วีรบุรุษแห่งโอลิมปัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วีรบุรุษแห่งโอลิมปัส
ผู้ประพันธ์ริก ไรออร์แดน
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาภาษาอังกฤษ
ประเภทแฟนตาซี, วรรณกรรมเยาวชน, รหัสคดี, เทพปกรณัมกรีก และเทพปกรณัมโรมัน
สำนักพิมพ์ดิสนีย์ ไฮเปอเรียน
จัดพิมพ์เมื่อ2553–2557
ประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ (ฉบับปกแข็งและปกอ่อน)
หนังสือเสียง
ก่อนหน้าเพอร์ซีย์ แจ็กสัน
เว็บไซต์[1]

วีรบุรุษแห่งโอลิมปัส (อังกฤษ: The Heroes of Olympus) เป็นวรรณกรรมเยาวชนขนาด 5 เล่มจบ ประพันธ์โดยริก ไรออร์แดน ซึ่งเป็นวรรณกรรมภาคต่อของวรรณกรรมชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน[1] โดยนวนิยายเล่มสุดท้ายของวรรณกรรมชุดนี้ โลหิตแห่งโอลิมปัส ได้รับการตีพิมพ์ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557[2]

เนื้อเรื่อง[แก้]

วีรบุรุษแห่งโอลิมปัส ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับคำพยากรณ์ในเพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับเทพองค์สุดท้าย (หนังสือเล่มสุดท้ายในวรรณกรรมชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน) ซึ่งทำนายว่ามนุษย์กึ่งเทพทั้งเจ็ดจะต้องร่วมมือกันปกป้องโลกจากน้ำมือของไกอา เทพีซึ่งวางแผนจะทำลายโลก

หนังสือในชุด[แก้]

วีรบุรุษผู้สาบสูญ[แก้]

ดูบทความหลักที่: วีรบุรุษผู้สาบสูญ

เจสัน เกรซตื่นขึ้นมาบนรถโรงเรียน เขาไม่หลงเหลือความทรงจำว่าเขาคือใคร เขากำลังอยู่ที่ไหน หรือแม้กระทั่งอดีตของเขา เจสันกำลังนั่งติดกับไพเพอร์ แม็กลีน และลีโอ วัลเดซ ซึ่งทั้งสองรู้จักเขาและอ้างตัวว่าเป็นแฟนสาวและเพื่อนสนิท ทั้งสามกำลังอยู่ระหว่างการทัศนศึกษาที่แกรนด์แคนยอน หลังจากถึงแกรนด์แคนยอนแล้ว เด็กคนหนึ่งในห้องนามว่าไดแลนได้กลายร่างเป็นเวนติ (ปีศาจพายุ) และโจมตีทั้งสามและกลีสัน เฮดจ์ ผู้เป็นโค้ชของพวกเขา ในระหว่างการต่อสู้ เจสันทำให้ทุกคนประหลาดใจ เมื่อเหรียญของเขากลายสภาพเป็นดาบ ซึ่งเขาใช้ต่อสู้กับปีศาจพายุ ในระหว่างนั้นโค้ชเฮดจ์ได้เปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นเซเทอร์ และถูกปีศาจจับตัวไป หลังจากต่อสู่เสร็จ รถม้าบินได้ก็ปรากฏตัวเพื่อช่วยเหลือเด็กทั้งสาม แต่ทว่าหนึ่งในคณะผู้ช่วยเหลือซึ่งมีนามว่าแอนนาเบ็ธ เชสแสดงอารมณ์ไม่ดีออกมา เพราะเธอหวังว่าจะพบเพอร์ซีย์ แจ็กสัน แฟนหนุ่มของเธอ ซึ่งเพอร์ซีย์ได้หายตัวไปจากค่ายฮาล์ฟบลัดมานานแล้ว แอนนาเบ็ธเคยได้รับนิมิตจากเทพีเฮราว่าให้ตามหา "เด็กชายผู้ใส่รองเท้าข้างเดียว" และเจสันก็เป็นคนเดียวในบริเวณนั้น ซึ่งทำรองเท้าหล่นหายในขณะต่อสู้ เจสัน, ไพเพอร์ และลีโอได้รับรู้ความจริงที่ว่าพวกเขาคือพวกเลือดผสม เป็นลูกครึ่งมนุษย์กับเทพเจ้า และพวกเขาได้ถูกนำตัวไปที่ค่ายฮาล์ฟบลัดทันที

เมื่อเจสัน, ไพเพอร์ และลีโอ ถูกนำตัวไปที่ค่ายฮาล์ฟบลัดแล้ว พวกเขาได้รับการยืนยันว่าเป็นมนุษย์กึ่งเทพ ผู้เป็นสายเลือดของเทพเจ้าในปกรณัมกรีก ดูเหมือนว่าเจสันเลือกที่จะนับถือเทพเจ้าในรูปแบบเทพเจ้าโรมันมากกว่าในรูปแบบเทพเจ้ากรีก ลีโอนั้นถูกเทพฮิฟีสตัสรับรองว่าเขาเป็นสายเลือดทันที ค้อนสีแดงที่ส่องแสงเป็นประกอปรากฏอยู่เหนือศีรษะจองเขาทันทีที่เขามาถึงค่ายฮาล์ฟบลัด ในคืนนั้น บริเวณรอบกองไฟ ไพเพอร์ได้รับพรจากเทพีแอโฟรไดที ซึ่งยืนยันว่าเธอเป็นธิดาแห่งแอโฟรไดที เธอเริ่มชิงดีชิงเด่นกับดริว ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าบ้านนิสัยเจ้ากี้เจ้าการ ทุก ๆ คนทราบว่าเจสันเป็นบุตรแห่งซุสหลังจากเขาสามารถเสกสายฟ้าได้ นอกจากนี้ เขสันยังเป็นน้องชายของธาเลีย ตัวละครหลักในวรรณกรรมชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน เจสันจำธาเลียได้เมื่อเขาเห็นภาพของเธอในบ้านพักของบุตรแห่งซุส และรับรู้ได้ว่าจูโนได้ขโมยความทรงจำของเขาไป ไพเพอร์รู้สึกอิจฉาธาเลียในตอนแรก จนกระทั่งเธอรู้ว่าธาเลียเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเจสัน แอนนาเบ็ธพาเจสันไปพบโคลวิส บุตรแห่งฮิปนอส (เทพเจ้าแห่งการนอนหลับ) เพื่อที่จะค้นหาความทรงจำบางส่วนผ่านการนอนหลับ โคลวิสอธิบายให้เจสันฟังเรื่องความแตกต่างของเทพเจ้าในรูปกรีกและในรูปโรมัน

เวลาผ่านไปไม่ถึงวัน มนุษย์กึ่งเทพทั้งสามถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือเฮรา เทพีซึ่งถูกยักษ์ลักพาตัวไป ทั้งสามออกเดินทางโดยขี่หลังมังกรซึ่งมีนามว่าเฟสตัส (มาจากภาษาละติน แปลว่า มีความสุข) ซึ่งลีโอเป็นผู้เจอมันและซ่อมแซมมันเองกับมือ ทั้งสามเดินทางไปรัฐควิเบก, ประเทศแคนาดาเป็นที่แรก ซึ่งพวกเราได้พบกับเทพเจ้าแห่งลมประจำทิศเหนือนามว่าโบเรียส ไพเพอร์ค้นพบความจริงว่าเธอสามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้ และเธอได้สนทนากับเทพโบเรียส, บุตรของเขา และธิดาของเขานามว่าคีโอนี หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินทางมาทางใต้ ซึ่งเฟสตัสพุ่งชนอะไรบางอย่างอย่างเป็นปริศนา ทิ้งให้มนุษย์กึ่งเทพทั้งสามต้องสำรวจโรงงานร้าง ในขณะที่ลีโอออกไปตามหาเฟสตัส เจสันอยู่ในโรงงานร้างกับไพเพอร์ ซึ่งข้อเท้าของเธอบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เธอพยายามรักษาตัวเองด้วยแอมโบรเซียและเน็กทาร์ ซึ่งเป็นอาหารของเหล่าเทพ ในขณะที่เจสันออกไปสำรวจ เขาไม่กลับมา ไพเพอร์รู้สึกสงสัยและถูกจับกุมตัวโดยเหล่าไซคลอปส์ทั้งสาม โดยเจสันเองก็ถูกจับกุมตัวด้วย ลีโอแอบย่องเข้ามาในโรงงานและทำลายเหล่าไซคลอปส์ด้วยเครน ทำให้ไพเพอร์กับเจสันซึ่งหมดสติอยู่นั้นปลอดภัย ลีโอซ่อมแซมเฟสตัส และเมื่อทั้งสามพร้อมที่จะออกเดินทางต่อ พวกเขาก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อหาสถานที่พักแรม ลีโอพบท่อระบายน้ำที่สามารถใช้เป็นที่พักแรมได้ แต่พวกเขากลับพบร้านค้าอันแปลกประหลาด และพบโค้ชเฮจถูกขังอยู่ในกรงในสภาพตัวแข็ง ในที่สุดพวกเขาก็พบว่าร้านค้าแห่งนี้ถูกปกครองโดยแม่มดนามว่ามีเดีย ซึ่งพยายามฆ่าเด็กทั้งสามด้วยยาพิษ ทั้งสามหนีออกมาได้หลังจากต่อสู้อยู่นาน ทิ้งให้มีเดียอยู่ในซากปรักหักพังของอาคารที่กำลังถูกเพลิงไหม้ ทั้งสามขี่เฟสตัสออกมาและมองหาพื้นที่ที่กว้างพอที่จะลงจอด แต่โชคไม่ดีที่ที่ดินที่ทั้งสามลงจอดนั้นถูกติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเลเซอร์ ทำให้เฟสตัสแหลกเป็นชิ้น ๆ ไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้การได้อีกต่อไป ลีโอรู้สึกเศร้าเสียใจมากที่ต้องสูญเสียเพื่อนมังกรของเขาไป ทั้งสามตัดสินใจเข้าไปในคฤหาสน์หลังที่อยู่ข้าง ๆ ที่เดินซึ่งเฟสตัสลงจอด และผล็อยหลับไป ทั้งสามสะดุ้งตื่นและพบกับชายคนหนึ่งซึ่งเขาคือกษัตริย์ไมดาส ซึ่งมีพลังอำนาจในการเปลี่ยนสิ่งของทุกอย่างบนโลกนี้ให้เป็นทองคำ ไมดาสเปลี่ยนไพเพอร์กับลีโอให้เป็นทองคำทันที

บุตรแห่งสมุทรเทพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: บุตรแห่งสมุทรเทพ

เพอร์ซีย์ แจ็กสัน บุตรแห่งโพไซดอนซึ่งมีอาการความจำเสื่อม เขาพบค่ายแห่งใหม่นามว่า ค่ายจูปิเตอร์ เพอร์ซีย์และเพื่อนใหม่ของเขา, เฮเซล เลอเวสก์ และแฟรงก์ จาง เดินทางมุ่งหน้าสู่อลาสกา ดินแดนซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจของเทพเจ้า เพื่อปลดปล่อยแทนาทอส เทพแห่งความตาย และช่วยโลกพ้นจากน้ำมือของไกอา เทพีแห่งโลก

รอยตราอาธีนา[แก้]

ดูบทความหลักที่: รอยตราอาธีนา

เพอร์ซี่ย์ได้ถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพที่ค่ายโรมัน ลีโอสามารถสร้างเรืออาร์โกสอง(เรือไทรรีมแบบกรีกสามารถลอยทั้งทางอากาศและน้ำ)ได้สำเร็จ และได้เดินทางไปที่ค่ายจูปิเตอร์เพื่อไปหาเพอร์ซี่ย์ เมื่อพบกันแล้วชาวโรมันก็ได้ต้อนรับอย่างไม่เต็มใจ เพราะอดีตกาลชาวโรมันและชาวกรีกมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ชาวโรมันจึงไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ ตามคำบอกของเพอร์ซี่ย์ทำให้ชาวโรมันไม่ตัดสินใจโจมตีเรือทันที แต่ลีโอก็ทำพลาดด้วยการยิงขีปนาวุธที่ติดตั้งบนเรืออาร์โกสองใส่ลานคนเมืองในค่ายโรมันซึ่งพบในภายหลังว่าเป็นไอโดลอน(จิตวิญญานล่องหนเข้าสิงคนได้)ไปเข้าสิงลีโอและทำการโจมตีโดยไม่รู้ตัว ทำให้พวกเขาต้องออกเรือในทันทีโดยมีโค้ชเฮจด์และชาวโรมันสองคนคือเพื่อนของเพอร์ซี่ย์ เฮเซลและแฟรงก์มาด้วย รวมเป็น 7 คนในคำพยากรณ์พอดี คือ เพอร์ซี่ย์ แอนนาเบ็ธ เจสัน ลีโอ ไพเพอร์ เฮเซล และแฟรงก์ พวกเขาออกเดินทางทำภารกิจ พวกเขาพบว่านิโค ดิแองเจโล ถูกจับตัวไปทำให้พวกเขาต้องไปช่วย โดยแอนนาเบ็ธถูกเอ่ยในคำพยากรณ์ว่า อาธีน่าเดินลำพัง เพื่อไปหารูปปั้นของแม่เธอ อาธีน่าพาเธนอส เธอได้พบกับอารัคนี(ผู้ที่ถูกอาธีน่าสาปให้เป็นแมงมุม เพราะไปอวดโอ่ว่าตนถักทอผ้าได้สวยงามกว่า)เอารูปปั้นไป โดยอารัคนีเกลียดบุตรธิดาแห่งอาธีน่า แต่ด้วยความฉลาดของแอนนาเบ็ธเธอใช้กลลวงให้อารัคนีถูกทอ กุญแจนิ้วแบบจีน เพื่อเป็นกับดักให้นางได้สำเร็จ ตามคำพยากรณ์ว่า กรงถักทอมอบชัยมั่นอย่างร้าวราน ต่อมาเพื่อนของเธอได้มาช่วยด้วยการระเบิดเพดานเข้ามาในห้องลึกใต้ดิน(พื้นซึ่งไม่แข็งแรงอยู่แล้วและมีรอยแตกเป็นรอยลึกถ้าตกลงไปก็จะพบกับนรกทาร์ทารัส)แต่เธอก็ทำพลาดเพราะใยแมงมุมของอารัคนี ทำให้เธอซึ่งสวมกอดกับเพอร์ซี่ย์อยู่ตกลงไปในรอยแตก และตรงดิ่งสู่นรกทาร์ทารัสด้วยกัน

เคหาสน์แห่งฮาเดส[แก้]

ดูบทความหลักที่: เคหาสน์แห่งฮาเดส

โลหิตแห่งโอลิมปัส[แก้]

ดูบทความหลักที่: โลหิตแห่งโอลิมปัส

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "วีรบุรุษผู้สาบสูญ". ริก ไรออร์แดน. Archived from the original on 18 ตุลาคม 2557.
  2. "'โลหิตแห่งโอลิมปัส' โดย ริก ไรออร์แดน วางแผงแล้ววันนี้ !". ไฮพาเบิล.