำนวน 2 ใบ (ปรากฏในรอบที่ 2 และ 3, ถ้าสะสมครบ 2 ใบแล้วแก้ปริศนาได้ จะได้รางวัลเป็นรถยนต์ 1 คัน และถ้ามีคนเก็บป้ายทะเบียนในรอบที่ 2 แล้วรางวัลรถยนต์ยังไม่แจก ป้ายทะเบียนใหม่จะถูกวางไว้ที่เดิม แต่ป้ายทะเบียนที่สะสมไว้จะไม่หายไป) และ Million Dollar Wedge ซึ่งเปลี่ยนมูลค่าแจ็คพอตจาก 100,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็น 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ในรอบแจ๊คพอต

เริ่มเล่นจะมีช่องว่างหลายๆ ช่องซึ่งหมายถึงประโยคปริศนา (ให้ 1 ช่องเท่ากับ 1 ตัวอักษรหรือเครื่องหมายวรรคตอน 1 ตัว) แต่จะมีให้เฉพาะเครื่องหมายวรรคตอนเท่านั้น รวมทั้งตัว & ด้วย จากนั้นคนที่มีมูลค่าสูงสุด (จากรอบ Toss-up) จะต้องหมุนวงล้อเป็นคนแรก หมุนได้เท่าไหร่จะต้องเลือกตัวอักษรมา 1 ตัวที่คิดว่าปรากฏในประโยคภายใน 5 วินาที เพื่อนำมูลค่าจากวงล้อที่หมุนได้ไปคูณกับจำนวนตัวอักษรที่เลือกแล้วปรากฏในประโยค (เช่น หมุนได้ 500 ดอลลาร์สหรัฐ เลือกตัว M แล้ว M มีในประโยค 3 ตัว จะสะสมได้ 500 x 3 = 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ) และจะได้เลือกว่าจะซื้อสระหรือหมุนต่อ แต่ถ้าซื้อสระจะต้องโดนหักเงินที่สะสมเป็นเงิน 250 ดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง (สระประกอบด้วย A, E, I, O และ U) และสามารถเลือกสระได้หลายตัวจนกว่าสระที่มีในประโยคถูกนำมาเติมในประโยคปริศนาหมดแล้ว แต่ถ้าเลือกตัวใดๆ แล้วไม่พบในประโยค ก็จะเสียเทิร์นเล่นให้อีกคนทันที ถ้าหมุนวงล้อลงที่ช่องใดๆ ที่มีไอเทม แล้วหาตัวอักษรใดๆ แล้วเจอ ก็จะสามารถหยิบไอเทมมาสะสมเพิ่มในขณะนั้นได้ และจะได้เงินรางวัล 500 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตัวอักษรที่มีอยู่ในปริศนานั้น และไอเทมจะครอบครองได้ตลอดถ้าตอบได้ทั้งประโยคในรอบนั้นๆ ยกเว้น Wild Card ที่จะหายไปก็ต่อเมื่อใช้งาน หรือหมุนได้ช่องล้มละลาย (ไอเทมที่ตัวผู้เล่นได้ครอบครองจะยังไม่เป็นของผู้นั้นอย่างถาวร ซึ่งถ้าไปล้มละลายตอนไหนก็ตามในรอบนั้น ไอเทมที่ถือครองอยู่จะหายไป) แต่ถ้าหมุนวงล้อต่อแล้วได้ช่องพิเศษ จะเกิดผลดังนี้

  1. ถ้าหมุนได้ช่อง Free Play จะมีสิทธิ์เลือกว่าจะทายตัวอักษรในมูลค่า 500 ดอลลาร์สหรัฐ, ซื้อสระฟรี, หรือแก้ปริศนาเลย ซึ่งในช่องนี้ ถ้าตอบผิดจะไม่เสียเทิร์นการเล่น
  2. ถ้าหมุนได้ช่อง Lose a Turn (พักการเล่น) จะเสียเทิร์นเล่นให้อีกคนต่อไปทันที (เช่น นาย ก.หมุนครั้งต่อไปได้ช่อง Lose a Turn (พักการเล่น) ก็จะทำให้เทิร์นของนาย ก.กลายเป็นของนาย ข. ไปแทน)
  3. ถ้าหมุนได้ช่อง Bankrupt (ล้มละลาย) นอกจากจะเสียเทิร์นเล่นแล้ว จะทำให้มูลค่าที่สะสมอยู่ในขณะนี้พร้อมกับไอเทมที่ตนเองครอบครองก็จะหายไป แต่จะไม่ส่งผลต่อเงินและรางวัลที่ชนะมาจากรอบที่แล้ว (เช่น ขณะนี้ผู้เล่น ก. สะสมเงินอยู่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในรอบปัจจุบัน และ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐจากรอบที่แล้ว และมีไอเทม Half Car 1 อัน, ไอเทม Million Dollar Wedge แล้วไปหมุนวงล้อลงที่ช่อง Bankrupt (ล้มละลาย) ก็จะทำให้เทิร์นของนาย ก.ในตอนนี้กลายเป็นของนาข ข. ทันที และทำให้เงินรางวัลที่สะสมอยู่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐของนาย ก. พร้อมกับไอเทม Half Car 1 อัน, ไอเทม Million Dollar Wedge ของตนเองสูญหายไป แต่เงินรางวัล 10,000 ดอลลาร์สหรัฐจากรอบที่แล้วจะไม่สูญหายไป)

ในเทิร์นของผู้เล่น ผู้เล่นสามารถแก้ประโยคได้เมื่อต้องการ ถ้าแก้แล้วถูก เงินที่สะสมอยู่พร้อมกับของรางวัล/ไอเทมทั้งหมดที่ตนครอบครองไว้จะเป็นของผู้เล่นคนนั้นทันที (ส่วนผู้เล่นที่เหลือที่ไม่ได้แก้ประโยคถูกต้อง มูลค่าที่สะสมก็จะหายไปในรอบนั้น ยกเว้น Wild Card ที่จะไม่หายไป) แต่ถ้าแก้ไม่ถูกจะเสียเทิร์นเล่นไปยังอีกคนตามปกติ

ในรอบที่ 2 จะเป็นรอบ Mystery ซึ่งมีช่อง Mystery อยู่ 2 ช่อง แต่ละช่องด้านหน้าจะให้มูลค่า 1,000 ดอลลาร์ถ้าหมุนได้ช่องนี้แล้วตอบถูกแต่ไม่เลือกหยิบ ส่วนด้านหลังจะมีทั้งให้ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ กับ Bankrupt (ล้มละลาย) ถ้าหมุนได้ช่องดังกล่าว ตอบถูกแล้วเลือกหยิบสิ่งนี้ ถ้าช่อง Mystery ช่องใดช่องหนึ่งถูกหยิบแล้ว จะไม่สามารถหยิบช่อง Mystery อีกช่องได้จนจบรอบ

ในรอบที่ 3 จะเป็นรอบ Prize Puzzle ซึ่งให้รางวัลแก่ผู้ที่แก้ประโยครอบนี้ถูกต้องเพียงผู้เดียวโดยจะรู้หลังจบรอบนี้ และจะมีช่อง Express ใครหมุนได้ช่อง Express จะต้องเลือกตัวอักษรให้เจอ จึงจะได้เงินรางวัล 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตัวอักษรที่มีอยู่ในปริศนานั้น และมีสิทธิ์เลือกว่าจะเล่นโหมด Express หรือไม่ ถ้าเล่น กติกาก็คือ จะต้องเลือกตัวอักษรให้เจอในแต่ละครั้งและตอบทันภายในเวลาที่กำหนด เพื่อนำ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐไปคูณกับตัวอักษรที่ตอบได้ในแต่ละครั้งของรอบนี้โดยที่ไม่ต้องหมุนวงล้อ ถ้าตอบทั้งประโยคได้ในโหมดนี้ก็จะเก็บสะสมจากทั้งหมดในขณะนั้นของรอบนี้ไป ถ้าพลาดแม้แต่ครั้งเดียวในโหมดนี้ ก็จะล้มละลายทันที เงินและไอเทมที่สะสมอยู่ในขณะนี้ก็จะหายไปด้วย และคนต่อไปก็จะได้เล่นแทนในโหมดปกติ

ตั้งแต่รอบที่ 4 ไอเทมทั้งหมดในวงล้อจะถูกเอาออก และเมื่อใกล้หมดเวลาจะมี Final Spin ซึ่งเมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ก็จะเข้ารอบดังกล่าวและคนที่หมุนวงล้อจะเป็นพิธีกรเพียงผู้เดียวโดยตัวหยุดจะอยู่ที่ลูกศรสีแดงเสมอ (ปัจจุบันมักเริ่มเมื่อเปิดเผยโจทย์เสร็จสิ้นแล้ว)

หมายเหตุ: ในรอบที่ 1-3 รูปแบบรอบการเล่นในรอบปกติอาจเปลี่ยนแปลงบางส่วนได้ตามความเหมาะสมของทางรายการ

ในในอดีตจะมีช่อง Jackpot ในรอบที่ 1 กติกาคือ ถ้าใครหมุนวงล้อได้ช่อง Jackpot คนนั้นจะต้องเลือกตัวอักษรให้เจอแล้วต้องตอบทั้งประโยคให้ถูกทันที จึงจะได้รางวัลแจ็คพอตซึ่งจะเรื่มต้นที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจะเพื่มมูลค่าตามช่องที่หมุนลง จนจบรอบ

กติกา Final Spin[แก้]

เมื่อพิธีกรหมุนได้มูลค่าเท่าไหร่ ให้นำมูลค่าที่ได้ไปบวกกับ 1,000 ดอลลาร์ก่อน และในรอบนี้จะไม่มีการเสียเงินสะสมปัจจุบันเมื่อซื้อสระ เมื่อถึงเทิร์นใดๆ ของคุณให้เลือกตัวอักษรหรือสระมา 1 ตัวให้ทันภายใน 3 วินาที ถ้าปรากฏให้นำมูลค่าดังกล่าวข้างต้นในรอบนี้ไปคูณกับตัวอักษรที่ผู้เล่นเลือกแล้วพบในประโยค และต้องตอบให้ถูกทั้งประโยคให้ได้ภายในเวลาเดียวกันกับตอนเลือกตัวอักษร ถ้าไม่มีหรือตอบทั้งประโยคไม่ได้ เทิร์นต่อไปจะเป็นของอีกคนทันที จนกว่าจะมีคนแก้ประโยคได้ถูกต้อง

การได้รับเงินรางวัล[แก้]

เมื่อผู้เล่นเล่น Final Spin จบแล้วจะมีการสรุปรางวัลที่ได้รับกลับไป ผู้ที่มีมูลค่ารวมสูงสูดในการแข่งขันจะได้ไปเล่นรอบแจ๊คพอตสะสมเงินรางวัลเพิ่ม ส่วนที่เหลือจะได้รับตามที่สะสมมาทั้งหมดกลับบ้านไป แต่ถ้าเกิดเสมอกับใคร จะต้องเล่นคำถาม Toss-up มูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อหาผู้มีมูลค่าสูงกว่า แต่ถ้าใครไม่มีมูลค่าสะสมเลย ก็จะได้รับรางวัลปลอบใจเป็นเงินสด 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ในกรณ๊ผู้ที่เข้ารอบแจ๊คพอตมีไอเทม Million Dollar Wedge ก็จะเปลี่ยนมูลค่าสูงสุดเป็น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐแทนที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

รอบแจ๊คพอต[แก้]

ผู้ที่ผ่านเข้ารอบมาจากรอบปกติจะต้องหมุนวงล้อขนาดเล็กซึ่งมีมูลค่าซ่อนอยู่ 24 ช่องทั้งหมดในวงล้อนี้ เมื่อวงล้อหยุดที่ช่องไหน ให้หยิบซองจากช่องนั้นมาให้พิธีกร หลังจากนั้น จะพบกับประโยคปริศนา ซึ่งมีให้เฉพาะเครื่องหมายวรรคตอน, & และใน R S T L N และ E เท่านั้น หลังจากนั้น ผู้เล่นต้องเลือกตัวอักษรมา 3 ตัว (4 ตัวสำหรับคนที่มี Wild Card อยู่ในครอบครองและไม่ได้ใช้ไปจากรอบปกติ) และเลือกตัวอักษรสระมา 1 ตัว จากนั้นจะแสดงตัวที่เลือกมาให้ปรากฏในประโยค แล้วต้องแก้ให้เป็นประโยคที่ถูกต้องภายในเวลา 10 วินาที ถ้าแก้ได้ถูกต้องภายในเวลาดังกล่าวก็จะได้รับรางวัลจากซองที่หยิบออกมา (ซึ่งจะมีมูลค่าตั้งแต่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐถึง และสูงสุดอยู่ที่ 100,000 หรือ 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในกรณีที่ได้แผ่นป้าย Million Dollars มาจากในรอบปกติ) และมีซองที่ให้รางวัลเป็นรถยนต์ 1 คันอยู่ในนั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลอดการออกอากาศรายการ มีผู้คว้าแจ๊คพอต 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาได้ 3 คน ได้แก่ Michelle Loewenstein (ในเทปวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551), Autumn Erhard (ในเทปวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556) และ Sarah Manchester (ในเทปวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557)

กติกาเก่า (สมัยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ในช่วง Daytime)[แก้]

เริ่มเกมทางรายการจะมีประโยคปริศนามาให้ และคนที่เป็นผู้เข้าแข่งขันสีแดงจะได้หมุนวงล้อก่อน ทุกครั้งที่หมุนวงล้อได้ช่องที่มีเงินอยู่ จะต้องเลือกตัวอักษร 1 ตัว (ที่ไม่ใช่อักษรสระ) และทุกๆ ครั้งที่เลือกตัวอักษรแล้วหาเจอในโจทย์ ก็จะสะสมได้จากมูลค่าเงินที่หมุนมาได้ คูณกับจำนวนตัวอักษรดังกล่าว (มูลค่าเงินจะมีตั้งแต่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ) และทุกๆ ครั้งที่เลือกแล้วไม่พบในโจทย์ คนต่อไปก็จะได้เล่นแทน แต่ถ้าหมุนได้ช่อง BUY VOWEL ผู้เข้าแข่งขันจะมีสิทธิ์ซื้อสระได้โดยถูกหักครั้งละ 250 ดอลลาร์สหรัฐจากเงินที่สะสมอยู่ และสามารถตอบทั้งประโยคได้เพื่อเก็บเงินที่สะสมอยู่มาเป็นของตนเพื่อเลือกจับจ่ายเลือกของรางวัลที่ผู้เข้าแข่งขันอยากได้มาเป็นของผู้เข้าแข่งขันคนนั้น โดยราคาของรางวัลจะปรากฏบนหน้าจอโทรทัศน์แบบเลื่อนขึ้นไปช้าๆ เล่นแบบนี้จนครบ 4 รอบ

ในรอบที่ 4 ในวงล้อจะเพิ่มช่องล้มละลายเป็น 2 ช่อง