ข้ามไปเนื้อหา

ระเบิด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระเบิด

ระเบิด คือวัตถุที่ทำให้เกิดการระเบิด จะบรรจุวัตถุระเบิดไว้ภายใน ระเบิด คือ อาวุธระเบิด (Explosive weapon) ที่ใช้ปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic reaction) [1] ของวัตถุระเบิดเพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างรุนแรงและฉับพลัน การระเบิด ก่อให้เกิดความเสียหายโดยหลักผ่านทางความเครียดเชิงกลที่ส่งผ่านทางพื้นดินและชั้นบรรยากาศ การกระทบและการเจาะทะลุทะลวงของกระสุนที่ถูกบรรจุไว้อยู่ภายในลูกระเบิดที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงดัน ความเสียหายจากแรงดัน และผลกระทบที่เกิดจากการระเบิด ระเบิดได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 โดยเริ่มต้นจากดินแดนแถบเอเชียตะวันออก

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ดูเพิ่มเติม: ประวัติของดินปืน (History of gunpowder)

ระเบิด "ลมและฝุ่น" ที่ปรากฏในหนังสือ Huolongjing สมัยราชวงศ์หมิง ((Ming Dynasty) หม้อบรรจุดินปืนที่อยู่ภายในท่อ และถูกขว้างใส่ผู้รุกราน [2] (A "wind-and-dust" bomb depicted in the Ming Dynasty book Huolongjing. The pot contains a tube of gunpowder, and was thrown at invaders.)
ภาพประกอบแสดงระเบิดที่ถูกขว้างใส่บันไดในการโจมตีของชาวแมนจูระหว่างการล้อมเมืองหนิงหยวน จากหนังสือ Thai Tsu Shih Lu Thu (บันทึกที่แท้จริงของบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่) ที่เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2478 ระเบิดเหล่านี้เรียกว่า "ระเบิดฟ้าร้อง" (An illustration depicting bombs thrown at Manchu assault ladders during the siege of Ningyuan, from the book Thai Tsu Shih Lu Thu (Veritable Records of the Great Ancestor) written in 1635. The bombs are known as "thunder crash bombs."

ระเบิดดินปืน (Gunpowder bomb) ถูกกล่าวขานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ในปี ค.ศ. 1000 ทหารคนหนึ่งชื่อ ถัง ฟู่ (唐福) (Tang Fu) ได้สาธิตการออกแบบหม้อดินปืน (Gunpowder pot) (ระเบิดต้นแบบที่พ่นไฟออกมา) และขวากหนามดินปืน (Gunpowder caltrop) ซึ่งเขาได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงาม [3] ในปีเดียวกันนั้น สวีตง (Xu Dong) ได้เขียนบรรยายไว้ว่ามีเครื่องยิงลูกหินที่ใช้วัตถุระเบิดที่มีลักษณะคล้าย "ไฟบิน" ซึ่งบ่งชี้ว่ามันเป็นระเบิดเพลิง ในตำราวิชาการทหารที่มีชื่อว่า "อู่จิงจงเหยา" (Wujing Zongyao) ปี ค.ศ. 1044 ได้กล่าวถึงระเบิดแบบต่างๆ เช่น "ระเบิดเวทมนตร์ทรายบินหมื่นไฟ" (ten-thousand fire flying sand magic bomb), "ระเบิดเพลิงสวรรค์ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้" (burning heaven fierce fire unstoppable bomb) "ระเบิดฟ้าร้อง" ( pilipao ) อย่างไรก็ตาม ระเบิดเหล่านี้เป็นระเบิดเปลือกอ่อนและไม่ได้ใช้ปลอกโลหะ

คลื่นกระแทก

[แก้]

คลื่นกระแทก (shock waves) จากการระเบิดสามารถก่อให้เกิดสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเคลื่อนที่ของร่างกาย (เช่น คนถูกเหวี่ยงไปในอากาศ) การตัดอวัยวะการตกเลือดภายในและแก้วหู ฉีกขาด

คลื่นกระแทกที่เกิดจากเหตุการณ์ระเบิดมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันสองส่วน คือคลื่นบวกและคลื่นลบ คลื่นบวกจะผลักออกไปจากจุดระเบิด ตามด้วยช่องว่างสุญญากาศที่ "ดูดกลับ" ไปยังจุดกำเนิดเมื่อฟองคลื่นกระแทกยุบตัวลง การป้องกันที่ดีที่สุดต่อการบาดเจ็บจากคลื่นกระแทกคือการรักษาระยะห่างจากแหล่งกำเนิดคลื่นกระแทก และเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงได้แสดงตัวอย่างให้เห็นว่า ในขนาดของความดันมหาศาล ณ ที่จุดเกิดเหตุในเหตุการณ์ระเบิดในเมืองโอคลาโฮมาซิตี้นั้นคาดว่าอยู่ในช่วงถึง 28 เมกะปาสคาล (28 MPa) [4]

วัตถุระเบิด

[แก้]

วัตถุระเบิดนั้น มีการใช้สารที่ทำให้ระเบิด (Explosive materials) เป็นดินระเบิด (bursting charges) ในระเบิด หัวรบจรวด ระเบิดมือ และกับระเบิด และเป็นดินส่ง (propellants) เพื่อยิงกระสุนและเปลือกกระสุนปืนใหญ่ มีการใช้เป็นเชื้อประทุระเบิด (blasting cap) ในการระเบิดทางทหารหรือกิจการพลเรือน เพื่อระเบิดดินในงานด้านวิศวกรรม และการระเบิดอาคาร และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ

วัตถุระเบิดจำแนกออกเป็นหลายประเภท โดยส่วนประกอบ (สารประกอบ), อำนาจของการระเบิด, วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ฯลฯ

จำแนกตามอำนาจของการระเบิด
  • ระเบิดอำนาจต่ำ Low - Explosive โดยทั่วไปแล้วปฏิกิริยาการระเบิดวัตถุระเบิดประเภทนี้ จะเป็นการลุกไหม้อย่างรวดเร็ว (deflagration) ทำให้เกิดความร้อนและความดันก๊าซ โดยที่คลื่นกระแทก (shock wave) ที่เกิดจากการระเบิด มีความเร็วในการแล่นผ่านตัววัตถุระเบิดเอง น้อยกว่า 1000 เมตรต่อวินาที่ วัตถุระเบิดที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ได้แก่ ดินปืน
  • ระเบิดอำนาจสูง high - Explosive โดยทั่วไปแล้วปฏิกิริยาการระเบิดวัตถุระเบิดประเภทนี้ จะเป็นการสลายตัวรวดเร็วของสารระเบิด (detonation) ทำให้เกิดพลังงานที่เกิดความดันก๊าซ และคลื่นกระแทก (shock wave) ที่สูงมาก โดยที่คลื่นกระแทก (shock wave) มีความเร็วในการแล่นผ่านตัววัตถุระเบิดเอง มากกว่า 1000 เมตรต่อวินาที่ วัตถุระเบิดที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ได้แก่ TNT, P.E.T.N., Dynamite, RDX

ระเบิดนั้นยังอาจจัดกลุ่มตามปริมาณพลังงานที่ปล่อยออกมาเมื่อจุดระเบิด และจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ระเบิดอำนาจสูงในยุคใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเสถียร และไม่มีความไว นั่นหมายความว่า จะเกิดการระเบิดโดยบังเอิญได้ยาก ประทุระเบิดที่มีอำนาจสูงมักจะอาศัยชนวนที่จุดง่าย เพื่อทำให้เกิดการระเบิด บางครั้งอาจต้องการชนวนเร่งระเบิดสองชั้น เพื่อการระเบิดอย่างฉับไว ซึ่งจะถูกขับจากชนวนให้ระเบิดเต็มที่ดินส่ง ก็ต้องการใช้ชนวนท้ายพอ ๆ กัน และบางครั้งก็ต้องการประทุจุดระเบิดขั้นทุติยภูมิเพื่อการส่ง

ระเบิดยังนำมาใช้งานด้านวิศวกรรม เช่น การระเบิดหินเพื่อทำถนน การระเบิดในเหมืองเพื่อเปิดหน้าเหมือง การระเบิดในงานเจาะหลุมผลิตปิโตรเลียม

ประเภท

[แก้]
แผนผังของระเบิดเวลาแบบง่ายในรูปแบบของ ระเบิดท่อ (pipe bomb)
ระเบิดนิวเคลียร์แบบ B61 (B61 nuclear bomb) ของสหรัฐอเมริกาขณะถูกบรรทุกลำเลียงอยู่บนรถบรรทุกลำเลียง

โดยทั่วไปผู้เชี่ยวชาญมักจะจำแนกแยกแยะความแตกต่างระหว่างระเบิดของพลเรือนและระเบิดของทหารออกจากกัน ต่อมาภายหลังเกือบจะเป็นอาวุธที่ผลิตโดยทั่วไป, โดยได้รับการพัฒนาและสร้างขึ้นเพื่อการออกแบบตามมาตรฐานจากส่วนประกอบมาตรฐานและตั้งใจจะนำไปใช้ในอุปกรณ์ระเบิดมาตรฐาน อาวุธประเภทหลังมักเป็นอาวุธที่ผลิตจำนวนมาก พัฒนาและสร้างขึ้นตามการออกแบบมาตรฐานจากส่วนประกอบมาตรฐาน และมีจุดประสงค์เพื่อนำไปใช้กับอุปกรณ์ระเบิดมาตรฐาน ระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised explosive device : ชื่อย่อ IED) แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามขนาดพื้นฐานและการจัดส่ง ระเบิดแสวงเครื่องประเภทที่ 76 คือระเบิดที่บรรจุอยู่ในห่อพัสดุหรือกระเป๋าเดินทางที่ถือติดตัวไป ประเภทที่ 80 คือ "เสื้อกั๊กพลีชีพ" (suicide vest) ที่ผู้ก่อการร้ายสวมใส่ และอุปกรณ์ประเภทที่ 3 คือยานพาหนะที่บรรทุกวัตถุระเบิดเพื่อทำหน้าที่เป็นระเบิดแบบอยู่กับที่ขนาดใหญ่หรือแบบขับเคลื่อนด้วยตนเอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ระเบิดติดรถ (VBIED) (ระเบิดแสวงเครื่องที่ติดตั้งบนยานพาหนะ (vehicle-borne IEDs))

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ปฏิกิริยาดูดความร้อนและคายความร้อน". www.trueplookpanya.com. สืบค้นเมื่อ 2025-08-29.
  2. Needham, Joseph; Ho, Peng Yoke; Lu, Guizhen; Ling, Wang; Needham, Joseph (2007). Military technology: the gunpowder epic. Science and civilisation in China / by Joseph Needham Vol. 5, Chemistry and chemical technology (Reprint ed.). Cambridge: Cambridge Univ. Press. ISBN 978-0-521-30358-3.
  3. Andrade, Tonio (2016). The gunpowder age: China, military innovation, and the rise of the West in world history. Princeton (N.J.): Princeton University Press. ISBN 978-0-691-13597-7.
  4. Wong, Henry (2002). "Blast-Resistant Building Design Technology Analysis of its Application to Modern Hotel Design". WGA Wong Gregerson Architects, Inc. p. 5.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

ลิ้งค์ภายนอก

[แก้]
  • Explosive Violence: The Problem of Explosive Weapons—A report by Richard Moyes (Landmine Action, 2009) on the humanitarian problems caused by the use of bombs and other explosive weapons in populated areas
  • Bombs for Beginners at FAS.org
  • Bomb Shock Wave Estimation—MakeItLouder.com: How a bomb functions and rating their power