วันคุ้มครองโลก
| วันคุ้มครองโลก | |
|---|---|
ธงวันคุ้มครองโลก ธงนี้เป็นธงอย่างไม่เป็นทางการ และใช้ภาพถ่ายของนาซา | |
| จัดขึ้นโดย | |
| ประเภท | รณรงค์, ตระหนัก |
| ความสำคัญ | สนับสนุนการปกป้องสิ่งแวดล้อม |
| วันที่ | 22 เมษายน |
| ความถี่ | ทุกปี |
| ครั้งแรก | ค.ศ. 1970 |
วันคุ้มครองโลก (อังกฤษ: Earth Day) ตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ประกาศโดยโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (United Nations Environment Program "UNEP") เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513 ปัจจุบันประกอบด้วยกิจกรรมมากมายที่ประสานงานกันทั่วโลกผ่าน earthday.org (เดิมชื่อ Earth Day Network) [1] ซึ่งรวมถึงผู้คน 1 พันล้านคนในกว่า 193 ประเทศ [1][2][3]
ในปี 1969 (หรือ พ.ศ.2512) ในการประชุมยูเนสโกที่ซานฟรานซิสโก จอห์น แมคคอนเนลล์ (John McConnell) นักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ (Peace movement) ได้เสนอให้มีวันหนึ่งเพื่อเป็นเกียรติแก่โลกและแนวคิดเรื่องสันติภาพ โดยกำหนดให้มีการเฉลิมฉลองครั้งแรกในวันที่ 21 มีนาคม 1970 ซึ่งเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ (First day of spring) ในซีกโลกเหนือ วันแห่งความสมดุลของธรรมชาตินี้ได้รับการรับรองในภายหลังด้วยคำประกาศที่เขียนโดยแมคคอนเนลล์และลงนามโดยเลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ชื่ออู้ตั่น (U Thant) เป็นชาวพม่า หนึ่งเดือนต่อมา วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) ได้เสนอแนวคิดที่จะจัดการสัมมนาให้ความรู้ด้าน สิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ในวันที่ 22 เมษายน 1970 และจ้างนักเคลื่อนไหวหนุ่มเดนิส เฮย์ส (Denis Hayes) ให้เป็นผู้ประสานงานระดับชาติ ชื่อ "วันคุ้มครองโลก" (Earth Day) ได้รับการตั้งขึ้นโดยนักเขียนโฆษณา จูเลียน โคเอนิก [4] เฮย์สและทีมงานของเขาได้ขยายกิจกรรมนี้ให้กว้างกว่าแนวคิดเดิมของการสัมมนาให้ความรู้ โดยครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา
พันธมิตรหลักที่ไม่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญ ตัวอย่างเช่นภายใต้การนำของผู้นำแรงงาน วอลเตอร์ รอยเธอร์ (Walter Reuther) สหภาพแรงงานยานยนต์แห่งสหรัฐอเมริกา the United Auto Workers (UAW) เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินและปฏิบัติการภายนอกที่สำคัญที่สุดของวันคุ้มครองโลกครั้งแรก [5][6][7] ตามที่ เฮย์ส กล่าวว่า "หากไม่มี UAW วันคุ้มครองโลกครั้งแรกคงล้มเหลว!" [5] ต่อมา เนลสัน ได้รับรางวัลเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูผลงานของเขา [8][9]
วันคุ้มครองโลกครั้งแรกจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ในปี 1990 เดนิส เฮย์ส ผู้ประสานงานระดับชาติคนแรกในปี 1970 ได้ขยายกิจกรรมไปสู่ระดับนานาชาติและจัดกิจกรรมใน 141 ประเทศ [10][11][12] วันคุ้มครองโลกปี 2016 ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่สำคัญ ได้รับการลงนามโดยสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, จีน และอีก 120 ประเทศ การลงนามครั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดสำคัญสำหรับการมีผลบังคับใช้ (Entry into force) ของร่างสนธิสัญญาคุ้มครองสภาพภูมิอากาศ (Climate protection treaty) ฉบับประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับการรับรองโดยฉันทามติจาก 195 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558 (2015 United Nations Climate Change Conference) ที่กรุงปารีส ชุมชนจำนวนมากได้เข้าร่วมกิจกรรม "สัปดาห์วันคุ้มครองโลก" ซึ่งเป็นกิจกรรมตลอดทั้งสัปดาห์ที่มุ่งเน้นไปที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญอยู่ [13] ในวันคุ้มครองโลกปี 2020 ผู้คนกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกได้ร่วมรำลึกครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์นี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นการเฉลิมฉลองระดับพลเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก [3]
ในประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรมวันคุ้มครองโลกแบบนี้เป็นประจำทุกปี โดยหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรีนพีซ
นอกจากวันคุ้มครองโลก 22 เมษายนแล้ว ยังมีวันคุ้มครองโลกที่กำหนดขึ้นจากช่วงวิษุวัต (equinox) เช่นกัน วิษุวัตเป็นช่วงที่ในกลางวันและกลางคืนมีระยะเวลาเท่ากัน และเป็นการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกเหนือ และฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกใต้ โดยนับจากเหตุการณ์ธรรมชาติที่แกนขั้วโลกจะตั้งได้ฉากกับเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ในช่วงวันที่ 20-21 มีนาคมของทุกปี
การคุ้มครองโลกนั้น ในทางพระพุทธศาสนาจัดว่าต้องมีหลักธรรม หรือ โลกบาลธรรม คือหลักธรรม 2 ประการ ได้แก่ หิริ (ความละอายต่อบาป) และ โอตตัปปะ (ความเกรงกลัวต่อผลของบาป) ทำหน้าที่ช่วยให้มนุษย์เกรงกลัวการทำชั่ว ละอายใจที่จะประพฤติมิชอบ ทำให้สังคมสงบสุข ร่มเย็น และมีความสามัคคีกัน เปรียบเสมือนทรัพย์อันประเสริฐที่คุ้มครองโลกให้พ้นจากความสับสนวุ่นวาย
รายละเอียดของธรรมคุ้มครองโลก 2 ประการ: หิริ (ความละอายบาป): คือความอายใจตัวเองที่จะทำความชั่ว ทำความผิด ทั้งทางกาย วาจา และใจ ไม่กล้าทำสิ่งที่ไม่ดี แม้ไม่มีใครเห็น โอตตัปปะ (ความกลัวบาป): คือความเกรงกลัวต่อผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการทำชั่ว กลัวต่อบาปทุจริต กลัวความผิดที่จะส่งผลให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
ประโยชน์ของการมีหิริและโอตตัปปะ:
คุ้มครองตนเอง: ไม่ให้ตกไปในทางต่ำหรือทำผิดศีลธรรม
คุ้มครองโลก/สังคม: ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ไม่มีการรังแกหรือประทุษร้ายกัน
สร้างความร่มเย็น: เมื่อคนในสังคมมีหิริโอตตัปปะ จะเกิดความสามัคคีและความสงบสุข หลักธรรมทั้ง 2 ข้อนี้เป็น "ธรรมขาว" หรือ "เทวธรรม" ที่ทำให้บุคคลเป็นผู้มีจิตใจสูงส่งและรุ่งเรือง
ประวัติ
[แก้]วันคุ้มครองโลกนี้ เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ริเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ต่อมา สมาชิกวุฒิสภาเนลสันได้ตัดสินใจขอให้ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ยกเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ เคเนดีเห็นด้วยและได้ออกเดินสายทั่วประเทศ เป็นเวลา 5 วัน 11 รัฐ ในช่วงเดือนกันยายนพ.ศ. 2506 (ก่อนที่ประธานาธิบดีเคเนดีจะถูกลอบยิงเสียชีวิต) การเดินสายครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของการริเริ่มวันคุ้มครองโลก จนในปี พ.ศ. 2512 สมาชิกวุฒิสภาเนลสันได้ผลักดันให้มีการจัดการชุมนุมประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศขึ้น เพื่อให้แสดงความคิดเห็นในปัญหาสิ่งแวดล้อม และได้เชิญชวนให้ทุก ๆ คนร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดกระแสความห่วงใยในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของสังคมอเมริกันในขณะนั้น นำสู่ความสำเร็จของการก่อตั้งวันคุ้มครองโลกขึ้นต่อมา [14]
เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่ซานตาบาร์บารา ปี 1969
[แก้]เมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1969 บ่อน้ำมันชื่อแพลทฟอร์ม เอ (Platform A) ซึ่งขุดเจาะโดยยูเนี่ยนออยล์ (Union Oil) ห่างจากชายฝั่งซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย 6 ไมล์ (10 กม.) เกิดการระเบิดน้ำมันรั่วไหลมากกว่า 3 ล้านแกลลอนสหรัฐ (2.5 ล้านแกลลอนอิมพีเรียล; 11 ล้านลิตร) ทำให้สัตว์ทะเลมากกว่า 10,000 ตัว เช่น นกทะเล โลมา แมวน้ำ และสิงโตทะเล ตายลง เพื่อเป็นการตอบสนองต่อภัยพิบัติครั้งนี้ นักเคลื่อนไหวจึงรวมตัวกันเพื่อสร้างกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และวันคุ้มครองโลก ในบรรดาผู้สนับสนุนวันคุ้มครองโลก ได้แก่ ผู้ที่อยู่ในแนวหน้าของการต่อสู้กับภัยพิบัตินี้คือ เซลมา รูบิน (Selma Rubin), มาร์ค แมคกินเนส (Marc McGinnes) และบัด บอททอมส์ (Bud Bottoms) ผู้ก่อตั้ง Get Oil Out [15] เดนิส เฮย์ส (Denis Hayes) ผู้จัดงานวันคุ้มครองโลกครั้งแรก กล่าวว่า วุฒิสมาชิกเกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) จากรัฐวิสคอนซิน ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างวันคุ้มครองโลกหลังจากเห็นคราบน้ำมันขนาด 800 ตารางไมล์ (2,100 ตารางกิโลเมตร)จากเครื่องบินในช่องแคบซานตาบาร์บารา [15][16]
วันสิทธิสิ่งแวดล้อมแห่งซานตาบาร์บารา ปี 1970
[แก้]ในวันที่ 28 มกราคม 1970 ซึ่งเป็นวันครบรอบปีแรกของการรั่วไหลของน้ำมัน ได้มีการกำหนดให้มีวันสิทธิสิ่งแวดล้อม และมีการอ่านปฏิญญาว่าด้วยสิทธิสิ่งแวดล้อมในวันนั้น ซึ่งเขียนขึ้นโดยร็อด แนช (Rod Nash) ระหว่างการเดินทางด้วยเรือข้ามช่องแคบซานตาบาร์บารา โดยเขาพกสำเนาปฏิญญาคำประกาศอิสรภาพของโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ติดตัวไปด้วย [15] ผู้จัดงานวันสิทธิสิ่งแวดล้อม นำโดยมาร์ค แม็กกินเนส (Marc McGinnes) ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกสภาคองเกรสพีท แม็กคลอสกี (Pete McCloskey) (พรรครีพับลิกัน รัฐแคลิฟอร์เนีย) เป็นเวลาหลายเดือน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการร่างกฎหมายนโยบายสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (National Environmental Policy Act) ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ฉบับแรกๆ ที่เกิดขึ้นจากเสียงเรียกร้องระดับชาติเกี่ยวกับการรั่วไหลของน้ำมัน และเกี่ยวกับปฏิญญาสิทธิสิ่งแวดล้อม ทั้งแม็กคลอสกี (ประธานร่วมวันคุ้มครองโลกกับวุฒิสมาชิกเกย์ลอร์ด เนลสัน ) และเดนิส เฮย์ส ผู้จัดงานวันคุ้มครองโลก พร้อมด้วยวุฒิสมาชิกอลัน แครนสตัน (Alan Cranston) พอล เออร์ลิช (Paul Ehrlich) เดวิด บราวเวอร์ (David Brower) และผู้นำที่มีชื่อเสียงคนอื่นๆ ต่างให้การสนับสนุนปฏิญญาดังกล่าวและกล่าวถึงเรื่องนี้ในการประชุมวันสิทธิสิ่งแวดล้อม
วันคุ้มครองโลก ค.ศ. 1980
[แก้]ช่วงทศวรรษ 1970 (ทศวรรษ คือ ช่วงเวลา 10 ปี มีหลักการนับ คือ เริ่มนับตั้งแต่ปีที่ขึ้นต้นด้วยเลข 0 เป็นปีแรกของทศวรรษ และนับไปสิ้นสุดที่เลข 9 เช่น ทศวรรษที่ 1970 เริ่มนับตั้งแต่ ค.ศ.1970 ถึง ค.ศ.1979 หรือ ช่วง พ.ศ.2513 ถึง พ.ศ.2522) เป็นช่วงเวลาแห่งกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ กฏหมายอากาศสะอาด กฏหมายน้ำสะอาด กฏหมายสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ กฏหมายคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล กฏหมายกองทุนซูเปอร์ฟันด์ (Superfund) (กฏหมายกองทุนซูเปอร์ฟันด์ คือ กฎหมายกองทุนสิ่งแวดล้อม) กฏหมายควบคุมสารพิษ และกฏหมายอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Earth Day 2020: What Is It and How Do People Mark It Around the World?". The Independent. เมษายน 21, 2020. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 19, 2021.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "1 billion people are taking part in Earth Day - here are some reasons to be hopeful this year". Euronews. เมษายน 20, 2022. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 9, 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "The 50th Anniversary of Earth Day Unites Tens of Millions of People Across the World in Action and a Multi-Platform Event". Yahoo. เมษายน 24, 2020. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 22, 2021. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 19, 2021.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Frazier, Reed (22 เมษายน 2015). "Julian Koenig, Well-Known Adman, Named Earth Day". NPR. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Labor and environmentalists have been teaming up since the first Earth Day". Grist. เมษายน 2, 2010. สืบค้นเมื่อ เมษายน 28, 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Meet 'Mr. Earth Day,' the Man Who Helped Organize the Annual Observance". Time. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2024-04-22. สืบค้นเมื่อ เมษายน 28, 2020.
{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Rumpus Interview with Earth Day Organizer Denis Hayes". The Rumpus.net. เมษายน 2, 2009. สืบค้นเมื่อ เมษายน 28, 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Striepe, Becky (2013-04-21). "Earth Day Care2 Healthy Living". Care2.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2013-04-23. สืบค้นเมื่อ 2013-04-24.
- ↑ "Planet vs. Plastics Global Theme for Earth Day 2024". earthday.org. n.d. สืบค้นเมื่อ มกราคม 20, 2024.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Staff – The Buillitt Foundation". Bullitt.org. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ สิงหาคม 7, 2011. สืบค้นเมื่อ เมษายน 22, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Rumpus Interview With Earth Day Organizer Denis Hayes". The Rumpus.net. เมษายน 17, 2020. สืบค้นเมื่อ เมษายน 20, 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "How Earth Day gave birth to the environmental movement". The Harvard Gazette. มกราคม 1990. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มีนาคม 28, 2010. สืบค้นเมื่อ เมษายน 22, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Earth Day: Let's pledge to keep our environment clean, says Mamata". The Statesman. เมษายน 22, 2018.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "เว็บไซต์ Envirolink". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-04-21. สืบค้นเมื่อ 2010-04-22.
- 1 2 3 Wheeling, Kate; Ufberg, Max (2017-04-18). "'The Ocean Is Boiling': The Complete Oral History of the 1969 Santa Barbara Oil Spill". Pacific Standard. สืบค้นเมื่อ 2018-05-09.
- ↑ Bastian, Jonathan (2017-04-21). "How the 1969 Santa Barbara oil spill sparked Earth Day". KCRW. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-04-28. สืบค้นเมื่อ 2018-05-09.