ยุทธวิธีชนแล้วหนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รถบรรทุกเบาของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นพร้อมทหารถืออาวุธปืนกลหนักสำหรับปฏิบัติการป้องกันการโจมตีของกำลังพล

ยุทธวิธีชนแล้วหนี เป็นยุทธวิธีที่เชื่อกันว่า เป็นการจู่โจมแบบเสนอในระยะสั้น โดยจะพึงถอนตัวกลับทันทีที่ไปยังที่ตั้งก่อนที่จะถูกศัตรูตอบสนองมา เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการปะทะกับศัตรูอย่างซึ่งหน้า วัตถุประสงค์ของยุทธวิธีไม่ได้เป็นไปเพื่อการบุกยึดอาณาเขตหรือชนะศัตรู แต่จะเป็นไปในเชิงลดจำนวนกำลังพลของศัตรูลงเมื่อเวลาผ่านไปจากการถูกโจมตีโดยยุทธวิธีนี้ และเป็นการลดอัตราความเสี่ยงในการปะทะซึ่งหน้ากับกองกำลังของตน ยุทธวิธีดังกล่าวยังถือว่าเป็นการเผยจุดอ่อนของกองกำลังศัตรู และเป็นผลต่อขวัญกับกำลังใจของกองกำลังศัตรูในเชิงจิตวิทยา[1][2]

ยุทธวิธีชนแล้วหนีได้รับความนิยมในการชนะกับศัตรูโดยมักปรากฏภายใต้สงครามที่มักจะยั่งยืนมีรูปแบบ อาทิ การสงครามกองโจร, ขบวนการต่อต้าน, และการก่อการร้าย[3] อย่างไรก็ดี ยุทธวิธีชนแล้วหนีก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกับกองกำลังทหาร โดยมักใช้กับการรบที่เตรียมพร้อมจะเต็มรูปแบบในภายหลังกับศัตรู ตัวอย่างเช่น การโจมตีของหน่วนคอมมานโดหรือหน่วยรบพิเศษ การลาดตระเวนของกองกำลัง หรือการปะทะภายในป้อมปราการหรือจุดแข็งของที่นั้น ยุทธวิธีชนแล้วหนีได้ถูกนำไปใช้กับพลธนูเบาของชาวยูเรนเซียนซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถเยี่ยม สามารถเห็นได้ตามกำลังที่ไม่ใช่ของกองทัพ (เช่น หน่วยสอดแนม) ซึ่งก็ถือว่าเป็นการใช้ยุทธวิธีชนแล้วหนีในกองกำลังใหญ่

อ้างอิง[แก้]

  1. David Brunnstrom (2011-04-12). "NATO expects hit and run tactics by Gaddafi". Reuters. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-06-14. สืบค้นเมื่อ 2013-06-15.
  2. Aweys Cadde (2012-02-09). "Renewed Fighting in Hosingow". Somalia Report. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-06-14. สืบค้นเมื่อ 2013-06-15.
  3. Abdifitah Ibrahim (2011-04-26). "Hit-And-Run Tactics Shows Insurgent Weakness". Somalia Report. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-06-16. สืบค้นเมื่อ 2013-06-15.